Home 365kubx
LINE: @365KUBx

คนจริง!’อโมริม’ ยันไม่เปลี่ยนแทคติกแม้โป๊ปสั่งก็ไม่ได้

รูเบน อโมริม กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีใครสามารถบังคับให้เขาเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นได้ แม้แต่สมเด็จพระสันตะปาปา (โป๊ป) เองก็ตาม หลังจากผลงานของทีมยังไม่เป็นไปตามเป้า

ในการแถลงข่าวก่อนเกมสำคัญที่จะพบกับเชลซี อโมริมได้ปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการประชุมที่แคร์ริงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่าเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมสโมสร เดินทางมาพูดคุยกับเขา โอมาร์ แบร์ราด้า ซีอีโอ และเจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล เกี่ยวกับสถานการณ์ของทีม

“ไม่มีใครสั่งผมได้ แม้แต่โป๊ปก็เปลี่ยนวิธีการของผมไม่ได้ นี่คืองานของผม ความรับผิดชอบของผม และชีวิตของผม ผมจะไม่เปลี่ยน” อโมริมกล่าวอย่างเด็ดขาด

“ถ้าผมเป็นนักเตะและโค้ชเปลี่ยนระบบเพราะถูกกดดัน นักเตะคงมองผมต่างออกไป ผมเชื่อในแนวทางของตัวเอง การพัฒนาจะค่อย ๆ เกิดขึ้น แต่ต้องทำทุกขั้นตอนให้ดี”

‘เป๊ป’ อวยปืนเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงยกย่อง อาร์เซนอล ว่าเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรปเวลานี้ ก่อนที่ทั้งสองทีมจะเผชิญหน้ากันในศึกพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้

ซิตี้ ไม่สามารถเอาชนะ “ปืนใหญ่” ได้เลยตลอดการพบกัน 4 นัดหลังสุด โดยเกมล่าสุดถึงขั้นบุกไปพ่ายที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม ด้วยสกอร์ขาดลอย 1-5 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เมื่อถูกถามถึงความทรงจำในเกมพ่ายยับนั้น กวาร์ดิโอล่า ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของทีมในฤดูกาลก่อน

“เกมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เราเริ่มต้นเหมือนทีม U14 เสียประตูง่ายเกินไป และช่วงท้ายเกม 15-20 นาทีสุดท้ายมันคือหายนะ เราลืมสิ่งที่ต้องทำ และหลังจากนั้นเกมก็เป็นของ อาร์เซนอล ไปโดยสมบูรณ์”

“มิเกล (อาร์เตต้า) เป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม และสิ่งที่พวกเขาทำในการเสริมทัพตลอด 4-5 ตลาดซื้อขายที่ผ่านมา ทำให้อาร์เซนอลมีขุมกำลังที่น่าทึ่ง เป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรปตอนนี้”

กวาร์ดิโอล่าทิ้งท้ายว่า สิ่งสำคัญคือการเตรียมทีมให้พร้อมทั้งด้านสภาพร่างกายและแท็กติก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนฤดูกาลก่อน

“เราต้องพยายามเป็นทีมที่ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะในช่วง 20-25 นาทีสุดท้ายของเกม”

ไม่ไหว!เผยเหตุผีถอยดีล ‘ดอนนารุมม่า’ หลังต้องจ่ายสูงถึง 122 ลป.

มีรายงานเปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด หาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าคว้าตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูทีมชาติอิตาลี มาร่วมทีม โดยคาดว่าจะสูงถึง 122 ล้านปอนด์ตลอดสัญญา 5 ปี ส่งผลให้ “ปีศาจแดง” ตัดสินใจถอนตัวจากดีลนี้ในที่สุด

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ดอนนารุมม่า จำเป็นต้องมองหาสโมสรใหม่ หลังจากที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (เปแอสเช) ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับเขา และแมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นหนึ่งในทีมที่ได้รับการเสนอชื่อให้เซ็นสัญญากับนายทวารฝีมือฉกาจรายนี้

แม้ว่าการเสริมทัพตำแหน่งผู้รักษาประตูจะเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของยูไนเต็ดในช่วงตลาดนักเตะ แต่พวกเขาก็มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม หากต้องเซ็นสัญญากับดอนนารุมม่า ในวัย 26 ปี ซึ่งยังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพ และเรียกร้องสัญญาระยะยาวพร้อมค่าตอบแทนสูง สุดท้ายแล้ว เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง ที่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าวและคว้าตัวเขาไปครอง

ตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งเบื้องต้น ค่าตัวของดอนนารุมม่า อยู่ที่ประมาณ 35 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับยูไนเต็ด แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ค่าเหนื่อยรายปีของเขา ซึ่งสูงถึง 17.4 ล้านปอนด์ หรือตกสัปดาห์ละ 330,000 ปอนด์ หากเซ็นสัญญา เขาจะกลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าจ้างสูงสุดในสโมสรทันที

รายงานจาก The Telegraph ระบุว่า หากรวมค่าเหนื่อยตลอดสัญญา 5 ปี จะพุ่งสูงถึง 87 ล้านปอนด์ และเมื่อบวกกับค่าตัวอีก 35 ล้านปอนด์ จะทำให้ยอดรวมทะลุ 122 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจกระทบต่อโครงสร้างการเงินและนโยบายค่าเหนื่อยของสโมสรที่พวกเขาพยายามรักษาไว้

‘การ์นาโช่’ ยังมองบวกสิงห์เรียนรู้มากขึ้นหลังแพ้พี่เสือ

อเลฮานโดร การ์นาโช่ ปีกดาวรุ่งของเชลซี เผยว่า สิงห์บลูส์ จะใช้บทเรียนจากความพ่ายแพ้ต่อบาเยิร์น มิวนิค 1-3 เป็นแรงผลักดันในการกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

เชลซีออกสตาร์ทแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยความผิดหวัง หลังบุกไปปราชัยที่อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยการ์นาโช่ยอมรับถึงความแข็งแกร่งของคู่แข่ง แต่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของทีม

“พวกเราจะได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้ครั้งนี้” การ์นาโช่กล่าวหลังเกม

“ผมคิดว่าเรามีเกมที่ดี แต่บาเยิร์น มิวนิค คือทีมที่แข็งแกร่งและได้เล่นในบ้านด้วย”

“นี่แค่เกมแรกเท่านั้น คุณอยากชนะตลอด แต่มันคือฤดูกาลอันยาวนานและเรามีเกมให้เล่นอีกเยอะในการผ่านเข้ารอบ”

“เราต้องเก็บหกแต้มเต็มและทำงานหนักเพื่อเป้าหมายของเรา”

“ผมมีความสุขมากๆ กับการเล่นให้สโมสรแห่งนี้ในแชมเปี้ยนส์ ลีก นี่คือรายการแข่งขันที่ดีที่สุดและทุกคนอยากลงเล่น”

“นี่คือฤดูกาลที่ยาวนาน ดังนั้นเราต้องพร้อมสำหรับเกมที่เหลือและการผ่านเข้ารอบต่อไป”

‘มาเรสก้า’ เชื่อสิงห์กำลังเติบโตทั้งฝีเท้าและสปิริตก่อนบุกเยือนผี

เอ็นโซ่ มาเรสก้า นายใหญ่ของเชลซี ยืนยันว่าทีมของเขากำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในแง่ฝีเท้าและสภาพจิตใจ แม้ต้องเจอโปรแกรมโหด 3 นัดเยือนในรอบ 8 วัน ก่อนลงสนามพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ศึกพรีเมียร์ลีก วันเสาร์นี้

เชลซีเก็บได้เพียง 1 คะแนนจากการเสมอเบรนท์ฟอร์ด และบุกพ่ายบาเยิร์น มิวนิค 1-3 ในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แต่กุนซือชาวอิตาเลียนย้ำว่าทีมชุดนี้เติบโตขึ้นมากจากฤดูกาลก่อน และพร้อมรับมือกับความท้าทายที่รออยู่

“ตอนที่ผมเข้ามาคุมทีม ผมรู้ว่าที่นี่มีนักเตะฝีเท้าดี แต่ยังไม่รู้จักทีมอย่างลึกซึ้ง” มาเรสก้า กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports

“เราต้องสร้างวัฒนธรรมของทีมขึ้นมา สิ่งที่เราทำได้ภายในหนึ่งปีนี้สำคัญมากต่อผลลัพธ์และสไตล์การเล่นในสนาม แต่สิ่งที่ผมพอใจที่สุดคือวัฒนธรรม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความทุ่มเทที่เราสร้างขึ้นในสโมสร”

“ถ้าคุณสามารถแสดงความทุ่มเทและเล่นเป็นทีมในสนามได้ สิ่งนั้นจะสะท้อนออกมานอกสนามด้วย คุณจะเห็นสายสัมพันธ์ระหว่างนักเตะ ที่คอยช่วยเหลือกันและกัน ตอนที่ผมมาถึง ผมรู้เลยว่านี่คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องสร้าง”

“เรื่องสภาพจิตใจ ความสามารถ และบุคลิกภาพของทีม ตอนนี้อยู่ในระดับที่ดีมาก”

มาเรสก้ายังกล่าวถึงเกมที่พ่ายบาเยิร์น มิวนิคว่า “ถ้าเปรียบเทียบกับบาเยิร์น พวกเขามีค่าเฉลี่ยอายุมากกว่าเราประมาณ 5-6 ปี เรามีนักเตะ 8-9 คนที่เพิ่งลงเล่นเกมแชมเปียนส์ ลีกนัดแรก แต่ทีมก็ยังกล้าเล่นและแสดงบุคลิกออกมาได้ทั้งในครึ่งแรกและครึ่งหลัง เราพอใจกับหลายสิ่ง แต่แน่นอนว่าเราไม่พอใจกับผลการแข่งขัน”

กุนซือชาวอิตาเลียนยังยกย่อง โคล พาลเมอร์ ว่าเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยยกระดับทีม และสามารถเป็นแบบอย่างให้ดาวรุ่งอย่าง เอสเตเวา ขณะที่ อเลฮานโดร การ์นาโช ก็กำลังปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่

“เราพิสูจน์แล้วว่าเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับเกมหลากหลายรูปแบบได้”

“เกมเยือน 3 นัดติดกันแบบนี้เป็นงานยาก วันนี้เราเพิ่งซ้อมฟื้นฟูร่างกาย และพรุ่งนี้ต้องลงแข่งโดยแทบไม่ได้เตรียมแท็กติกอะไรเลย แต่ทุกทีมก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน เราจะพยายามโรเตชั่นและปรับเกมตามคู่แข่ง”

“หลักการสำคัญคือการครองเกมทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล ถ้าคุณครองบอลได้ แต่ป้องกันไม่ได้ แปลว่ามีบางอย่างผิดพลาด ดังนั้นตอนบุกเราต้องพร้อมรับมือเกมรับ และพยายามแย่งบอลกลับมาให้เร็วที่สุด”

‘อิซัค’ ลุ้นประเดิมสนามพรีเมียร์ลีกเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้

อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าตัวเก่งของลิเวอร์พูล มีโอกาสลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกให้กับทีมในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้พบกับเอฟเวอร์ตัน วันเสาร์นี้ แม้ว่าสภาพร่างกายของเขาจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ หลังจากลงเล่นในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์

อาร์เน่ สล็อท ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ตัดสินใจให้ลูกทีมได้พักผ่อนในช่วงเช้าวันศุกร์ และปรับตารางซ้อมเป็นช่วงบ่าย เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังเกมหนักที่เอาชนะแอตเลติโก้ มาดริด 3-2 ในแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธ ซึ่งห่างจากเกมดาร์บี้แมตช์เพียงไม่ถึง 72 ชั่วโมง

สล็อท กล่าวถึงความสำคัญของการพักผ่อนว่า “การนอนหลับเป็นวิธีฟื้นฟูร่างกายที่ดีที่สุดสำหรับนักกีฬา และเราต้องการให้ทีมพร้อมที่สุดสำหรับสัปดาห์ที่หนักหน่วงนี้ หลังจากเกมกับเบิร์นลีย์เมื่อวันอาทิตย์ ต่อด้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และศึกดาร์บี้ในวันเสาร์”

“อเล็กซ์รู้สึกถึงความล้าในร่างกายมากกว่าปกติ หลังจากลงเล่นไป 60 นาทีในเกมเมื่อวันพุธ เราจะประเมินการฟื้นตัวของเขาในวันนี้ก่อนตัดสินใจเรื่องตัวจริง การให้ทีมได้พักเพิ่มเล็กน้อยเป็นสิ่งสำคัญ และเราจะดูว่าเขาจะพร้อมแค่ไหนสำหรับเกมนี้”สล็อทเผยถึงความพร้อมของอิซัค

คัมแบ็ก!เผย ‘มูรินโญ่’ โอเตตอบตกลงคุมเบนฟิก้าเรียบร้อย

เบนฟิก้า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งโปรตุเกส บรรลุข้อตกลงกับ โจเซ่ มูรินโญ่ โค้ชชื่อดังชาวโปรตุเกส เพื่อเข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่ของทีม ตามรายงานจาก CNN Portugal การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการปลด บรูโน่ ลาจ ออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคาร หลังพ่ายแพ้ต่อ คาราบัก ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงเงื่อนไขเบื้องต้นของสัญญาแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสรุปรายละเอียดสุดท้าย มูรินโญ่ ซึ่งเพิ่งถูกปลดจาก เฟเนร์บาห์เช่ หลังพ่ายแพ้ต่อ เบนฟิก้า ในรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีก จะได้กลับมาคุมทีมในเวทียุโรปอีกครั้งกับสโมสรที่เขาเริ่มต้นอาชีพโค้ช

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2000/01 มูรินโญ่เคยคุม เบนฟิก้า เป็นสโมสรแรกในฐานะเฮดโค้ช หลังจากเป็นผู้ช่วยโค้ชที่ บาร์เซโลนา แต่เขาอยู่กับทีมได้ไม่ถึง 10 นัด เนื่องจากปัญหาการเงินของสโมสรและความไม่แน่นอนในทีมบริหาร ทำให้เขาตัดสินใจลาออก โดยระบุว่าไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหาร

หลังจากนั้น มูรินโญ่ไปสร้างชื่อกับ ยูเนียน เดอ เลเรีย และ ปอร์โต้ ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ด้วยถ้วยรางวัลมากมายจากสโมสรชั้นนำในยุโรป การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ “เดอะ สเปเชียล วัน” จะได้พิสูจน์ฝีมืออีกครั้งกับทีมในวัยเด็กของเขาในศึกแชมเปียนส์ลีก รูปแบบลีกเฟส

เอาทุกทาง!แฟนผีโวยหนักทีมขึ้นค่าตั๋วเกมเยาวชนกว่า 233%

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังประกาศปรับขึ้นราคาตั๋วเข้าชมเกมระดับเยาวชนที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด จนสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง

การแข่งขันที่เป็นชนวนคือเกม U-21 ศึกพรีเมียร์ลีก อินเตอร์เนชั่นแนล คัพ ที่ “ปีศาจแดง” จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แอธเลติก บิลเบา ในสัปดาห์หน้า โดยสโมสรตั้งราคาตั๋วผู้ใหญ่ไว้ที่ 10 ปอนด์ และตั๋วเด็กที่ 5 ปอนด์

นั่นหมายความว่า หากครอบครัวหนึ่งต้องการพาลูกไปชมเกม จะต้องจ่ายรวม 15 ปอนด์ ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นมากถึง 233% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่เกม U-19 พบกับ อาแซ็ด อัลค์มาร์ ตั๋วผู้ใหญ่เพียง 3 ปอนด์ และเด็กเพียง 1.50 ปอนด์

แม้ตั๋วเกมที่สนามเหย้าประจำของทีม U-21 อย่าง เลจ สปอร์ต วิลเลจ จะยังคงเปิดให้เข้าชมฟรีในฤดูกาลนี้ แต่การขึ้นราคาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดกลับถูกมองว่าเป็นการผลักภาระให้แฟนบอล โดยเฉพาะครอบครัวที่อยากพาบุตรหลานมาสัมผัสบรรยากาศเกมเยาวชน

เสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์สะท้อนความไม่พอใจอย่างชัดเจน หลายคนมองว่าการเก็บค่าตั๋วระดับนี้สำหรับเกมเยาวชนเป็น “เรื่องตลก” และเรียกร้องให้สโมสรทบทวน ขณะที่บางส่วนมองว่าการขึ้นราคานี้เป็นเพียง “ไม่กี่ปอนด์” และยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

‘สล็อท’ ป้อง ‘เวียร์ตซ์’ ส่วนสำคัญพาหงส์บินสูงแม้ไร้สกอร์-แอสซิสต์

อาร์เน่ สล็อท นายใหญ่ของลิเวอร์พูล ออกโรงปกป้อง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติเยอรมนี ที่ยังไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกได้เลย นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัวมหาศาลในช่วงซัมเมอร์

เวียร์ตซ์ วัย 22 ปี ถูกคาดหวังว่าจะเป็นกำลังหลักคนใหม่ของ “หงส์แดง” แต่จนถึงตอนนี้ผลงานในลีกยังไม่เป็นไปตามที่แฟนบอลคาดหวัง โดยมีเพียง 1 แอสซิสต์ในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สล็อท ยืนยันว่าตัวเลขสถิติไม่ใช่สิ่งเดียวที่สะท้อนคุณค่าของนักเตะ พร้อมชี้ว่า เวียร์ตซ์ มีบทบาทสำคัญต่อทีมในหลายมิติ

“ผมมองว่ามันเป็นเพราะเราเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้น ทั้งบอร์นมัธ, นิวคาสเซิ่ล, อาร์เซน่อล และเบิร์นลี่ย์ที่ไม่แพ้ใครในบ้านมากว่า 12 เดือน” สล็อท กล่าว

“ทุกคนจับตานักเตะใหม่ โดยเฉพาะจากกูรูที่อาจเชียร์ทีมอื่นด้วยซ้ำ ก็เลยโฟกัสไปที่ฟลอเรียน แต่จริง ๆ แล้วนักเตะที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้ยิง 4 ประตูหรือจ่าย 12 แอสซิสต์เหมือนกัน”

กุนซือชาวดัตช์ยังย้ำว่า เวียร์ตซ์ มีส่วนร่วมในชัยชนะสำคัญของทีม เช่น เกมบุกชนะนิวคาสเซิ่ล และเปิดบ้านเอาชนะอาร์เซน่อล ซึ่งเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลทำไม่ได้ในฤดูกาลก่อน

“ฟลอเรียนเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่รั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในตอนนี้ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”

‘มาเรสก้า’ เผยไร้ปัญหากับ ‘แจ็คสัน’ ก่อนดวลเสือใต้ในศึก UCL

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือทีมเชลซี ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์กับ นิโคลัส แจ็คสัน อดีตกองหน้าตัวเก่งของทีม ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เผชิญหน้ากันอีกครั้งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม คืนวันพุธนี้ ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า

ดาวยิงทีมชาติเซเนกัลเพิ่งย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญายืมตัวมูลค่า 14.2 ล้านปอนด์ พร้อมอ็อปชันซื้อขาด 56.2 ล้านปอนด์ หากลงสนามครบตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยดีลนี้เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ หลังจากที่เชลซีคว้า เลียม ดีแลป และ เจา เปโดร เข้ามาเสริมแนวรุก

แม้จะเคยเป็นกองหน้าหลักของ “สิงห์บลูส์” เมื่อฤดูกาลก่อน แต่การเสริมทัพครั้งใหญ่ทำให้ แจ็คสัน ตัดสินใจย้ายออกเพื่อโอกาสลงสนามมากขึ้น ขณะที่ดีลเกือบล่มลงเมื่อ ดีแลป ได้รับบาดเจ็บแฮมสตริง แต่สุดท้ายทั้งสามฝ่ายก็หาทางออกจนการย้ายทีมเสร็จสิ้น

และราวกับโชคชะตากำหนด เกมแรกของ แจ็คสัน ในเวทียุโรปกับ บาเยิร์น ก็คือการเจอทีมเก่าอย่าง เชลซี

“ผมไม่เคยมีปัญหากับ นิโคลัส และตอนนี้ก็ไม่มี เขาเป็นเด็กดี เป็นมืออาชีพ และทำงานหนักกับเราเสมอ ผมรู้สึกขอบคุณเขา เพราะความสำเร็จเมื่อปีที่แล้วก็มาจากนักเตะทุกคน รวมถึงเขาด้วย หลังเขาย้ายออก ผมก็ส่งข้อความไปอวยพร และเขาก็ตอบกลับมาอย่างจริงใจ”มาเรสก้า กล่าวถึงลูกทีมเก่า

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวอิตาเลียนยอมรับว่า การที่ แจ็คสัน รู้ระบบการทำงานของทีม อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบเล็กน้อยให้กับ แว็งซ็องต์ กอมปานี เฮดโค้ชบาเยิร์น

“มันอาจจะเป็นข้อได้เปรียบเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่าเราทำงานยังไง แต่สุดท้ายสิ่งสำคัญคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสนาม”

สำหรับประเด็นกฎการลงเล่นของนักเตะยืมตัว มาเรสก้า มองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก“ผมมาจากอิตาลี และเคยเล่นที่สเปน ที่นั่นนักเตะยืมตัวยังสามารถลงเจอต้นสังกัดได้อยู่แล้ว สำหรับผมถือเป็นเรื่องปกติ”

‘กิฟเว่น’ วิจารณ์ยับเรือทำ ‘แทรฟฟอร์ด’ เสียความมั่นใจ

เชย์ กิฟเว่น อดีตผู้รักษาประตู แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงวิจารณ์การบริหารจัดการของต้นสังกัดเก่า หลัง เจมส์ แทรฟฟอร์ด นายทวารดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ต้องเผชิญสถานการณ์สุดอึดอัด เมื่อถูกเบียดตำแหน่งโดย จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ที่เพิ่งย้ายเข้ามา

แทรฟฟอร์ด วัย 22 ปี เพิ่งถูก “เรือใบสีฟ้า” ซื้อกลับจาก เบิร์นลี่ย์ ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ หลังโชว์ฟอร์มพาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ท่ามกลางความสนใจจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวได้รับโอกาสลงเฝ้าเสา 3 นัดแรกของฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผลงานคือ ชนะ วูล์ฟส์ 4-0, แพ้ สเปอร์ส 0-2 และพ่าย ไบรท์ตัน 1-2

อย่างไรก็ตาม วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ซิตี้ ตัดสินใจคว้าตัว ดอนนารุมม่า จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ และส่งลงสนามเป็นตัวจริงทันทีในเกมดาร์บี้แมตช์ที่เปิดบ้านถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0

กิฟเว่น ซึ่งเคยเฝ้าเสาให้ ซิตี้ ระหว่างปี 2009-2011 แสดงความคิดเห็นในรายการเมื่อวันจันทร์ว่า “เจมส์ แทรฟฟอร์ด คือโกล์ที่ยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหมือนการขายฝันให้เขา”

“สองสัปดาห์ต่อมา พวกเขากลับดึงดอนนารุมม่ามา และชัดเจนว่าเขาจะเป็นมือหนึ่งทั้งฤดูกาล หากผมเป็นแทรฟฟอร์ด คงโกรธจัดแน่นอน”

‘เดแซร์บี้’ สับเปาโคตรน่าอับอายให้จุดโทษราชัน

มาร์กเซย ทีมดังจากลีก เอิง ฝรั่งเศส ต้องพบกับความผิดหวังในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส นัดแรก เมื่อบุกไปพ่าย เรอัล มาดริด 2-1 ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว โดย โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือของมาร์กเซย ออกโรงวิจารณ์การตัดสินของผู้ตัดสินอย่างดุเดือด หลังมองว่าจุดโทษที่ทีมเสียในช่วงท้ายเกมนั้นเป็นการตัดสินที่น่าอับอาย

มาร์กเซย ออกนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม แต่ “ราชันชุดขาว” ตามตีเสมอได้จากจุดโทษในจังหวะที่ จอฟฟรีย์ ก็องด็อกเบีย ไปขัดขา โรดรีโก้ ซึ่ง เด แซร์บี้ ไม่มีข้อกังขาในจังหวะนี้ อย่างไรก็ตาม ดราม่าที่แท้จริงเกิดขึ้นในนาทีที่ 80 ขณะที่เรอัล มาดริดเหลือผู้เล่น 10 คน หลังจากเสียผู้เล่นไปหนึ่งใบแดง

ในจังหวะดังกล่าว วินิซิอุส จูเนียร์ เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษ ก่อนที่ ฟาคุนโด้ เมดิน่า กองหลังมาร์กเซย จะพยายามสไลด์บล็อก แต่แขนของเขาไปสัมผัสลูกบอล ผู้ตัดสิน อิร์ฟาน เปลท์โย จากบอสเนีย ชี้เป็นจุดโทษทันที แม้ว่าทีมเยือนจะพยายามประท้วงว่าเมดิน่าเพียงวางแขนเพื่อทรงตัวตามธรรมชาติ ไม่ได้เจตนาเล่นบอลด้วยมือ หลังจากนั้น คีเลียน เอ็มบัปเป้ สังหารจุดโทษไม่พลาด ส่งให้เรอัล มาดริดพลิกแซงคว้าชัย 2-1 ไปในที่สุด

หลังจบการแข่งขัน เด แซร์บี้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน “คำตัดสินน่าอับอาย มันไม่ใช่จุดโทษโดยสิ้นเชิง หากทีมเราได้ประโยชน์จากจังหวะแบบนี้ ผมก็จะพูดแบบเดียวกัน มันไม่มีทางเป็นจุดโทษ”

“หลังจากคู่แข่งโดนใบแดง เราสามารถเล่นเสี่ยงและกล้าหาญกว่านี้ เพื่อหาประตูชัย แต่มันเป็นแค่ต้นซีซั่น เรามีผู้เล่นหลายคนที่เพิ่งย้ายเข้ามา บางคนลงเล่น 2 นัดในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ผมภูมิใจในลูกทีม พวกเขาทุ่มเททุกอย่างในสนามแล้ว”