Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ลุ้นติดทีมชาติ!’แมดดิสัน’ เผยได้พูดคุย ‘ทูเคิ่ล’ บ้างแล้ว

เจมส์ แมดดิสัน เพลย์เมกเกอร์ของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เปิดเผยว่าเขาได้รับการติดต่อจาก โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนใหม่ ก่อนการประกาศรายชื่อนักเตะชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก

ทูเคิล กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมทีมเพื่อลงสนามในเกมคัดเลือกที่อังกฤษจะพบกับ แอลเบเนีย และ ลัตเวีย โดยเจ้าตัวพยายามพูดคุยกับนักเตะที่อยู่ในข่ายพิจารณา ซึ่งแมดดิสันก็เป็นหนึ่งในนั้น
แมดดิสัน ซึ่งเคยติดทีมชาติอังกฤษมาแล้ว 7 นัด ยอมรับว่าตนเองอยากมีส่วนร่วมกับทีมในครั้งนี้ และเชื่อว่าผลงานส่วนตัวที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เขาได้รับเลือก

“เขา (ทูเคิล) ได้ติดต่อมาหาผมแล้ว” แมดดิสันกล่าว “ผมคิดว่าเขาพยายามพูดคุยกับผู้เล่นหลายคนที่อาจมีโอกาสติดทีม ซึ่งคงเป็นรายชื่อที่ทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้พิจารณาไว้”

“แน่นอนว่าผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของทีม ผมเชื่อว่าฟอร์มของผมตอนนี้อยู่ในระดับที่ดี สถิติก็ยอดเยี่ยม ไม่มีมิดฟิลด์คนไหนที่มีทั้งประตูและแอสซิสต์มากกว่าผมในตอนนี้”

เพลย์เมกเกอร์วัย 27 ปี ยังเสริมว่าเขามั่นใจในความสามารถของตัวเอง และเชื่อว่าหากทำผลงานได้ดีต่อเนื่องกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ โอกาสในการติดทีมชาติจะตามมาเอง

“ตอนนี้ผมรู้สึกดีมาก ทั้งสภาพร่างกายและความมั่นใจ ผมรู้ว่าตัวเองสามารถสร้างความแตกต่างให้กับเกมได้ ถ้าผมรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้ไว้ โอกาสก็จะเป็นของผมเอง ผมเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ”

แมดดิสันถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับท็อตแนม ฤดูกาลนี้เขามีบทบาทสำคัญในแนวรุกของทีม และหากยังรักษาฟอร์มเก่งไว้ได้ ก็มีโอกาสสูงที่ชื่อของเขาจะอยู่ในแผนการทำทีมของ ทูเคิล ในอนาคต

‘เป๊ป’ แจงเหตุ ‘ฮาลันด์’ ไร้ชื่อเกมพ่ายลิเวอร์พูล

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ไม่มีรายชื่ออยู่ในทีมสำหรับเกมที่พ่ายต่อ ลิเวอร์พูล 0-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า กองหน้าชาวนอร์เวย์ยังคงมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ไม่ฟื้นตัวดีพอ

ก่อนหน้านี้ ฮาลันด์ ถูกใส่ชื่อเป็นตัวสำรองแต่ไม่ได้ลงสนามในเกมที่ แมนฯ ซิตี้ พ่าย เรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เลกสอง เมื่อกลางสัปดาห์ หลังจากได้รับบาดเจ็บจากเกมถล่ม นิวคาสเซิล เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ในเกมกับ ลิเวอร์พูล เจ้าตัวกลับไม่มีชื่อแม้กระทั่งในม้านั่งสำรอง

กวาร์ดิโอล่า ยืนยันว่า การตัดสินใจตัดชื่อฮาลันด์ออกจากทีมเกิดขึ้นหลังการฝึกซ้อมรอบสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

“หลังจากการซ้อมเมื่อวาน เขารู้สึกดีขึ้น แต่ยังไม่ดีพอที่จะลงเล่น แน่นอนว่าเราต้องการเขาในทีม แต่ตลอด 9 ปีที่ผมคุมทีมมา เราเคยเผชิญสถานการณ์ที่ต้องลงเล่นโดยไม่มีนักเตะสำคัญหลายครั้ง” เป๊ปกล่าว

“ฤดูกาลนี้ เรามีปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายรายพร้อมกัน ทำให้การจัดการทีมเป็นเรื่องยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเกมแต่ละเกม เราจำเป็นต้องหาทางรับมือให้ได้”

การขาดหายไปของ ฮาลันด์ ส่งผลกระทบต่อเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ อย่างเห็นได้ชัด โดยทีมไม่สามารถเจาะแนวรับของ ลิเวอร์พูล ได้ ก่อนจะพ่ายแพ้คาบ้านไป 0-2 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่ส่งผลต่อสถานการณ์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของพวกเขาโดยตรง

ผีช็อค!’มาซราวี’ เจ็บเข่าอาจพลาดเกมดวลม้าขาว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจับตาดูสภาพร่างกายของ นูสแซร์ มาซราวี อย่างใกล้ชิด หลังแบ็กขวารายนี้ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจากเกมเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเขามีกำหนดเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมในวันจันทร์ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจว่าเขาจะสามารถลงสนามในเกมคาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศกับ อิปสวิช ทาวน์ ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันพุธได้หรือไม่

เหตุการณ์บาดเจ็บของ มาซราวี เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเกมพบ เอฟเวอร์ตัน โดย รูเบน อโมริม กุนซือปีศาจแดง เดิมทีมีแผนส่ง เลนี่ โยโร่ ลงสนามแทน มัทไธส์ เดอ ลิกต์ แต่สุดท้ายกลับต้องเปลี่ยนตัว มาซราวี ออกในนาทีที่ 70 หลังจากที่เจ้าตัวแจ้งว่ามีอาการเจ็บเข่าขวา เขาได้รับการดูแลเบื้องต้นภายในห้องแต่งตัวหลังจบเกม และจะได้รับการประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งในวันจันทร์นี้

การขาดหายไปของ มาซราวี จะเป็นอีกหนึ่งความเสียหายสำคัญสำหรับ อโมริม หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งเสียสองผู้เล่นสำคัญอย่าง อาหมัด ดิยัลโล และ คอบบี้ เมนู ไปจากอาการบาดเจ็บเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้ตัวเลือกในทีมของกุนซือชาวโปรตุเกสยิ่งจำกัดมากขึ้น

นับตั้งแต่ย้ายมาจาก บาเยิร์น มิวนิค เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มาซราวี กลายเป็นกำลังหลักของทีมในฤดูกาลนี้ โดยแข้งวัย 27 ปีรายนี้ลงสนามไปแล้ว 38 นัดในทุกรายการ และได้รับโอกาสเป็นตัวจริงเกือบทุกเกมนับตั้งแต่ อโมริม เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรอลุ้นผลการตรวจร่างกายของ มาซราวี ว่าเขาจะสามารถฟื้นตัวทันลงช่วยทีมในเกมสำคัญกับ อิปสวิช ทาวน์ ได้หรือไม่ ขณะที่ อโมริม อาจต้องเตรียมแผนสำรองหากต้องขาดหนึ่งในแนวรับคนสำคัญไปอีกหนึ่งราย

โคตรดี!อันเช่ยก ‘โมดริช’ ของขวัญลํ้าค่าของวงการฟุตบอล

คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือของเรอัล มาดริด ชื่นชม ลูก้า โมดริช ว่าเป็นของขวัญของวงการฟุตบอล หลังจากมิดฟิลด์ตัวเก๋าของทีมยิงประตูสุดสวยช่วยทีมเอาชนะ จิโรน่า 2-0 ในเกมล่าสุด

แม้เรอัล มาดริด จะออกสตาร์ทเกมได้ไม่ดีนัก แต่ โมดริช กลับสร้างความแตกต่างด้วยลูกยิงไกลจากระยะ 30 หลา บอลพุ่งโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างหมดจด แสดงให้เห็นถึงคลาสของนักเตะระดับเวิลด์คลาส แม้วัยจะล่วงเข้าสู่ 39 ปีแล้วก็ตาม

อันเชล็อตติ กล่าวชื่นชมโมดริช โดยชี้ว่าความสามารถตามธรรมชาติ บวกกับความมุ่งมั่นในการดูแลร่างกาย คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขายังคงโชว์ฟอร์มในระดับสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง

“ลูก้า โมดริช คือของขวัญของวงการฟุตบอล และเขาจะเล่นต่อไปได้นานเท่าที่เขาต้องการ สิ่งที่เขาทำในสนามนั้นยอดเยี่ยมมาก” อันเชล็อตติกล่าว

นอกจากจะเป็นตำนานของเรอัล มาดริดแล้ว โมดริช ยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับวงการฟุตบอล ทั้งในแง่ของคุณภาพการเล่น ความเป็นมืออาชีพ และความน่าเชื่อถือในสนาม

อันเชล็อตติ ซึ่งเคยร่วมงานกับ เปาโล มัลดินี่ ตำนานกองหลังของ เอซี มิลาน ได้เปรียบเทียบ โมดริช กับ มัลดินี่ โดยกล่าวว่าทั้งสองคนมีจุดร่วมหลายอย่าง

“มัลดินี่ คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตอนอายุ 40 และเขากับ โมดริช มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน พวกเขาเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมว่าการเป็นนักฟุตบอลต้องมีอะไรบ้าง” อันเชล็อตติกล่าวเสริม

“แม้พันธุกรรมอาจมีส่วนช่วย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความมุ่งมั่นและทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ มัลดินี่ เล่นได้จนถึงอายุ 40 และ โมดริช ก็กำลังเดินตามเส้นทางเดียวกัน”

ขาดไม่ได้!’โรเบิร์ตสัน’ ชม ‘ซาลาห์’ คนสำคัญฟอร์มโคตรโหด

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็คซ้ายตัวเก่งของลิเวอร์พูล ออกมาชื่นชม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลังโชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง ยิงประตูที่ 30 ของฤดูกาล พร้อมช่วยทีมบุกคว้าชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา

ซาลาห์ กลายเป็นคีย์แมนสำคัญของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ และเป็นผู้เล่นคนแรกที่สามารถทั้งยิงและแอสซิสต์ใส่ทีมแชมป์เก่าได้สองครั้งในฤดูกาลเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญพาทีมลิเวอร์พูลเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ทั้งไปและกลับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อนยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

โรเบิร์ตสัน กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมอย่างภาคภูมิใจว่า “ตอนนี้เขาเหมือนอยู่ในโลกอีกใบไปแล้ว ฟอร์มการเล่นของเขายอดเยี่ยมมาก พวกเราดีใจที่มีเขาอยู่ในทีมแน่นอน!”

“บอกตรง ๆ ว่าไม่อยากพูดถึงเขาแล้วนะ! (หัวเราะ) ไม่ใช่อะไรหรอก แต่เขาเล่นได้สุดยอดจริง ๆ ลูกเตะมุมที่เราซ้อมกันก็ออกมาดี ทุกคนช่วยกันทำงาน และ โม ก็เป็นคนส่งบอลเข้าตาข่ายได้สำเร็จ”

โรเบิร์ตสัน ยังยกย่องผลงานเกมรับของ ซาลาห์ ในแมตช์นี้ โดยกล่าวว่า “อีกหนึ่งประตู อีกหนึ่งแอสซิสต์ และที่สำคัญคือเกมรับของเขาวันนี้ยอดเยี่ยมมาก! ทั้งเขาและ ลูโช่ (หลุยซ์ ดิอาซ) ช่วยทีมเล่นเกมรับได้ดีสุด ๆ และนั่นเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราคลีนชีตในเกมนี้”

ชัยชนะในเกมนี้ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว โดย ซาลาห์ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีม และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของฤดูกาลนี้

ยังยิ้มได้!’เป๊ป’ เผยพอใจฟอร์มเรือแม้พ่ายหงส์คาบ้าน

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความพึงพอใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม แม้จะพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล 0-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม พร้อมยืนยันว่าเขาเห็นอนาคตที่สดใสของสโมสร แม้ว่าผลการแข่งขันจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

หลังจากที่เพิ่งตกรอบในศึกฟุตบอลยุโรป แมนฯ ซิตี้ ต้องรับมือกับ ลิเวอร์พูล ในเกมลีก และถูกทีมเยือนขึ้นนำไปถึงสองประตูตั้งแต่ครึ่งแรก โดยลูกทีมของกวาร์ดิโอล่าพยายามแก้เกมในครึ่งหลัง แต่ไม่สามารถทวงคืนสกอร์ได้ ทำให้ต้องพ่ายแพ้คาบ้าน

กวาร์ดิโอล่า กล่าวหลังจบเกมว่า แม้ทีมจะแพ้ แต่เขามองเห็นอนาคตที่สดใสสำหรับสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับขุมกำลังของทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อยที่มีศักยภาพสูง

“หากเราต้องแพ้ เราควรแพ้ด้วยแนวทางที่เราเล่นในวันนี้ ผมมองเห็นอนาคตที่สดใสของสโมสร” กวาร์ดิโอล่ากล่าว พร้อมระบุว่าทีมยังมีโอกาสเติบโตไปอีกไกล

“ยกเว้น เควิน เดอ บรอยน์ และอาจจะ นาธาน อาเก้ ผู้เล่นที่เหลือล้วนเป็นนักเตะอายุน้อย และพวกเขาจะเป็นอนาคตของสโมสรต่อไปอีกหลายปี รวมถึงผู้เล่นใหม่ที่อาจจะเข้ามาเสริมทัพในอนาคต”

เขายังกล่าวเสริมว่า สโมสรยังคงวางแผนสำหรับการพัฒนาทีมในระยะยาว “แน่นอนว่าจะมีนักเตะบางรายที่อายุมากขึ้นและยังคงอยู่กับทีมในฤดูกาลหน้า แต่เราต้องเริ่มสร้างทีมสำหรับก้าวต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องของเวลา”

แม้ว่าจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ แต่กวาร์ดิโอล่ายืนยันว่า ลูกทีมของเขาเล่นได้ดี และสมควรได้รับคำชม

“วันนี้เป็นเกมที่ดี ครึ่งแรกเป็นเกมที่สูสี และเกมเปิดมากขึ้นในครึ่งหลัง ซึ่ง ลิเวอร์พูล ถอยมาตั้งรับลึกมาก พวกเขามีเกมรับที่เหนียวแน่น และสร้างอันตรายได้เสมอ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุม”

“ต้องให้เครดิตกับ ลิเวอร์พูล พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม แต่ผมพอใจกับวิธีการเล่นของทีมเรา แม้เราจะขาดผู้เล่นไปหลายคน แต่เราก็ยังทำได้ดี สิ่งเดียวที่ขาดไปคือคุณภาพในพื้นที่สุดท้าย”

กวาร์ดิโอล่ายอมรับว่า ทีมของเขาควรมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ในจังหวะจบสกอร์ และการบุกเข้าไปในพื้นที่อันตรายของฝ่ายตรงข้าม

“เราสามารถจบสกอร์ได้คมกว่านี้ และบางทีอาจต้องมีนักเตะเติมเข้าไปในกรอบเขตโทษมากขึ้น แต่ก็เข้าใจว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่าย การใช้ลูกครอสในเกมนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลย เมื่อดูจากขนาดตัวของเซ็นเตอร์แบ็คของคู่แข่ง”

กุนซือชาวสเปนยังชื่นชมผลงานของผู้เล่นริมเส้น โดยเฉพาะการเล่นเกมรับที่ช่วยจำกัดบทบาทของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ดาวยิงตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล

“ปีกของเราทำได้ดีมาก พวกเขาทำให้ ซาล่าห์ ต้องถอยไปเล่นเกมรับมากกว่าหลายเกมที่ผ่านมา ผมรู้ว่าผู้คนอาจไม่เชื่อ แต่วันนี้เราเล่นได้ดีอย่างแท้จริง”

แม้จะพ่ายแพ้ในเกมนี้ แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงอยู่ในอันดับท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ลีก โดยมีคะแนนเหนือ นิวคาสเซิล ด้วยผลต่างประตูได้เสีย อย่างไรก็ตาม ทีมของ กวาร์ดิโอล่า จะต้องเร่งแก้ไขจุดอ่อนเพื่อรักษาโอกาสลุ้นความสำเร็จในฤดูกาลนี้ต่อไป

‘สล็อท’ เผยเคยชวน ‘คล็อปป์’ กลับมาดูเกมหงส์แล้วก่อนถูกปัด

อาร์เน่ สล็อท ออกมาเผยว่าเคยเชิญชวน เจอร์เก้น คล็อปป์ อดีตกุนซือหงส์แดง มาชมเกมที่ แอนฟิลด์ ถึงสองครั้ง แต่ถูกบอกปัดกลับมา

คล็อปป์ ไม่ได้กลับมาที่ เมอร์ซีย์ไซด์ นับตั้งแต่แยกทางกับสโมสรหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ สล็อท สามารถเริ่มต้นเส้นทางการคุมทีมของเขาได้อย่างราบรื่น โดยไม่มีสิ่งรบกวนจากอดีตกุนซือ

สถานการณ์ดังกล่าวช่วยให้ สล็อท หลีกเลี่ยงแรงกดดันที่อาจเกิดขึ้น เช่นเดียวกับกรณีของผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มักมีสายตาจับจ้องไปยัง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งมักปรากฏตัวบนอัฒจันทร์ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวดัตช์ซึ่งกำลังนำทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันนี้ ยืนยันว่าเขาไม่มีปัญหา หาก คล็อปป์ ต้องการกลับมาเยือนสโมสรอีกครั้ง แม้ปัจจุบันเจ้าตัวจะรับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายฟุตบอลระดับโลกของ เร้ดบูล แล้วก็ตาม

“ผมเคยเชิญเขามาชมเกมเหย้าในนัดที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เรอัล มาดริด แต่เขาบอกผมว่า ขอเลือกอยู่ที่อื่นดีกว่า” สล็อทกล่าว

“เขาสามารถมาที่นี่ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ไม่ว่าจะเพื่อชมเกมหรือตรวจเยี่ยมสนามซ้อมที่เคิร์กบี”

“สำหรับผมแล้ว เขาคือบุคคลที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล เขาได้ใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ และตอนนี้เขาก็มีงานใหม่ให้ต้องทำแล้ว”

ไม่ได้เรื่อง!’อาร์เตต้า’ ผิดหวังปืนฟอร์มยังห่างชั้นทีมลุ้นแชมป์

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่อาร์เซน่อล แสดงความผิดหวังและยอมรับว่าฟอร์มการเล่นของทีมยังห่างไกลจากการลุ้นแชมป์ หลังทีมของเขาพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คาบ้าน 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมนี้ “ปืนใหญ่” เสียประตูจากลูกโหม่งของ จาร์รอด โบเว่น ในช่วงท้ายครึ่งแรก และแม้ว่าครึ่งหลังพวกเขาจะพยายามบุกเพื่อทวงคืนประตู แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ส่งผลให้พวกเขาปราชัยคาเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เป็นนัดแรกของฤดูกาล

หลังจบเกม อาร์เตต้า ให้สัมภาษณ์ด้วยความผิดหวังว่า “ผมผิดหวังมาก และชัดเจนว่าโกรธมากเช่นกัน ต้องขอแสดงความยินดีกับ เวสต์แฮม สำหรับชัยชนะของพวกเขา แต่มีหลายสิ่งที่เราทำได้ไม่ดีพอ”

“เราไม่สามารถสร้างโมเมนตัมและจังหวะการเล่นที่ดีได้มากพอ แม้จะครองบอลมากกว่าคู่แข่งและมีโอกาสยิงถึง 20 ครั้ง แต่ผมกลับไม่รู้สึกเลยว่าเราทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง”

กุนซือชาวสเปนยังกล่าวต่อว่า “แน่นอนว่าผมต้องรับผิดชอบอย่างมาก ทีมต้องมีความอันตรายมากกว่านี้ในเกมรุก และเราต้องไม่ปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสโจมตีใส่เราได้ง่าย ๆ วันนี้เราทำเสียบอลมากเกินไป และเปิดโอกาสให้ เวสต์แฮม ได้อยู่ในตำแหน่งที่อันตรายหลายครั้ง”

อาร์เตต้ายอมรับว่าคู่แข่งเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และสมควรได้รับชัยชนะในเกมนี้ “ต้องให้เครดิต เวสต์แฮม พวกเขาเห็นว่าเราเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน และยิ่งมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ทำประตูขึ้นนำได้ คูดุส เป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างพื้นที่ให้ทีมของเขาได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราต้องทำให้ได้บ้างเช่นกัน”

ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้ อาร์เซน่อล ต้องเร่งปรับปรุงฟอร์มการเล่นโดยเร็ว หากพวกเขายังต้องการเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

มีหลักฐาน!’ยามาล’ โพสต์ภาพเลือดชุ่มเท้าหลังโดนเล่นหนักทั้งเกม

ลามีน ยามาล ต้องเผชิญกับเกมที่หนักหน่วงในแมตช์ที่ บาร์เซโลน่า บุกไปเอาชนะ ลาส พัลมาส 2-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งชัยชนะในนัดนี้ช่วยให้ทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” รักษาตำแหน่งจ่าฝูงลาลีกาต่อไปได้สำเร็จ

ตลอดเกมการแข่งขัน ยามาล โดนผู้เล่นเจ้าถิ่นเข้าสกัดหนักหลายครั้ง ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บพอสมควร หลังจบเกม แข้งดาวรุ่งวัย 17 ปี ได้โพสต์คลิปลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว เผยให้เห็นถุงเท้าที่เปื้อนเลือดของเขาหลังจากถอดสตั๊ดออก ซึ่งสะท้อนถึงความหนักหน่วงของเกมที่เพิ่งผ่านมา

แม้จะโดนเล่นหนักตลอดทั้งเกม แต่ ยามาล ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถแอสซิสต์ให้ ดานี่ โอลโม่ ยิงประตูขึ้นนำได้สำเร็จ และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมเก็บสามแต้มกลับบ้าน

ในฤดูกาลนี้ ยามาล ทำไปแล้ว 11 แอสซิสต์ จาก 22 นัดในลาลีกา ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่จ่ายให้เพื่อนทำประตูมากที่สุดในลีก แซงหน้าเพื่อนร่วมทีมอย่าง ราฟินญ่า ไปเรียบร้อยแล้ว ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ปีกดาวรุ่งรายนี้พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว

จากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขา ยามาล ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมอายุต่ำกว่า 23 ปี ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและความสามารถที่น่าจับตามองของเจ้าหนูรายนี้ในอนาคต

‘อโมริม’ เผยจับ ‘การ์นาโช่’ นั่งสำรองเป็นเรื่องของแทคติก

รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุเกส ออกมาเปิดเผยถึงการตัดสินใจเลือกให้ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ออกสตาร์ทจากซุ้มม้านั่งสำรองในเกมที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องของแทคติกและการบริหารทีมที่เผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลายราย

อโมริม อธิบายว่า เขาต้องการจัดทีมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และเลือกผู้เล่นที่สามารถสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่เหมาะสมของเกม

“มีบางเกมที่มีลักษณะแตกต่างกัน และเราจำเป็นต้องมีทางเลือกที่หลากหลายในตำแหน่งเดียวกัน” อโมริม กล่าวถึงการตัดสินใจไม่ให้ การ์นาโช่ ลงเป็นตัวจริงในนัดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวโปรตุเกสยืนยันว่า การ์นาโช่ พร้อมสำหรับเกมถัดไป และเขามองว่าเป็นเรื่องดีที่นักเตะแสดงความผิดหวังกับการไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง เพราะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความกระหายในการลงเล่น

“เรามีเกมให้ลงเล่นอีกมาก และในฟุตบอลยุคใหม่ คุณไม่สามารถมีผู้เล่นตัวจริงแค่ 11 คนได้ มันเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ของเราในตอนนี้” อโมริม กล่าวเสริม

“เราต้องหมุนเวียนนักเตะ และผมต้องวางแผนล่วงหน้าถึงแนวทางของเกม สำหรับเกมนี้ ผมตัดสินใจให้ การ์นาโช่ อยู่บนม้านั่งสำรอง เพื่อให้เขาเป็นตัวเลือกในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของเกมในเวลาที่เหมาะสม”

การตัดสินใจของ อโมริม สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการบริหารทีมอย่างมีกลยุทธ์และคำนึงถึงสภาพของทีมโดยรวม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขันที่มีตารางแข่งที่แน่นหนา และต้องการความยืดหยุ่นในการจัดตัวผู้เล่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บอกหน่อยได้ไหม!’อโมริม’ รับยังคิดไม่ตกทำยังไงให้ผีฟอร์มนิ่ง

รูเบน อโมริม นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับตามตรงว่า เขาเองก็ยังไม่ทราบแนวทางที่แน่ชัดในการทำให้ทีมมีฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอ หลังจากเกมล่าสุดที่ “ปีศาจแดง” บุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 ที่กูดิสัน พาร์ค

ในเกมดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง 0-2 ตั้งแต่ครึ่งแรก แต่สามารถกลับมาตีเสมอได้สำเร็จในช่วงครึ่งหลัง ทว่าเมื่อถูกถามถึงแนวทางในการทำให้ทีมมีความคงเส้นคงวา อโมริม ตอบแบบตรงไปตรงมาว่า

“ผมไม่รู้ หากผมรู้ ผมคงเปลี่ยนแปลงมันไปแล้ว”

กุนซือชาวโปรตุเกสยังเน้นย้ำว่า ทีมต้องพัฒนาผลงานจากสิ่งที่ทำมาในระหว่างการฝึกซ้อมให้ดียิ่งขึ้นในการแข่งขันจริง

“ทุกอย่างที่เราทำมาตลอดสัปดาห์ เราต้องทำให้ดีขึ้นในเกมการแข่งขัน” อโมริมกล่าว “ตอนนี้เราต้องโฟกัสไปทีละวัน พยายามเอาตัวรอดในฤดูกาลนี้ให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดถึงอนาคต”

แม้ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่ อโมริม มองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้ โดยเฉพาะจากฟอร์มในครึ่งหลัง

“ผมไม่อยากพูดถึงแต่เรื่องลบๆ ในครึ่งหลังเราเกือบที่จะชนะเกมนี้”

“เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยในครึ่งหลัง เราต้องทำแบบเดิมแต่ให้ดีกว่าเดิม”

อย่างไรก็ตาม อโมริม ยังชี้ถึงปัญหาที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะการสร้างโอกาสและจังหวะจบสกอร์ที่ยังเป็นจุดอ่อนของทีม

ในช่วงครึ่งหลัง มีจังหวะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษ แต่หลังจากเช็ก VAR แล้ว ผู้ตัดสินตัดสินใจยกเลิกจุดโทษดังกล่าว ซึ่ง อโมริม มองว่าเป็นการตัดสินที่สมเหตุสมผล

“จากสิ่งที่ผมเห็น มันเป็นการสัมผัสที่เบามาก ผมคิดว่ามันเป็นจุดโทษที่เบาและชัดเจนเลย”

แม้จะพลาดโอกาสได้ลูกจุดโทษ แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังสามารถแบ่งแต้มออกจาก กูดิสัน พาร์ค ได้ อย่างไรก็ตาม อโมริม และทีมงานยังคงต้องหาวิธีพัฒนาและปรับปรุงผลงานเพื่อความสม่ำเสมอในอนาคต

ทำไมไม่ให้!’มอยส์’ งง ‘ยัง’ โดนดึงชัดเจนควรจุดโทษเท่านั้น

เดวิด มอยส์ กุนซือของเอฟเวอร์ตัน ยอมรับว่ารู้สึกประหลาดใจหลังผู้ตัดสิน แอนดี้ แมดลี่ย์ เปลี่ยนคำตัดสินจากจุดโทษเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังตรวจสอบ VAR ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกมที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

เหตุการณ์ดราม่าดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม เมื่อ มัตไธส์ เดอ ลิกท์ ดึงเสื้อ แอชลี่ย์ ยัง ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ จะเข้ามาโอบเอวของแข้งจอมเก๋า ทำให้เขาล้มลงไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินในสนามเป่าให้เป็นจุดโทษทันที อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับการแจ้งเตือนจาก VAR แมดลี่ย์ ตัดสินใจไปดูจอภาพข้างสนาม ก่อนกลับคำตัดสิน ทำให้เอฟเวอร์ตันพลาดโอกาสได้จุดโทษสำคัญในช่วงเวลาสุดท้ายของเกม

มอยส์ กล่าวถึงจังหวะนี้ว่า “ผมคิดว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่า แอชลี่ย์ ยัง โดนดึงเสื้อจริง ๆ ผมคิดว่าการตัดสินในสนามถูกต้องแล้ว และผมเซอร์ไพรส์มากที่กรรมการถูกส่งไปดูจอ VAR”

“วันนี้มันไม่เข้าข้างเรา เราไม่สามารถบ่นเรื่องนี้ได้มากนัก แต่มันคือการตัดสินที่ไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง จากมุมมองของเราแล้ว มันตรงกันข้ามกับที่ควรจะเป็น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็พอใจกับลูกทีมของผมมาก”

ในส่วนของฟอร์มการเล่นของทีม มอยส์ กล่าวว่า “ผมคิดว่าเราน่าจะยิงได้มากกว่านี้ ตอนที่เรานำ 2-0 เรามีโอกาสทำประตูเพิ่มเป็น 3-0 แต่พลาดโอกาสนั้นไป”

“เราเผชิญหน้ากับทีมที่แข็งแกร่ง แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจไม่ได้อยู่ในอันดับที่ดีบนตารางคะแนน แต่เราก็ทำเต็มที่แล้ว และควรได้รับผลการแข่งขันที่ดีกว่านี้”

จบเกม เอฟเวอร์ตัน ทำได้เพียงเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 ในเกมที่เต็มไปด้วยความดราม่าและการตัดสินที่เป็นที่ถกเถียง ซึ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสเก็บสามแต้มของทีมอย่างเห็นได้ชัด