Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ฝันว่าไปต่างประเทศ หมายความว่าอะไร ตรวจหาเลขเด็ดลุ้นโชค

ปืนเดินหน้าเตรียมจับ ‘ซาลิบา’ ต่อสัญญาใหม่หวังกันราชันฉกตัว

อาร์เซน่อลเดินหน้าอย่างจริงจังในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับ วิลเลี่ยม ซาลิบา หลังจากยื่นข้อเสนอที่ปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลากยาวจนเหลือสัญญาเพียงปีเดียวในช่วงซัมเมอร์ 2026

ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ และสื่อยุโรปหลายแห่ง ระบุว่า “ปืนใหญ่” ต้องการรั้งกองหลังทีมชาติฝรั่งเศสให้อยู่กับทีมระยะยาว เพราะเขาคือหัวใจสำคัญในแผนการทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า โดยสโมสรได้ยื่นสัญญาใหม่ระยะ 5 ปี เพื่อสะท้อนบทบาทและคุณค่าของแข้งวัย 24 ปีในทีม

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่ เรอัล มาดริด ซึ่งจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยังคงใส่ชื่อ ซาลิบา ไว้ในลิสต์เสริมแนวรับ “ราชันชุดขาว” มีแผนรอจังหวะในปี 2026 หากการเจรจาระหว่าง อาร์เซน่อล กับนักเตะไม่คืบหน้า โดยพร้อมพิจารณาทั้งการยื่นข้อเสนอซื้อ หรือแม้แต่การรอคว้าตัวแบบฟรีเมื่อสัญญาหมดลงในปี 2027

ซาลิบา ซึ่งย้ายมาจาก แซงต์-เอเตียน ตั้งแต่ปี 2019 ได้พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก ด้วยสไตล์การเล่นที่มั่นคง สุขุม และมีภาวะผู้นำสูง เขาถูกเลือกติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA ติดต่อกันถึงสามฤดูกาล และมีบทบาทสำคัญในการพาอาร์เซน่อลลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงหลัง

‘ฟาน ไดจ์’ ชี้ความอดทนคือกุญแจสำคัญพาหงส์คว้าชัย

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ กัปตันทีมลิเวอร์พูล ยกย่องความอดทนของทีมว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ “หงส์แดง” คว้าชัยเหนือเบิร์นลี่ย์ 1-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา

เกมที่แอนฟิลด์เป็นไปในทิศทางเดียว ลิเวอร์พูลครองบอลบุกกดดันแทบตลอด แต่กว่าจะได้ประตูชัยต้องรอถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+5 จากจุดโทษของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่สังหารไม่พลาด พาทีมเก็บสามแต้มสำคัญกลับมาได้อีกครั้ง

“เราเล่นเกมรุกพับสนามแทบจะฝ่ายเดียว แต่เบิร์นลี่ย์ตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น เราต้องอดทนและพร้อมรับมือกับจังหวะสวนกลับของพวกเขาเมื่อเราเสียบอล”ฟาน ไดจ์กล่าว

“เราพยายามมองหาโอกาสทำประตูตลอดทั้งเกม แม้ว่าโอกาสชัดเจนอาจจะไม่มากนัก แต่ผมเชื่อว่านี่คือชัยชนะที่เราสมควรได้รับ”

เมื่อพูดถึงประตูชัยจากจุดโทษ ฟาน ไดจ์ กล่าวด้วยความเห็นใจคู่แข่งว่า “ถ้าผมเป็นเบิร์นลี่ย์ การเสียประตูจากจุดโทษคงไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่จุดโทษก็คือจุดโทษ และโมยิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

เขายังชื่นชมโมฮาเหม็ด ซาลาห์ว่า “โมคือนักเตะระดับโลก เขาแสดงให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเขาสามารถก้าวขึ้นมาในช่วงเวลาสำคัญได้”

กัปตันทีมหงส์แดงทิ้งท้ายถึงแนวทางการเล่นของทีมว่า “กุญแจสำคัญคือเราต้องไม่หงุดหงิด พยายามหาพื้นที่ว่างระหว่างแนวรับของคู่ต่อสู้เพื่อสร้างโอกาส วันนี้เราทำได้ดีและสมควรชนะ แม้ว่าผลเสมอก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน”

‘ซาลาห์’ สร้างสถิติใหม่ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งยิงจุดโทษหงส์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกตัวเก่งของลิเวอร์พูล สร้างประวัติศาสตร์ส่วนตัวอีกครั้ง หลังกดจุดโทษช่วงนาทีที่ 90+5 พาลูกทีมของอาร์นี สล็อต บุกเอาชนะเบิร์นลี่ย์ 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2568 ทำให้ “หงส์แดง” เก็บชัยชนะ 4 นัดติดต่อกัน และนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งใหญ่

ประตูชัยในค่ำคืนนี้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของฮันนิบาล เมจบรี กองกลางเบิร์นลี่ย์ ที่ใช้แขนบล็อกลูกครอสของเจเรมี ฟริมปง จนผู้ตัดสินไมเคิล โอลิเวอร์ ชี้เป็นจุดโทษทันที ซาลาห์ ซึ่งเพิ่งพลาดจุดโทษ 2 ครั้งก่อนหน้า รับหน้าที่สังหารอย่างเยือกเย็น ส่งบอลพุ่งตรงยอดเสา ทำให้เขาแซงหน้าบิลลี่ ลิดเดลล์ ตำนาน “เดอะ ค็อป” กลายเป็นดาวยิงจุดโทษสูงสุดตลอดกาลของสโมสรในลีก ด้วยยอดรวม 35 ประตู (นับเฉพาะเกมลีก) ลิดเดลล์ทำได้เพียง 34 ประตูในช่วงปี 1940-1950

หากนับเฉพาะจุดโทษในพรีเมียร์ลีก ซาลาห์ยังแซงหน้าแฮร์รี่ เคน ของท็อตแนม (33 ประตู) ไปแล้ว แต่ยังตามหลังอลัน เชียเรอร์ (56 ครั้ง) และแฟรงค์ แลมพาร์ด (43 ครั้ง) เพียงสองตำนานเท่านั้น

โดยชัยชนะนัดนี้ยังทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่คว้าชัย 4 นัดติดด้วยประตูช่วงท้ายเกมทั้งหมด สร้างสถิติใหม่ที่ยากจะเทียบได้

‘ราย่า’ มั่นใจเลือกถูกย้ายมาปืนหลังเฝ้าเสาครบ 100 นัด

ดาบิด ราย่า ผู้รักษาประตูของอาร์เซน่อล เผยว่า การตัดสินใจย้ายมาร่วมทีม “ปืนใหญ่” คือก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับเส้นทางอาชีพของเขา หลังจากลงเล่นครบ 100 นัดในเกมที่อาร์เซน่อลบุกถล่มน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ราย่า ซึ่งย้ายมาจากเบรนท์ฟอร์ดเมื่อ 2 ปีก่อน เก็บคลีนชีตได้ถึง 42 ครั้งจากการลงสนาม 100 นัดให้กับอาร์เซน่อล โดยเจ้าตัวยกเครดิตให้เพื่อนร่วมทีมและสต๊าฟฟ์โค้ชที่ช่วยให้เขาสร้างสถิติที่น่าประทับใจนี้

“ผมย้ายมาที่นี่เพื่อพัฒนาตัวเอง และผมเชื่อว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง ตอนที่ผมมาถึง อารอน แรมส์เดล ยังเป็นมือหนึ่งของทีม ผมจึงพยายามทำงานหนักทั้งในและนอกสนามเพื่อให้โค้ชเห็นเหตุผลในการเลือกผม” ราย่ากล่าว

นายทวารวัย 30 ปี ยอมรับว่าในช่วงแรกที่ย้ายมา เขาต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากกระแสวิจารณ์ โดยเฉพาะเมื่อต้องแข่งขันกับแรมส์เดล ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูชั้นยอด

“ตอนนั้นมีเสียงวิจารณ์เยอะมาก แรมส์เดลเป็นนายทวารที่ยอดเยี่ยม การที่โค้ชเปลี่ยนตัวผู้รักษาประตูเลยกลายเป็นประเด็นใหญ่ ผมเองก็มีบางเกมที่ทำได้ไม่ดี แต่ผมเลือกที่จะปิดหู ไม่สนใจเสียงรอบข้าง และมุ่งมั่นเชื่อมั่นในตัวเอง”

ราย่า ผู้คว้ารางวัลถุงมือทองคำพรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ยังแสดงความมั่นใจว่าอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้พร้อมลุยเพื่อคว้าแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังจากที่ทีมพลาดโอกาสอย่างน่าเสียดายในฤดูกาลก่อน

“เรามีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม เราต้องการชัยชนะ เราเป็นอาร์เซน่อล และทุกเกมเราลงสนามเพื่อคว้าชัย เส้นทางอาจยาวไกล แต่เป้าหมายของเราชัดเจน”

ไร้กังวล!เผยผียังหนุน ‘อโมริม’ แม้ผลงานไม่เข้าเป้า

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ รายงานว่า บอร์ดบริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงให้การสนับสนุน รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุเกส แม้ทีมเพิ่งพ่ายแพ้แบบหมดรูปต่อคู่ปรับร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้ “ปีศาจแดง” ภายใต้การคุมทีมของอโมริม เก็บชัยชนะได้เพียง 8 จาก 31 เกมพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน และแพ้ไปแล้วถึง 16 นัด ในลีกฤดูกาลนี้

แหล่งข่าวใกล้ชิดกุนซือวัย 40 ปี เปิดเผยว่า “ไม่น่าเชื่อ” ที่ตำแหน่งของเขายังไม่ถูกคุกคามอย่างจริงจัง แม้ผลงานจะตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บอร์ดบริหารยังคงยืนยันความไว้วางใจ

ยูไนเต็ดเพิ่งลงทุนกว่า 225.32 ล้านปอนด์ ในการเสริมทัพนักเตะใหม่ 4 รายช่วงซัมเมอร์ แต่ทีมกลับคว้าชัยได้เพียงนัดเดียวในลีก และยิงได้เพียง 1 ประตูจากโอเพ่นเพลย์ตลอด 6 ชั่วโมงการแข่งขัน

อโมริมยังมีสัญญากับสโมสรจนถึงปี 2027 ทว่าบ่อนรับพนันในอังกฤษได้ปรับราคาให้เขาเป็นกุนซือที่มีโอกาสถูกปลด อันดับ 2 รองจาก แกรม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

‘อาร์เตต้า’ เฟิร์ม ‘โอเดการ์ด’ หายไม่ทันอดลุย UCL

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซนอล ยืนยันว่า มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีม จะไม่ได้เดินทางไปสเปนเพื่อลงเล่นเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มกับ แอธเลติก คลับ คืนวันอังคารนี้ หลังได้รับบาดเจ็บจากเกมพรีเมียร์ลีกที่เปิดบ้านถล่ม นอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในแถลงข่าวก่อนเกมแชมเปียนส์ลีกที่จะพบกับเปแอสเชคืนวันอังคารนี้ อาร์เตต้าออกมาเผยสถานการณ์นักเตะบาดเจ็บของทีม โดยระบุว่า “แก๊บบี้ (กาเบรียล เชซุส), ไค (ไค ฮาแวร์ตซ์), เบน (เบน ไวท์) และมาร์ติน (โอเดการ์ด) ยังไม่พร้อมลงเล่น น่าเสียดายจริงๆ” กุนซือชาวสเปนกล่าว

สำหรับ โอเดการ์ด นั้นถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 17 ของเกมกับฟอเรสต์ หลังจากล้มผิดจังหวะจากการปะทะกับมอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ กองกลางเจ้าบ้าน ส่งผลให้กัปตันทีมวัย 26 ปีต้องเข้ารับการตรวจอาการอย่างละเอียด และล่าสุดยังไม่สามารถเดินทางไปด้วยทีมได้

นอกจากนี้ อาร์เตต้ายังอัปเดตสถานการณ์ของบูคาโย่ ซาก้า ปีกดาวเด่นทีมชาติอังกฤษ ซึ่งหายหน้าจากทีมตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าร่วมกับโอเดการ์ดในเกมพรีเมียร์ลีกที่อาร์เซนอลบุกทุบลีดส์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม และทั้งคู่ก็ไม่ได้ลงฝึกซ้อมในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซาก้าเองพลาดลงเล่นให้ทีมทั้ง 2 นัดล่าสุดแล้ว

“ผมคิดว่ายังมีหลายอย่างที่ต้องตรวจสอบ มันยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าเขาจะพร้อมในสัปดาห์ไหน แต่แน่นอนว่าเขาจะพยายามกลับมาให้ได้เร็วที่สุด”

‘บรูโน่’ รับผีต้องดุดันมากขึ้นและแก้ไขข้อบกพร่องเกมรับ

บรูโน่ แฟร์นานเดส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อระบบการเล่นของทีม หลังบุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไร้ทางสู้ 0-3 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแท็กติกของกุนซือ รูเบน อโมริม ทำให้แดนกลางเสียเปรียบคู่แข่งอย่างชัดเจน

ดาวเตะวัย 31 ปี ชี้ว่าแดนกลางของทีมมักเสียเปรียบคู่แข่งเนื่องจากระบบการเล่นที่ใช้ โดยในการให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์ หลังเกม บรูโน่ กล่าวว่า

“ถ้าคุณมองไปที่ซิตี้ พวกเขามี โรดรี้, ทิจิ (ไรจ์นเดอร์ส), แบร์นาร์โด้ เข้ามาเติม รวมถึงโฟเด้น มันกลายเป็นแดนกลางสี่คนเจอสองของเรา ดังนั้นคุณต้องให้คนข้างหลังขยับขึ้นมากด เหมือนที่ ลุค ชอว์ ทำได้ดีในการตามประกบ ทิจิ เราเคยทำได้มาแล้วในเกมเจออาร์เซน่อล ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเล่นไม่ได้ เพราะเจอเราปิดพื้นที่หมด”

“เราต้องเล่นแบบดุดันให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะตอนเพรสซิ่ง เราต้องขยับขึ้นไปไล่บ้าง ถ้าไม่ทำ มิดฟิลด์ก็จะโดนกดดันหนักและเสียเปรียบ นี่คือสิ่งที่ทำให้พื้นที่แคบลงในการเล่นกับทีมที่ชอบเล่นเกมรุกกดดันสูง ถ้าคุณไม่กล้าพอ พวกเขาก็จะหาช่องเจอ เพราะนี่คือทีมระดับท็อป”

เมื่อพูดถึงผลการแข่งขัน บรูโน่ ยอมรับว่าทีมมีข้อบกพร่องในการป้องกัน แต่ก็มองเห็นแง่บวกในแง่ของความกล้าในการครองบอล

“ผลการแข่งขันมันแย่สำหรับเรา แต่มันก็มีสองมุมให้มอง ประตูที่เสียไป เราควรจะป้องกันได้ดีกว่านี้ แต่เวลาครองบอลผมมองว่าเรากล้าเล่น กล้าเดินหน้าบุก เวลาที่เราสร้างโอกาสได้ เราน่าจะจบให้คมกว่านี้ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้อะไรกลับมา เราต้องการเหมือนที่ซิตี้ได้ไป ซึ่งก็คือสามคะแนน”

ใกล้แล้ว!ลือ ‘ลิช่า’ จ่อคืนสนามช่วยผีปลายเดือนตุลานี้

แกสตอน เอดูล ผู้สื่อข่าวชาวอาร์เจนตินาเปิดเผยว่า ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งเป้าหมายกลับมาลงสนามได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมหรือต้นพฤศจิกายนนี้ หลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ

แหล่งข่าวระบุว่า สโมสรเลือกใช้แนวทางระมัดระวัง ไม่เร่งรัดให้แข้งวัย 27 ปีรีบคืนสนาม เพื่อให้เจ้าตัวฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำ ขณะเดียวกัน ปีศาจแดง วางแผนระยะยาวให้มาร์ติเนซรักษาสภาพร่างกายจนถึงศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของทั้งนักเตะและทีมชาติอาร์เจนตินา

การกลับมาของมาร์ติเนซถูกคาดหมายว่าจะเป็นแรงเสริมสำคัญให้แนวรับของ ยูไนเต็ด ที่กำลังมีปัญหา หลังเพิ่งบุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบขาดลอย 0-3 ในเกมลีกล่าสุด

ปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บได้เพียง 4 คะแนนจาก 4 นัด รั้งอันดับ 14 ของตารางพรีเมียร์ลีก โดยโปรแกรมถัดไปจะต้องบุกเยือน เชลซี ในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568

เปิดตัวสวย!’คอนเต้’ ชม ‘ฮอยลุนด์’ อนาคตไกล

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือนาโปลี แสดงอาการไม่พอใจแม้ทีมบุกคว้าชัยเหนือฟิออเรนติน่า 3-1 ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยชี้ว่าลูกทีมไม่ควรปล่อยให้ตัวเองต้องเจอความกดดันในช่วงท้ายเกม แต่ก็ไม่ลืมชื่นชม ราสมุส ฮอยลุนด์ ดาวยิงป้ายแดงที่เปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจ

นาโปลีออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ เก็บชัย 3 นัดรวด เกมนี้คุมสถานการณ์ได้เกือบตลอด เริ่มจาก เควิน เดอ บรอยน์ ยิงจุดโทษขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม ก่อนที่ ฮอยลุนด์ จะซัดประตูแรกของตัวเองในสีเสื้อนาโปลี และ แซม เบอเคม่า ยิงเพิ่มเป็น 3-0

ฟิออเรนติน่ามีฮึดจากลูกยิงของ ลูก้า รานิเอรี่ ไล่มาเป็น 3-1 แต่ไม่เพียงพอจะเปลี่ยนผลการแข่งขัน

“เราพิสูจน์แล้วว่าเราพร้อม เกมนี้เราเล่นด้วยทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและครองเกมได้เกือบทั้งหมด ดาวิด เด เคอา แทบไม่ต้องออกแรงเซฟยาก ๆ เลย ดังนั้นมันไม่น่าเป็นไปได้ที่เราจะต้องมาลำบากในช่วงท้ายเกม”

“ผมบอกลูกทีมเหมือนที่บอกลูก ๆ ของผมว่า ต้องพัฒนาตรงไหน อะไรที่ผมชอบและไม่ชอบ เราเสียประตูแล้วเริ่มรวน เกมที่คุณเหนือกว่าแบบนี้ ต้องปิดงานให้เด็ดขาด อย่าปล่อยให้คู่แข่งมีลมหายใจ”คอนเต้ให้สัมภาษณ์หลังเกมกับ Sky Italia

กุนซืออิตาเลียนยังกล่าวถึง ฮอยลุนด์ ที่ย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวพร้อมอ็อปชั่นซื้อขาดว่า

“เขาเพิ่งอายุ 22 เอง เราดึงเขามาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เหมือนตอนที่เราดึง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ มาแล้วโชคดีเหมือนกัน”

“เรารู้อยู่แล้วว่าเขามีคุณภาพและยังไปได้อีกไกล เขาเป็นเด็กที่มีศักยภาพสูงจริง ๆ และมีอนาคตที่สดใสแน่นอน” คอนเต้กล่าวเสริม

เมื่อถูกถามถึงสไตล์การเล่นของ ฮอยลุนด์ ที่เด่นเมื่อมีพื้นที่ให้วิ่ง เปรียบเทียบกับ ลอเรนโซ่ ลุกก้า และ โรเมลู ลูกากู ที่เหมาะกับเกมที่ต้องพักบอลหรือค้ำแนวรับ คอนเต้ตอบว่า “เราดึง ฮอยลุนด์ มาแทน ลูกากู ที่ต้องพักยาว จริงอยู่ครับ ทีมที่อยากครองเกมบุกต้องมีคนที่พักบอลได้ วันนี้ นาโปลี คุมเกมได้หมด แต่เรายังต้องการนักเตะแบบนั้น”

‘สล็อท’ รับงงเปาทดเจ็บ 5 นาที รับหงส์มีโชคเกมเฉือนเบิร์นลี่ย์ 1-0

อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูล เผยรู้สึกตกตะลึงเมื่อเห็นไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสิน ให้เวลาทดเจ็บ 5 นาที ในเกมพรีเมียร์ลีกที่ “หงส์แดง” บุกชนะเบิร์นลี่ย์ 1-0 พร้อมยอมรับว่าทีมมีโชคช่วยให้คว้าชัยในนัดนี้

เกมที่เทิร์ฟ มัวร์ ดำเนินไปอย่างสูสี โดยลิเวอร์พูลครองเกมแต่เจาะแนวรับเจ้าถิ่นไม่ได้ จนกระทั่งนาที 84 เบิร์นลี่ย์เหลือ 10 คนเมื่อผู้เล่นโดนใบแดง และในช่วงทดเจ็บนาที 90+5 ลิเวอร์พูลได้จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอล ซึ่งโมฮาเหม็ด ซาลาห์ สังหารไม่พลาด ส่งให้ทีมคว้า 3 คะแนน พร้อมนำจ่าฝูงด้วย 12 แต้มจาก 4 นัด

“ตอนเห็นบอร์ดทดเจ็บ 5 นาที ผมช็อกเลย” สล็อทกล่าวหลังเกม

“และตอนได้จุดโทษ ผมก็ยังช็อกอยู่ การทดเวลา 5 นาทีมันเหลือเชื่อมากสำหรับผม แต่สุดท้ายผมดีใจที่โมยิงจุดโทษเข้า”

“เกมนี้เราต้องพึ่งโชค เพราะเราไม่มีจังหวะมหัศจรรย์อะไรเลย วันนี้โชคเข้าข้างเรา”

นี่เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันที่ลิเวอร์พูลทำประตูชี้ขาดหลังนาที 80 โดยสล็อทชื่นชมแนวรับของเบิร์นลี่ย์ที่ทำให้ทีมเจาะยาก “เบิร์นลี่ย์ตั้งรับได้ดีมาก 11 คนอยู่ในกรอบ 18 หลา ทำให้เราสร้างโอกาสได้ยาก” โค้ชชาวดัตช์กล่าว

“เราเข้าใกล้ประตูได้ไม่กี่ครั้ง ถ้ายิงได้เกมอาจเปลี่ยน แต่เมื่อทำไม่ได้ เบิร์นลี่ย์ก็ยิ่งมั่นใจในวิธีการเล่นของพวกเขา เราเน้นต่อบอลและรอให้คู่แข่งเหนื่อยล้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อตั้งรับถึง 80 เปอร์เซนต์”

สล็อทยังพูดถึงการเปลี่ยนตัวแนวรุกอย่างเจอร์เรล ฟริมปง ที่ช่วยสร้างโอกาส รวมถึงจังหวะจุดโทษที่ตามมา “โม ซาลาห์ทำได้ดีเสมอตั้งแต่ผมมาที่นี่ การยิงจุดโทษครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อเขาพลาดมา 2 ครั้งก่อนหน้านี้”

‘เป๊ป’ ปลื้ม ‘ฮาลันด์’ ฟอร์มโหดกว่าปีทริปเปิลแชมป์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดใจหลังเกมที่เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างเด็ดขาด โดยเน้นย้ำถึงการเรียกความมั่นใจกลับมาและยกย่องฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ซึ่งเขากล่าวว่าดีกว่าปีที่ทีมคว้าทริปเปิลแชมป์เสียอีก

“เราเปลี่ยนทีมเยอะมากในตลาดนักเตะรอบนี้ มีผู้เล่นใหม่ถึง 9 คน ซึ่งเป็นแกนหลักของทีมเลย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคาดหวังให้พวกเขามาทำในสิ่งที่เราเคยทำได้ทันที” เป๊ปกล่าว

กุนซือชาวสเปนยังชื่นชมสปิริตและความมุ่งมั่นของลูกทีมในเกมนี้ โดยระบุว่า “สิ่งสำคัญคือสปิริต ภาษากาย การต่อสู้ร่วมกัน การมองหน้ากันในสนาม มันเป็นเกียรติที่ได้มอบความสุขและช่วงเวลาแห่งความยินดี เพราะผมรู้ว่าศึกดาร์บี้มีความหมายมากแค่ไหน”

“แต่มันก็เป็นเพียงเกมเดียว เราทำได้ดีหลายอย่างในเกมกับสเปอร์ส วันนี้มันมีความหมายมาก นักเตะทุกคนเล่นดุดันเหมือนเครื่องจักร” เขากล่าวเสริมถึงฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งของทีม

เป๊ป ยังมองไปข้างหน้าถึงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะพบกับนาโปลีในวันพฤหัสบดี โดยย้ำว่า “เรามีเกมเจอนาโปลีวันพฤหัสฯ และเราต้องตอบสนองให้ดีกว่านี้ ต้องไม่ไร้เดียงสาเกินไป ทั้งซีซั่นก่อนและซีซันนี้เรายังแย่อยู่ในเรื่องนั้น แต่สปิริตของทีมมีอยู่ และกัปตันก็ยอดเยี่ยมมาก”

สำหรับ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งของทีม เป๊ป กล่าวชื่นชมอย่างมากว่า “เออร์ลิ่งทำได้ยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้น แต่ฤดูกาลนี้เขาดีกว่าที่เคยเป็นเสียอีก ผมบอกได้เลยว่าดีกว่าปีที่เราคว้าทริปเปิลแชมป์ด้วยซ้ำ เขามีความดุดันมากขึ้น และผมไม่ได้ตัดสินเขาจากจังหวะเคลียร์บอล เราอยากให้เขายิงประตูและช่วยทีม นั่นคือสิ่งสำคัญ”

นอกจากนี้ เป๊ป ยังพูดถึงการกลับมาของ ฟิล โฟเด้น มิดฟิลด์ตัวเก่ง โดยระบุว่า “เราคิดถึงเขามาก ฤดูกาลก่อนหน้านั้นเขาคือผู้เล่นที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก เราจำเป็นต้องมีเขา เพราะเขามีวินัยในการทำงาน ฟิลคือแกนกลาง คือหัวใจของสโมสร เขามาจากอคาเดมี่ และเขารักซิตี้ การได้เขากลับมาคือข่าวดีจริงๆ”