Home 365kubx
LINE: @365KUBx

เผยเหตุ ‘แรชฟอร์ด’ โดนดร็อปเป็นสำรองเพราะมาซ้อมสาย

มาร์คัส แรชฟอร์ด กลายเป็นประเด็นหลังถูกจับนั่งสำรองในเกมลาลีกาที่ บาร์เซโลน่า เปิดบ้านถล่ม เคตาเฟ่ 3-0 แม้เพิ่งโชว์ฟอร์มร้อนแรงยิงสองประตูในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เฉือนชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อกลางสัปดาห์

รายงานจาก ดิ แอธเลติก เผยว่า ฮันซี่ ฟลิค กุนซือบาร์ซ่า ตัดสินใจดร็อปแรชฟอร์ดเป็นการลงโทษ หลังเจ้าตัวมาซ้อมสายก่อนเกม โดยฟลิคยึดกฎเดียวกันกับทุกคนในทีม ไม่ว่าจะเป็น ฌูลส์ คุนเด้, อินญากี้ เปนญ่า หรือแม้แต่ ราฟินญ่า ที่เคยโดนมาแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

แมตช์นี้ บาร์เซโลน่ายังคงใช้สนาม เอสตาดิ โยฮัน ครัฟฟ์ เป็นรังเหย้าชั่วคราวระหว่างปรับปรุง คัมป์ นู โดยฟลิคปรับทีมจากนัดกลางสัปดาห์ ส่ง เฟร์ราน ตอร์เรส และ ดานี่ โอลโม่ ลงแทน แรชฟอร์ด กับ เฟร์มิน โลเปซ ซึ่งตอร์เรสตอบแทนความไว้วางใจด้วยการเหมาสองประตูตั้งแต่ครึ่งแรก

ครึ่งหลัง ฟลิค ส่ง แรชฟอร์ด ลงแทน ราฟินญ่า และแนวรุกทีมชาติอังกฤษก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อจ่ายให้โอลโม่ยิงประตูที่สาม ปิดท้ายชัยชนะเหนือเคตาเฟ่ พร้อมเรียกเสียงปรบมือจากแฟนบอล

‘ไรซ์’ เผย ‘อาร์เตต้า’ พูดปลุกใจพาปืนฮึดตีเจ๊าเรือ 1-1

เดแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์คนสำคัญของอาร์เซน่อล เปิดเผยเบื้องหลังบทสนทนาในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่ง ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ทีมกลับมาตีเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างสุดระทึก

ในเกมพรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม “ปืนใหญ่” เป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่กลับตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-1 จากประตูของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ในครึ่งแรก

อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งหลัง อาร์เซน่อลเดินหน้าบุกอย่างหนัก และมาได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ส่งผลให้แบ่งแต้มกันไปแบบสุดมัน

ไรซ์ เผยว่า มิเกล อาร์เตต้า ไม่ได้ปรับแท็กติกซับซ้อนในช่วงพักครึ่ง แต่เลือกใช้คำพูดเรียบง่ายเพื่อปลุกใจลูกทีมให้เดินหน้าต่อ

“ผมรู้สึกได้เลยว่ามีความหงุดหงิดในสนาม เพราะเราครองบอลได้เยอะ แต่เจาะพวกเขาไม่ได้จริง ๆ” ไรซ์ กล่าว

“สิ่งที่โค้ชพูดคือให้เดินหน้าต่อ กดดันต่อ และบุกใส่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งห้านาทีแรกของครึ่งหลังเราก็สร้างโอกาสได้ทันที”

“พวกเขาเปลี่ยนมาใช้ระบบ 5-4-1 ซึ่งผมไม่เคยเห็นซิตี้ทำแบบนี้มาก่อน มันแสดงให้เห็นว่าเรากดดันได้จริง และผลเสมอก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเรา”

“ผมคิดว่าเราทำให้คู่แข่งเริ่มให้ความเคารพเรามากขึ้น พวกเขารู้ถึงคุณภาพของเราทั้งทีม”

“ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ผมยังไม่เคยเห็นเราครองเกมเหนือซิตี้ได้แบบนี้เลย ถ้าแพ้กลับออกมา ผมคงเสียดายสุด ๆ”

‘สล็อท’ ยัน ‘ซาลาห์’ และ 4 แข้งตัวหลักชุดใหญ่เตรียมพักเกมบาว คัพ

อาร์เน่ สล็อท นายใหญ่ทีมลิเวอร์พูล ยืนยันอย่างชัดเจนว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และแข้งตัวหลักอีก 4 รายจะไม่ได้ลงสนามในเกมคาราบาว คัพ รอบสาม ที่จะพบกับเซาแธมป์ตัน คืนวันอังคารนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งสำรองและดาวรุ่งได้โชว์ฝีเท้า

หลังจาก “หงส์แดง” เปิดบ้านเฉือนเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 2-1 ในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมเก็บชัยชนะต่อเนื่องเป็นนัดที่ 6 จากทุกรายการ สล็อทมองว่าถึงเวลาที่ต้องหมุนเวียนนักเตะเพื่อรักษาความสดและความสมดุลของทีม

“นี่คือเหตุผลว่าทำไมทีมที่เล่นบอลยุโรปต้องมีขุมกำลังเชิงลึก เพราะคุณต้องลงเล่นถี่ยิบ มันไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ” กุนซือดัตช์กล่าว

เขายืนยันว่าแข้งที่ลงเล่นเต็ม 90 นาทีติดต่อกันสามนัด ได้แก่ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, อิบราฮิม่า โคนาเต้, ซาลาห์, ไรอัน กราเฟนเบิร์ค และ โดมินิก โซบอสซ์ไล จะไม่ได้มีชื่อในเกมกลางสัปดาห์นี้

ในเกมล่าสุดกับเอฟเวอร์ตัน สล็อทได้ปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 4 ตำแหน่งจากชุดที่ชนะแอตเลติโก้ มาดริดในแชมเปี้ยนส์ลีก โดยส่ง คอเนอร์ แบรดลี่ย์, มิลอส เคอร์เคซ, อูโก้ เอกิติเก้ และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ลงเป็นตัวจริง

สำหรับเกมคาราบาว คัพ รอบสามนี้ ถือเป็นโอกาสทองของแข้งสำรองและดาวรุ่ง ไม่ว่าจะเป็น แบรดลี่ย์, เฟเดริโก้ เคียซ่า หรือ เทรย์ ไนโอนี่ ที่มีลุ้นออกสตาร์ท

รู้ตัวดี!’ชอว์’ รับคำวิจารณ์หลังโชว์ฟอร์มไม่ออกในเกมพ่ายเรือ

ลุค ชอว์ กองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจถึงความรู้สึกหลังถูก รอย คีน ตำนานกัปตันทีมปีศาจแดง วิจารณ์ฟอร์มการเล่นอย่างหนักในเกมที่ทีมบุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยยอมรับว่าแม้จะเจ็บปวด แต่ก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้น

หลังจบเกมที่ยูไนเต็ดกลับมาเก็บชัยชนะเหนือเชลซี 2-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา ชอว์ถูกถามถึงคอมเมนต์ของ รอย คีน ซึ่งเจ้าตัวตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า

“แน่นอนว่ามันเจ็บปวด เขามีประสบการณ์มากมาย เขาคือหนึ่งในกัปตันที่ดีที่สุดของแมน ยูไนเต็ด แต่ผมคิดว่าเขาพูดถูก ผมไม่ได้อยู่ในระดับของตัวเองเลยเมื่อสัปดาห์ก่อน”

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้ว่าผมสามารถทำได้ดีอย่างไร ผู้จัดการทีมทราบเรื่องนี้ และผมคิดว่าผู้จัดการทีมที่เคยร่วมงานกับผมมาก่อนก็ทราบเช่นกัน”

“ผมมีช่วงเวลาขึ้นๆ ลงๆ เยอะมาก แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องของการรักษาระดับสูงให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะผมรู้ดีว่าผมสามารถทำแบบนั้นได้”

“ผมคิดว่าคำวิจารณ์คือสิ่งที่ผู้คนสามารถเข้าใจได้ แต่ก็เหมือนที่ผมได้พูดไปนั่นแหล่ะ ผมยอมรับมัน รับฟังแล้วก็มูฟออนต่อไป”

รับสภาพ!’เป๊ป’ เปิดใจเล่นเกมรับเต็มรูปแบบเพราะเป็นรองปืน

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า การเลือกใช้แทคติกตั้งรับเต็มตัวในเกมเสมออาร์เซนอล 1-1 เป็นผลมาจากการที่ทีมของเขาเล่นได้เป็นรองคู่แข่ง พร้อมเผยว่าแม้จะไม่ใช่สไตล์ถนัด แต่ก็จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ซิตี้ออกนำก่อนจากประตูของเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ในครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลัง เป๊ปเลือกเปลี่ยนแนวทางมาเน้นเกมรับเพื่อรักษาสกอร์ ทว่ากลยุทธ์ดังกล่าวไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากเจ้าบ้านได้ เมื่อกาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ยิงตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่งผลให้แบ่งแต้มกันไปอย่างดุเดือด

สถิติหลังเกมเผยว่า แมนฯ ซิตี้ ครองบอลได้เพียง 32.8% ซึ่งถือเป็นตัวเลขต่ำสุดในอาชีพการคุมทีมของกวาร์ดิโอล่าตลอด 601 นัดที่ผ่านมา

หลังจบเกม เป๊ปเปิดใจถึงการตัดสินใจที่หลายคนมองว่า “ไม่ใช่ตัวตน” ของเขา โดยกล่าวติดตลกว่า “โอเค สักครั้งในรอบ 10 ปี มันก็ไม่แย่นักใช่ไหม? ตอนนี้ผมกลายเป็นโค้ชสายเกมโต้กลับแล้ว”

“จริงๆ แล้วผมก็อยากเล่นในอีกสไตล์มากกว่า แต่บางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่า คู่แข่งเล่นได้ดีกว่า และเราต้องอยู่รอดด้วยวิธีนั้น ซึ่งเราก็ทำได้”

“ผมต้องให้เครดิตกับอาร์เซนอลมากๆ กับสิ่งที่พวกเขาทำได้ ยกเครดิตให้จริงๆ”

เมื่อถูกถามถึงความสามารถของลูกทีมในการตั้งรับยาวนานตลอดครึ่งหลัง นอกจากนี้ เป๊ป ยังติดตลกและเผยว่าทีมของเขาเล่นเกมรับได้นานกว่าที่คาด “โอ้ ใช่ แน่นอน ผมเองก็แปลกใจเหมือนกัน!”

เซ็ง!’อาร์เตต้า’ รับผิดหวังได้แค่เจ๊าเรือแต่ภูมิใจฟอร์มแข้งปืน

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือทีมอาร์เซน่อล ยอมรับว่าภูมิใจสุดๆ กับฟอร์มการเล่นของลูกทีมที่ครองเกมได้อย่างสิ้นเชิงตลอดแมตช์ แต่ไม่สามารถปิดกั้นความผิดหวังที่ต้องเปิดบ้านเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนที่ผ่านมา

เกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม “เรือใบสีฟ้า” ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกมในนาทีที่ 9 จากผลงานของเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวเก่งที่ฉวยโอกาสซัดตุงตาข่าย แต่จากนั้น “ปืนใหญ่” กลับมาพร้อมความมุ่งมั่น พยายามโหมบุกหนักจนนาทีทดเจ็บ 90+3 ซึ่งเอเบเรชี่ เอเซ่ ส่งบอลให้กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หลุดเดี่ยวมาซัดตีเสมออย่างสุดมันส์ ส่งผลให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปอย่างน่าปวดใจ

หลังเกม อาร์เตต้า ตกเป็นเป้าถามจากสื่อถึงการตัดสินใจจัดตัวผู้เล่น โดยเฉพาะการให้ตัวรุกหลักอย่างเอเซ่, มาร์ติเนลลี่ และบูกาโย่ ซาก้า นั่งสำรองตั้งแต่เริ่ม โดยกุนซือชาวสเปนตอบแบบกั๊กๆ ว่า “ผมจะปล่อยให้พวกคุณตัดสินใจเอง แต่เรามีผู้เล่นตัวรุกในทีมเพียบ”

“เป็นเรื่องง่ายที่จะบอกว่าเราขาดความทะเยอทะยาน แต่เราเริ่มต้นนัดนี้ได้ดีมาก และเป็นฝ่ายครองเกมโดยสิ้นเชิง”

อาร์เตต้ายังยกย่องลูกทีมที่รับมือกับ “ซิตี้” ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยระบุว่า “ซิตี้ ยิงประตูได้หนึ่งลูก แล้วก็ไม่ทำอะไรอีก เราค่อนข้างสั่นคลอนอยู่ 5-7 นาที จากนั้นก็กลับมาคุมเกมอีกครั้ง”

โดยสถิติหลังเกมยิ่งตอกย้ำความเหนือชั้นของอาร์เซน่อล เมื่อ “เรือใบ” ครองบอลได้เพียง 32.8% ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำสุดในประวัติศาสตร์ 601 นัดที่กวาร์ดิโอล่าคุมทีม

“เราควบคุมและครองเกมไว้หมด ครึ่งหลังก็เช่นกัน ผมภูมิใจในตัวลูกทีมสุดๆ แต่ผิดหวังมากกับผลการแข่ง”

“คู่แข่งมีโอกาสหนึ่งครั้งจากเตะมุม อีกครั้งด้วยสวนกลับ และอีกครั้งจากจังหวะเสียบอล เมื่อจำกัดโอกาสของซิตี้ ได้แบบนี้ ผมต้องชื่นชมลูกทีม”

“เราจ่ายบอลที่ดีมากเข้าเขตโทษคู่แข่งหลายครั้ง และเยอเคเรส ก็อยู่ใกล้เคียง แต่เมื่อเจอซิตี้ มันยากมากที่จะมีโอกาสจะแจ้ง”

สำหรับสถานการณ์ในลีก อาร์เซน่อล ยังรั้งอันดับ 2 โดยตามหลังลิเวอร์พูล จ่าฝูง 5 คะแนน และอาร์เตต้าปิดท้ายด้วยความมองโลกในแง่ดี “เราไม่สามารถควบคุมผลคู่อื่น พวกเขาชนะทุกนัด มันจะเป็นงานยากสำหรับเรา แต่หากรักษาระดับการเล่นแบบวันนี้ เราจะไม่เป็นไร”

‘แอนจ์’ มองแง่ดี เจ้าป่าพัฒนาขึ้นแม้เจ๊า เบิร์นลี่ย์ 1-1

แอนจ์ ปอสเตโคกลู นายใหญ่ของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยืนยันว่าเขาเห็นสัญญาณเชิงบวกจากฟอร์มการเล่นของลูกทีม แม้จะยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ หลังบุกเสมอเบิร์นลี่ย์ 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา

เกมนี้ “เจ้าป่า” ออกนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จากลูกยิงของ เนโก้ วิลเลี่ยมส์ แต่เจ้าถิ่นเบิร์นลี่ย์ตีเสมอได้ในนาทีที่ 23 จาก ไจดอน แอนโธนี่ย์ ก่อนที่ทั้งสองทีมจะไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ในช่วงเวลาที่เหลือ

หลังจบเกม ปอสเตโคกลูเผยว่า แม้ผลการแข่งขันจะน่าผิดหวัง แต่เขาพอใจกับพัฒนาการของทีมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

“สิ่งสำคัญสำหรับผมคือ เราดูเป็นทีมที่ต่างไปจาก 7 วันก่อน” กุนซือชาวออสเตรเลียกล่าว

“นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการเห็น เราเห็นบางอย่างมาตั้งแต่เกมวันพุธ และมันเป็นเรื่องเยี่ยม เพราะแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นกำลังตอบสนองกับสิ่งที่เราต้องการให้ทำ”

“หากเรามีพัฒนาการแบบนี้ต่อไป ผลการแข่งขันจะตามมา วันนี้เป็นเกมน่าหงุดหงิด แต่พัฒนาการเล่นของเรา คือเรื่องแง่บวกที่สุดสำหรับผม”

“เราเจอเกมยาก ผมมีความสุขกับหลายด้านของเกม เราคุมสถานการณ์ได้ดี และสร้างโอกาสได้มากพอสำหรับชนะเกมนี้”

“โกล์คู่แข่งต้องเซฟหลายครั้ง มี 2-3 จังหวะที่เราควบคุมไม่อยู่ และปล่อยให้เบิร์นลี่ย์ทำสิ่งที่ถนัดคือจังหวะสวนกลับเร็ว”

“ผมผิดหวังที่เราได้แค่แต้มเดียวจากเกมนี้ แต่ผมไม่สามารถตำหนิความพยายามลูกทีม”

เพิ่มสถิติ!’บรูโน่’ ปลื้มยิงครบ 100 ลูกให้ผี

บรูโน่ แฟร์นานเดส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยความรู้สึกสุดปลื้มหลังพาทีมเปิดบ้านเฉือนชนะเชลซี 2-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสายฝนและใบแดงที่เกิดขึ้นทั้งสองฝั่ง เกมนี้ถือเป็นค่ำคืนพิเศษของแข้งโปรตุกีส เมื่อเขาทำได้ถึงสองสถิติส่วนตัวสำคัญ

ยูไนเต็ดออกสตาร์ทเกมอย่างดุดัน ก่อนจะได้ประตูขึ้นนำจากบรูโน่ในนาทีที่ 18 ซึ่งเป็นประตูที่ 100 ของเขากับสโมสรในทุกรายการ และยังตรงกับการลงสนามในพรีเมียร์ลีกครบ 200 นัดพอดี ส่วนอีกหนึ่งประตูมาจากคาเซมิโร่ ช่วยให้ทีมคว้าชัยเป็นนัดที่สองของฤดูกาล

“ผลการแข่งขันสำคัญที่สุด เราไม่ได้คะแนนตามที่หวังในเกมก่อน ๆ แต่เกมนี้เรามีวินัยและแข็งแกร่งมากในการป้องกันเขตโทษ บีบให้เชลซีต้องเปิดบอลจากด้านข้าง การกดดันตั้งแต่ต้นเกมทำให้เราได้เปรียบจนพวกเขาได้ใบแดง”บรูโน่กล่าว

กัปตันทีมชาวโปรตุเกสยังกล่าวถึงใบแดงของคาเซมิโร่ว่า “มันไม่ได้เปลี่ยนแผนเรามากนัก เรายังปิดพื้นที่ตรงกลางได้ดี และกองหลังเรายอดเยี่ยมมากในกรอบเขตโทษ”

สำหรับสองสถิติสำคัญในเกมนี้ บรูโน่เผยว่า “แน่นอนว่าผมภูมิใจมาก ๆ กับสองสถิติใหญ่แบบนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ผมตั้งเป้าไว้เลยนะ เป้าหมายของผมมีแค่อย่างเดียวคือได้ลงเล่นเกมต่อไปเรื่อย ๆ เท่านั้น”

สำหรับ บรูโน่ กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 19 ในประวัติศาสตร์สโมสรที่ยิงถึง 100 ประตู จากการลงเล่น 296 นัด เฉลี่ยเกือบทุก 3 เกมจะยิงได้ 1 ลูก

‘กราเฟนเบิร์ค’ ปลื้มบทบาทใหม่ได้รับอิสระเติมเกมรุก

ไรอัน กราเฟนเบิร์ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์ของลิเวอร์พูล เผยความมั่นใจหลังโชว์ฟอร์มเด่น ยิงหนึ่ง จ่ายหนึ่ง พาทีมเปิดแอนฟิลด์เฉือนเอฟเวอร์ตัน 2-1 ในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมยอมรับว่าการปรับแท็กติกในซีซั่นนี้ทำให้เขามีอิสระในการเติมเกมรุกมากขึ้น

ในเกมนี้ กราเฟนเบิร์ค ซัดประตูให้ “หงส์แดง” ขึ้นนำ 1-0 ก่อนจะจ่ายบอลให้ อูโก้ เอกิติเก้ ยิงประตูชัย 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะในเกมดาร์บี้แมตช์สุดเข้มข้นได้สำเร็จ การออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ของแข้งชาวดัตช์ถือว่าน่าประทับใจ โดยเขาทำไปแล้ว 2 ประตูและ 2 แอสซิสต์ ซึ่งรวมถึงประตูที่ยิงได้ในเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วย ผิดกับฤดูกาลก่อนที่ยิงไม่ได้เลยจากการลงเล่น 49 นัด

“โค้ชให้ความมั่นใจกับผมมาก ฤดูกาลนี้เราได้อิสระในแดนกลางมากขึ้น ฤดูกาลก่อนผมต้องยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ตำแหน่งค่อนข้างต่ำ แต่ตอนนี้ผมสามารถเติมเกมรุกได้มากขึ้นอย่างที่เห็นในเกมนี้ ผมคิดว่านี่คือจุดเด่นของผม และผมแฮปปี้มากที่ได้เล่นแบบนี้ รวมถึงดีใจที่ยิงประตูได้!”กราเฟนเบิร์คกล่าวหลังเกม

“ฤดูกาลก่อนผมยิงไม่ได้เลย แน่นอนว่าซีซั่นนี้ผมอยากยิงประตูและทำแอสซิสต์ให้มากขึ้น วันนี้ผมมีความสุขมากๆ”

ด้าน อาร์เน่ สล็อท กุนซือ ลิเวอร์พูล ก็พูดถึงการปรับแท็คติกที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของกราเฟนเบิร์คว่า “นี่คือพัฒนาการของทีม เรา พยายามทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อรักษาจุดแข็งของเรา แต่ทีมคู่แข่งก็ปรับตัวเพื่อรับมือเราเช่นกัน ดังนั้นเราต้องพัฒนาต่อไป”

“เรามีนักเตะที่แตกต่างจากฤดูกาลก่อน บางครั้งเราปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามคุณภาพของนักเตะที่มีเมื่อเทียบกับขุมกำลังในอดีต กราเฟนเบิร์ค มีจังหวะที่สามารถช่วยเกมรุกได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับวิธีที่คู่แข่งเพรสซิ่งเรา เขามีอิสระมากขึ้นเล็กน้อย ใช่”

‘สล็อท’ ชื่นชมทัศนคติแข้งหงส์หลังช่วยกันเฉือนท๊อฟฟี่ 2-1

ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่ สล็อท เปิดรัง แอนฟิลด์ เฉือนชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ในศึก พรีเมียร์ ลีก โดย “หงส์แดง” ได้ประตูจาก ไรอัน กราเฟนแบร์ค และ อูโก้ เอกิติเก้ ในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังนาที 58 เอฟเวอร์ตัน ตีไข่แตก ทำให้เกมเข้มข้นจนจบการแข่งขัน

“วันนี้เราต้องใช้ทัศนคติเพื่อคว้าชัยชนะอีกครั้ง มันอาจเป็นทัศนคติที่ต่างจากไม่กี่ครั้งก่อน แต่เรารู้ว่าเกมนี้จะยากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเรามีเวลาเตรียมตัวไม่มาก เราเล่นเกมที่ 3 ในรอบเจ็ดวัน และเจอกับคู่แข่งร่วมเมือง ซึ่งเป็นเกมที่เข้มข้นที่สุดใน 3 นัดนี้”สล็อท ให้สัมภาษณ์หลังเกม

“เมื่อร่างกายมีความสด ช่วง 45 นาทีแรก เราเล่นได้น่าเหลือเชื่อ”

“นอกจากคุณภาพของ เอฟเวอร์ตัน แล้ว เราเริ่มวิ่งจนหมดแรง แต่ทัศนคติของทีมไม่เคยหมด”

สล็อท ตัดสินใจส่ง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ลงสนามในครึ่งหลัง แต่ทั้งคู่ยังไม่สามารถเพิ่มสกอร์ได้ เขาอธิบายการจัดทีมว่า “เรารู้ว่าครึ่งหลังอาจเจอสถานการณ์ยากลำบาก ผมจึงจัดทีมโดยคำนึงถึงความพร้อมตลอดสัปดาห์”

ผิดพลาด!’ซานเชซ’ ขอโทษหลังโดนใบแดงต้นเกมทำสิงห์พ่ายผี

โรเบิร์ต ซานเชซ ผู้รักษาประตูตัวเก่งของเชลซี ออกมาขอโทษแฟนบอลผ่านโซเชียลมีเดีย หลังถูกใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 5 ของเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก ส่งผลให้ทีม “สิงห์บลูส์” ต้องบุกพ่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อคืนที่ผ่านมา

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง ซานเชซ พุ่งออกจากกรอบเขตโทษเพื่อสกัดบอลจากไบรอัน เอ็มเบอโม่ ปีกตัวเก่งของแมนฯ ยูไนเต็ด แต่กลายเป็นฟาวล์รุนแรงที่ผู้ตัดสินปีเตอร์ แบงค์ส ตีความว่าเป็นการปฏิเสธโอกาสทำประตูที่ชัดเจน สั่งไล่ออกทันที สร้างสถิติใบแดงเร็วที่สุดของเชลซีในยุคพรีเมียร์ลีก และเป็นอันดับสามเร็วที่สุดสำหรับผู้รักษาประตูในลีก

หลังจากนั้น เชลซีต้องปรับแผนแบบฉุกเฉิน โดยส่งฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ลงเฝ้าเสาแทน และเปลี่ยนระบบเป็นกองหลัง 5 คน แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ความได้เปรียบกดดันไม่ยั้ง นำ 2-0 จากประตูของบรูโน่ แฟร์นานเดส นาทีที่ 14 และคาเซมิโร่ นาทีที่ 37 ก่อนที่เทรโวห์ ชาโลบาห์ จะยิงปลอบใจให้เชลซีในนาทีที่ 80 แต่ก็ไม่ทัน คะแนนรวมจบที่ 2-1

“วันนี้เป็นความผิดพลาดของผมเอง ผมต้องขอโทษทุกคนในทีมและแฟนบอลเชลซีอย่างจริงใจสำหรับเรื่องนี้” ซานเชซ โกล์สเปนวัย 27 ปี โพสต์ผ่านอินสตาแกรมหลังจบเกม

“ทั้งทีมต่อสู้อย่างหนักในครึ่งหลัง แต่เราก็ไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ผมจะเรียนรู้จากความผิดพลาดนี้และกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม”

ด้านเอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี ก็ให้สัมภาษณ์หลังเกมอย่างตรงไปตรงมา เมื่อถูกถามถึงความผิดพลาดของลูกทีม “ใช่ มันคงดีกว่าถ้าซานเชซปล่อยให้คู่แข่งยิงประตูแทนการทำฟาวล์แบบนั้น” มาเรสก้า กล่าว

“เรายังเหลือเวลาแข่งอีก 95 นาที ซานเชซเองก็รู้ดี แต่การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีแบบนั้นมันยากจริงๆ”

“ถ้าถามผม ผมยอมให้ทีมโดนนำ 1-0 หลังจากเริ่มเกมแค่ 5 นาที มากกว่าเหลือผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่งแบบนี้แน่นอน”

‘มาเรสก้า’ ชี้ใบแดงต้นเกมทำแผนเปลี่ยนเผยถอด ‘พาลเมอร์’ เพราะเจ็บ

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือทีมเชลซี ออกมาอธิบายถึงการตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 3 คนตั้งแต่ครึ่งแรก หลังทีมต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 4 ของเกมบุกเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของ “สิงห์บลูส์” 1-2

เชลซีเสียเปรียบตั้งแต่ต้นเกม เมื่อ โรเบิร์ต ซานเชซ ผู้รักษาประตู ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 4 ทำให้ มาเรสก้า ต้องปรับแท็กติกทันที โดยส่ง ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ลงมาเฝ้าเสาแทน และถอด เปโดร เนโต้ ออกเพื่อปรับระบบเป็นกองหลัง 5 คน พร้อมส่ง โตซิน อดาราบิโอโย่ ลงมาเสริมแนวรับ

“ใบแดงเปลี่ยนเกมตั้งแต่นาทีที่ 3 หลังจากนั้นเมื่อพวกเขาเหลือ 10 คนเท่ากัน เกมก็เปลี่ยนสำหรับเรา แต่เราจำเป็นต้องออกสตาร์ตให้ดีกว่านี้”มาเรสก้ากล่าว

“แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นเกมรุกด้วยผู้เล่น 5 คน ดังนั้นไอเดียของผมคือการรับด้วยผู้เล่น 5 คน คุณสามารถตั้งรับด้วย 4 คนได้ตอนที่เล่น 11 ต่อ 11 แต่เมื่อเราเหลือตัวน้อยกว่า เราต้องเพิ่มแนวรับเพื่อปิดพื้นที่ด้านข้าง”

นอกจากนั้น เชลซียังต้องเสีย โคล พาลเมอร์ ตั้งแต่นาทีที่ 32 โดย มาเรสก้าเลือกส่ง อันเดรย์ ซานโตส ลงมาแทน ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าสาเหตุไม่ใช่แท็กติก แต่เป็นเพราะสภาพร่างกายของ พาลเมอร์ ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย

“โคล ทดสอบร่างกายในตอนเช้าเพื่อดูว่าจะลงเล่นได้หรือไม่ เขาไม่ได้ฟิต 100% แต่เขาอยากลงเล่นเพื่อทีม ความทุ่มเทถือว่าสุดยอดมาก แต่หลังจากเล่นไป 20 นาที เขารู้สึกว่ามันเกินไปสำหรับเขา”

“เราจำเป็นต้องเริ่มเกมให้ดีกว่านี้ เราไม่สามารถเสียใบแดงที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดตั้งแต่นาทีที่ 3 ได้ มันทำให้ทุกอย่างยากขึ้น”