Home 365kubx
LINE: @365KUBx

รอดูกัน!’เทน ฮาก’ เผยอาจเลือกนั่งบริหารแทนการคุมทีม

เอริค เทน ฮาก อดีตผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเผยว่าเขาอาจไม่หวนกลับมารับงานคุมทีมอีกเลย หลังถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเขากำลังพิจารณาทุกทางเลือกในชีวิต และยังไม่ตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตในวงการฟุตบอล

กุนซือชาวดัตช์ถูกแทนที่โดย รูเบน อโมริม ซึ่งเข้ามารับช่วงต่อ แต่ทีม “ปีศาจแดง” ภายใต้การคุมทีมของอโมริมกลับฟอร์มหลุด หล่นไปอยู่อันดับ 15 ของตารางพรีเมียร์ลีกในขณะนี้ หลังจากที่เทน ฮาก อำลาทีมไป เขายังไม่ได้งานใหม่ และดูเหมือนจะยังไม่รีบร้อนที่จะกลับมาสู่สัมภาระลูกหนังในเร็ววัน

ในช่วงเวลาที่ห่างจากสนาม เทน ฮาก เลือกใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวมากขึ้น โดยเขาได้หันไปช่วยงานบริษัทของพ่อและพี่น้อง ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่เขาสนุกและทุ่มเทเวลาให้อย่างเต็มที่ “ผมมีตัวเลือกเยอะแยะว่าจะทำอะไรต่อไป” เทน ฮาก กล่าวในพอดแคสต์ SEG Stories

“อาจจะเป็นงานในวงการฟุตบอล เช่น บทบาทผู้จัดการทั่วไป หรือบางทีอาจจะเป็นอะไรที่ต่างออกไปเลยก็ได้ ช่วงนี้ผมได้ทำงานกับพี่น้องมากขึ้น ช่วยดูแลบริษัทของเรา ซึ่งผมสนุกกับมันจริง ๆ”

ถึงแม้จะภาคภูมิใจกับช่วงเวลาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่เทน ฮาก ยอมรับว่าการคุมทีมในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการทำงานกับนักเตะรุ่นใหม่ที่ต้องการแนวทางการจัดการที่แตกต่างไปจากอดีต “คนรุ่นนี้รับมือกับคำวิจารณ์ได้ยาก” เขากล่าว

“พวกเขามักรู้สึกแย่และท้อแท้ได้ง่าย ต่างจากสมัยก่อนที่คนรุ่นผมแข็งแกร่งกว่านี้ ถ้าผมใช้วิธีเข้มงวดแบบเดิมกับนักเตะสมัยนี้ อาจทำให้พวกเขาเสียกำลังใจ แทนที่จะเป็นการกระตุ้น”

เทน ฮาก เคยถูกมองว่าเป็นโค้ชที่เข้มงวดเกินไปในสายตานักเตะบางคนที่แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งทำให้เขาต้องปรับตัวอย่างมากในช่วงท้ายของการคุมทีม แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าเส้นทางต่อไปของเขาจะเป็นอย่างไร แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวพร้อมเปิดรับทุกโอกาสที่เข้ามา ไม่ว่าจะในหรือนอกวงการฟุตบอล

ใกล้แล้ว!’ฟาน ไดจ์ค’ กระตุ้นเพื่อนหงส์รักษาฟอร์มต่อเนื่อง

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูล ได้เรียกร้องให้เพื่อนร่วมทีมรักษาโมเมนตัมของพวกเขาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นในบ้าน หลังจากที่พวกเขาคว้าชัยชนะในศึกพรีเมียร์ลีกเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

กองหลังชาวดัตช์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำให้แอนฟิลด์กลายเป็นป้อมปราการในช่วงสุดท้ายของฤดูกาล โดยชี้ให้เห็นว่าการสนับสนุนจากแฟนบอลและฟอร์มการเล่นในบ้านจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลุ้นแชมป์ของทีม

“ผมเคยพูดหลังเกมกับวูล์ฟส์ว่ามันเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะรู้สึกกังวล แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้แอนฟิลด์เป็นสนามที่คู่แข่งไม่อยากมาเยือน เหมือนที่เราเคยทำมาเสมอ” ฟาน ไดจ์ค กล่าว

“เรายังเหลือเกมในบ้านอีก 7 นัดจาก 11 เกมสุดท้าย ซึ่งหมายความว่าเราต้องทำให้ทุกเกมในบ้านเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม พร้อมด้วยเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องจากแฟนบอล ผมเชื่อว่าแอนฟิลด์จะยังคงเป็นข้อได้เปรียบอันยิ่งใหญ่ของเราเสมอ”

ลิเวอร์พูลยังคงอยู่ในการแข่งขันลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยโปรแกรมการแข่งขันในบ้านที่เหลืออยู่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเก็บแต้มเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของทีม

‘สล็อท’ ชี้ ‘ซาลาห์’ มีลุ้นคว้าบัลลงดอร์หากหงส์มีแชมป์

อาร์เน่ สล็อท ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เชื่อว่าหากทีมสามารถคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลนี้ โอกาสที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะคว้ารางวัลบัลลงดอร์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

กัปตันทีมชาติอียิปต์อยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงสุด ๆ ในฤดูกาลนี้ โดยยิงไปแล้ว 25 ประตูในพรีเมียร์ลีก และทำอีก 16 แอสซิสต์ ซาลาห์กลายเป็นผู้เล่นคนแรกใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปที่มีส่วนร่วมโดยตรงกับ 50 ประตูในทุกรายการของฤดูกาลนี้

ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเขาทำให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับโอกาสในการคว้าบัลลงดอร์ และ สล็อท ก็เห็นด้วยว่าความสำเร็จของทีมจะช่วยเพิ่มโอกาสของซาลาห์มากขึ้น

“ในแง่เทคนิคแล้ว การที่มีคนพูดถึงโมหมายความว่าเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และทีมของเราก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน” สล็อทกล่าว

“แต่การที่เขาจะทำให้มีการพูดถึงอยู่ต่อไปเกี่ยวกับบัลลงดอร์นั้น เขาจำเป็นต้องรักษาระดับฟอร์มการเล่นแบบนี้ให้ได้ตลอด 7-8 เดือนที่ผ่านมา”

“โดยปกติแล้ว ผู้ที่คว้าบัลลงดอร์มักจะต้องมีแชมป์ติดมือ นั่นเป็นความท้าทายสำคัญที่ทั้งเรากับเขาต้องเผชิญ”

“สิ่งที่ผมชอบก็คือเขายอมรับความท้าทายเหล่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการทำประตูสำคัญเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำแอสซิสต์ที่ยอดเยี่ยม อย่างที่เขาทำในเกมกับซิตี้ นอกจากนี้ เขายังทุ่มเทเพื่อความสำเร็จของทีม ซึ่งเห็นได้จากการเล่นเกมรับของเขาในครึ่งหลัง”

“ผมเชื่อว่าทัศนคตินี้จะช่วยให้เรามีโอกาสคว้าแชมป์ และถ้าเราทำได้ โอกาสของเขาในการคว้าบัลลงดอร์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก”

ยังมีโอกาส!’อาร์เตต้า’ ยันไม่ยอมแพ้แม้แข้งปืนเดี้ยงไม่หยุด

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ประกาศชัดเจนว่ายังไม่ละทิ้งความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้ว่าทีมของเขาจะตามหลังลิเวอร์พูลถึง 11 คะแนนในขณะนี้ แม้ได้แข่งมากกว่า 1 นัด

อาร์เซนอลกำลังเผชิญกับปัญหาการบาดเจ็บของผู้เล่นในแนวรุกหลายราย ส่งผลให้ช่องว่างคะแนนระหว่างทีมกับจ่าฝูงห่างออกไปมากขึ้น

เมื่อถูกสื่อถามว่าพร้อมจะยอมแพ้ในการลุ้นแชมป์แล้วหรือไม่ อาร์เตต้าตอบอย่างหนักแน่นว่า “ต้องข้ามศพผมไปก่อน ไม่เช่นนั้นผมคงกลับบ้านไปแล้ว ในแง่ของตัวเลขเรายังมีโอกาสอยู่”

“คุณอยู่ตรงนั้น คุณต้องลงเล่นทุกนัด เมื่อ 3 วันก่อนเราน่าจะทำให้ช่องว่างแคบลงได้ คุณรู้สึกว่ามันห่างกันแค่เกมครึ่งเท่านั้น แต่มันก็ไม่สำคัญหรอก เราต้องสู้ต่อไป”

กุนซือชาวสเปนยังยอมรับว่าเส้นทางสู่แชมป์ยากขึ้นกว่าเดิม “ความยากลำบากมันเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อ 3 วันก่อน แต่หากคุณจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก คุณต้องทำสิ่งที่พิเศษ”

“หากเราจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในสภาพแวดล้อมแบบที่เรามีอยู่ตอนนี้ บางทีเราอาจต้องทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก”

ไม่มีแชมป์!’อโมริม’ รับผีล้มเหลวทำพนักงานถูกปลด

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับว่าความล้มเหลวในการแข่งขันของทีมมีส่วนสำคัญที่ทำให้สโมสรต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบาก

ก่อนหน้านี้มีการประกาศเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าสโมสรเตรียมปลดพนักงานเพิ่มมากถึง 200 คน ซึ่งนับเป็นการลดพนักงานครั้งที่สอง ต่อจากเมื่อปีก่อนที่ปลดไปแล้ว 250 คน

เมื่อถูกถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างการปลดพนักงานกับความสำเร็จในสนาม อโมริมตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันชัดเจนมาก” พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่สโมสรต้องหันมาทบทวนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตเช่นนี้

“เราต้องจัดการปัญหาทุกด้านในสโมสร แต่สิ่งสำคัญตอนนี้คือการทำความเข้าใจว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ซึ่งมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับการที่สโมสรขาดความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ทีมฟุตบอลคือหัวใจของทุกสโมสร และผมอยากช่วยในส่วนที่ผมทำได้ นั่นคือการพัฒนาทีมและนักเตะให้ดีขึ้น รวมถึงพาความสำเร็จกลับมา”

อโมริมยังกล่าวถึงความท้าทายที่ทุกคนในสโมสรต้องเผชิญ “มันเป็นเรื่องยากสำหรับทุกฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อพนักงานต้องเห็นเพื่อนร่วมงานสูญเสียตำแหน่ง แต่เราต้องมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เราควบคุมได้ เพื่อช่วยสโมสรในช่วงเวลานี้ เราต้องร่วมกันวิเคราะห์ว่าอะไรผิดพลาดไป และหาทางแก้ไขให้ได้”

“การทำงานที่นี่ไม่ง่ายอยู่แล้ว และเราทุกคนรู้ว่านี่เป็นฤดูกาลที่ยากลำบาก สโมสรมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ถ้าทีมทำผลงานได้ดีและคว้าชัยชนะได้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเห็นผลชัดเจนขึ้นในสายตาแฟนบอลและทุกคน แต่ตอนนี้เรากำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากทั้งในและนอกสนาม เราต้องต่อสู้กับความรู้สึกนี้ และพยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อยกระดับผลงานของทีม” อโมริมทิ้งท้าย

การปลดพนักงานครั้งล่าสุดนี้สะท้อนถึงความกดดันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญ ท่ามกลางผลงานที่ยังไม่คงเส้นคงวาในฤดูกาลนี้ ซึ่งอโมริมหวังว่าการพัฒนาทีมจะเป็นกุญแจสำคัญในการพาสโมสรกลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จอีกครั้ง

ไม่ห้าม!เป๊ปเผยให้โอกาส ‘เดอ บรอยน์’ เลือกเองอยู่หรือไป

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ของ เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางตัวเก่งของทีม โดยระบุว่าดาวเตะชาวเบลเยียมจะต้องตัดสินใจด้วยตัวเองเกี่ยวกับอนาคตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากสัญญาของเขากับสโมสรกำลังจะสิ้นสุดลงเมื่อจบฤดูกาลนี้

เดอ บรอยน์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากค้าแข้งกับทีมมานานกว่า 10 ปี เริ่มเผชิญกับคำถามเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นและสภาพร่างกายในช่วงหลัง โดยกวาร์ดิโอล่ายืนยันว่าสโมสรพร้อมให้อิสระแก่เขาในการเลือกเส้นทางของตัวเอง

ในระยะหลัง มิดฟิลด์วัย 33 ปีต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ง่าย เขาถูกดร็อปเป็นตัวสำรองในเกมที่แมนฯ ซิตี้บุกไปพ่ายอาร์เซน่อล และไม่ได้ลงสนามเลยในนัดที่พบกับเรอัล มาดริดเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ผลงานในเกมล่าสุดที่แพ้ลิเวอร์พูลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าร่างกายของเขาจะยังคงทนทานต่อความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง” กวาร์ดิโอล่ากล่าว “เขาต้องซื่อสัตย์กับตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร และอยากจะทำอะไรต่อไปในช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตการค้าแข้ง”

“เขาจะอายุ 34 ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเขาคือคนที่ต้องกำหนดเส้นทางของตัวเอง เหมือนอย่างที่เราเคยเห็นกับ ดาบิด ซิลบา มาแล้ว” กุนซือชาวสเปนทิ้งท้าย

อนาคตของเดอ บรอยน์ยังคงเป็นประเด็นที่แฟนบอลและสื่อจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าการตัดสินใจของเขาจะส่งผลต่อทิศทางของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลหน้าไม่น้อย

ฝันเห็นวัด ทำนายฝัน บอกความหมาย พร้อมเลขเด็ดพารวย

ฝันเห็นวัด อาจมีความหมายเชิงจิตวิทยาหรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสงบ สติ และการพิจารณาตัวเอง มักเกี่ยวข้องกับการค้นหาความหมายในชีวิต หรือการต้องการพักผ่อนจากความเครียดในชีวิตประจำวัน ในด้านของความฝัน วัดอาจสื่อถึงการมองหาความสงบภายใน การเยียวยาจิตใจ หรือการแสวงหาความศักดิ์สิทธิ์และความรู้จากแหล่งที่มีความหมายทางจิตวิญญาณ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ยังคิดอยู่กับรายละเอียดความฝันในตอนนั้นด้วย โดยจะมีอะไรบ้างวันนี้ทาง 365kub นำมาฝากสมาชิกของเราทุกคนดังนี้

ฝันเห็นวัด-เลขเด็ด

ความหมายทั่วไปของฝันเห็นวัด

การฝันเห็นวัดมักมีความหมายที่ลึกซึ้งและเชื่อมโยงกับจิตใจของผู้ฝันในหลายแง่มุม ซึ่งสามารถตีความได้ตามบริบทและสถานการณ์ในชีวิตของแต่ละคน ดังต่อไปนี้

หนึ่งในความหมายที่เด่นชัดคือ การแสวงหาความสงบทางจิตใจ วัดเป็นสถานที่ที่ผู้คนมักนึกถึงเมื่อต้องการฝึกสมาธิ ปฏิบัติธรรม หรือหาความเงียบสงบจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน หากคุณฝันถึงวัด อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังโหยหาความสงบ หรือรู้สึกเหนื่อยล้าจากความเครียดและต้องการที่พักพิงให้กับจิตใจ

นอกจากนี้ การฝันเห็นวัดยังอาจบ่งบอกถึง การค้นหาความหมายในชีวิต วัดมักเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางทางจิตวิญญาณ การที่วัดปรากฏในความฝันอาจสะท้อนถึงความปรารถนาของคุณในการหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ การหาทิศทางใหม่ หรือการค้นพบเป้าหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ในแง่ของ ความศรัทธา วัดอาจเชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนาที่ฝังลึกอยู่ในตัวคุณ หากคุณเป็นคนที่มีศรัทธา การฝันเห็นวัดอาจเป็นภาพสะท้อนของความเชื่อนั้น หรืออาจเป็นเหมือนคำเชิญชวนให้คุณหันกลับไปพึ่งพาศาสนาเพื่อขอคำแนะนำและกำลังใจในยามที่ชีวิตเผชิญความท้าทาย

นอกจากนี้ วัดในฝันยังสามารถสื่อถึง การพัฒนาและการเติบโตภายใน ได้อีกด้วย มันอาจเป็นสัญลักษณ์ของการที่คุณกำลังพยายามปรับปรุงตัวเอง เรียนรู้จากประสบการณ์ หรือก้าวไปสู่ความสมบูรณ์ทั้งในด้านจิตใจและจิตวิญญาณ

เลขเด็ดฝันเห็นวัด

ฝันเห็นวัดที่สวยงาม

โดยทั่วไปแล้วหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง ความสุข และความสงบในชีวิตทั้งด้านการงาน การเงิน และความสัมพันธ์ นอกจากนี้ในบางความเชื่อ การฝันเห็นวัดที่สวยงามหมายถึงการหมดเคราะห์หมดโศก หรือการหายจากโรคภัยไข้เจ็บ

เลขเด็ด : 19, 29, 59, 95, 199, 299, 595

ฝันเห็นวัดเก่า

อาจหมายถึงคุณกำลังแสวงหาความสงบทางจิตใจ หรือต้องการหวนรำลึกถึงอดีต คุณควรหันมาใส่ใจเรื่องจิตใจมากขึ้น หรือทำความดีเพื่อชดเชยสิ่งที่เคยทำผิดพลาด นอกจากนี้อาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต หรือการเริ่มต้นใหม่

เลขเด็ด : 47, 79, 97, 479, 749

ฝันเห็นวัดร้าง

เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต หรือการสิ้นสุดของบางสิ่งบางอย่าง ให้คุณระมัดระวังในการใช้ชีวิต หรือให้หันมาใส่ใจเรื่องจิตใจมากขึ้นในบางครั้งยังหมายถึงถึงการปลดปล่อยความทุกข์ หรือความกังวลที่อยู่ในใจอีกด้วย

เลขเด็ด : 40, 48, 80, 408, 804

ฝันเห็นคนในวัด

มักจะถูกตีความว่าเป็นฝันที่มีความหมายดี อาจเกี่ยวข้องกับความสงบ ความเมตตา หรือการได้รับโชคลาภจากการทำบุญบางครั้งอาจหมายถึงการได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ หรือมีโอกาสทางการงานและการเงิน เลขเด็ด เข้ามา

เลขเด็ด : 24, 29, 49, 92, 429, 924

ฝันเห็นครอบครัวในวัด

อาจบ่งบอกถึงความรักและความเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกในครอบครัว โดยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและอบอุ่น นอกจากนี้อาจแสดงถึงความต้องการหาที่พึ่งทางจิตใจหรือการหาความสงบสุขภายในใจบางครั้งอาจเป็นการเตือนให้ทำบุญเสริมดวงเพื่อความเป็นสิริมงคล

เลขเด็ด : 36, 39, 63, 69, 936, 369

สรุป

การฝันเห็นวัดเป็นหนึ่งในความฝันที่มักถูกตีความในเชิงจิตวิญญาณและสัญลักษณ์ทางศาสนา วัดเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความสงบสุข ศีลธรรม และการแสวงหาความรู้ ดังนั้น การฝันเห็นวัดจึงอาจสะท้อนถึงสภาพจิตใจ ความต้องการในการพัฒนาตนเอง หรือสัญญาณบางอย่างที่ควรให้ความสนใจในชีวิตประจำวัน โดยรวมแล้ว การฝันเห็นวัดสามารถมีความหมายได้หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทของความฝันและสภาพจิตใจของผู้ฝันไม่ว่าจะมีความหมายอย่างไร การฝันเห็นวัดอาจเป็นเครื่องเตือนใจให้เราหันมาใส่ใจในด้านจิตวิญญาณและใช้ชีวิตอย่างมีสติและศีลธรรมมากขึ้น

เผยหงส์จ่อรับโบนัสจาก ‘ไนกี้’ 2 ลป.หากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก มีลุ้นรับโบนัสก้อนโตมูลค่า 2 ล้านปอนด์จากไนกี้ ผู้ผลิตชุดแข่งชื่อดัง หากพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ

โดยชัยชนะล่าสุดที่ “หงส์แดง” เปิดบ้านถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมของกุนซือ อาร์เน่อ สล็อท ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์สมัยที่ 20 ในประวัติศาสตร์สโมสรไปอีกก้าว

นัดดังกล่าว โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และ โดมินิก โซบอสซ์ไล เป็นผู้ทำประตูให้ลิเวอร์พูล นำจ่าฝูงทิ้งห่าง อาร์เซนอล ทีมอันดับสอง ถึง 11 แต้ม โดยตอนนี้พวกเขาต้องการชัยชนะอีกเพียง 9 นัดจากเกมที่เหลือเพื่อการันตีถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า สัญญาปัจจุบันระหว่างลิเวอร์พูลกับไนกี้ ซึ่งอยู่ในปีสุดท้ายของข้อตกลง 5 ปี ยังมีเงื่อนไขโบนัสเพิ่มเติม โดยทีมจะได้รับเงิน 2 ล้านปอนด์หากเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก หรือ 4 ล้านปอนด์หากคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปได้ที่เมืองมิวนิกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม

ในขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลกำลังเตรียมประกาศข้อตกลงครั้งสำคัญกับ อดิดาส ผู้ผลิตชุดแข่งรายใหม่ ด้วยสัญญา 5 ปี ที่คาดว่าจะสร้างรายได้ให้สโมสรมากกว่า 60 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับสัญญาปัจจุบันกับไนกี้ ที่รับประกันรายได้พื้นฐาน 30 ล้านปอนด์ต่อปี แม้ว่าจะมีรายได้เพิ่มจากโฆษณา โบนัสตามผลงาน และค่ารักษาลูกค้า แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ากับข้อเสนอใหม่จากอดิดาส

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จทั้งในและนอกสนามของลิเวอร์พูล ที่กำลังก้าวสู่ยุคทองใหม่ภายใต้การนำของสล็อท และอาจกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทีมคว้าถ้วยรางวัลในฤดูกาลนี้เพื่อปิดท้ายสัญญากับไนกี้อย่างสวยงาม ก่อนเริ่มต้นบทใหม่กับอดิดาสในอนาคตอันใกล้

‘โอเดการ์ด’ กระตุ้นเพื่อนร่วมทีมลืมความผิดหวังต้องเดินหน้าต่อ

มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมอาร์เซน่อล ออกโรงกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้ลืมความผิดหวังจากการพ่ายแพ้ต่อ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และหันมาโฟกัสที่การกลับมาคว้าชัยชนะเพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป หลังจากที่ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ส่งผลให้ช่องว่างระหว่าง “ปืนใหญ่” กับจ่าฝูงขยายเป็น 11 คะแนนในขณะนี้

ก่อนเกมสำคัญที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม โอเดการ์ด กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “เราไม่มีเวลามานั่งเสียใจกับตัวเอง ยังมีเกมให้ลงเล่นอีกมากมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการคว้าชัยชนะในนัดต่อไป และเดินหน้าทำงานกันต่อจากนั้น”

กัปตันทีมวัย 26 ปี ยอมรับว่าผลงานในเกมที่พ่ายต่อเวสต์แฮมนั้นน่าผิดหวัง โดยระบุว่า “เรารู้สึกผิดหวังมากจริงๆ เราเหมือนมีโอกาสดีๆ ในเกมนั้น แต่โดยรวมแล้วฟอร์มของเราไม่ดีพอ เราพยายามกดดันคู่แข่ง แต่ขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย การจ่ายบอลครั้งสุดท้าย การเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ เราทำให้ดีกว่านี้”

“เราเสียโอกาสไปเยอะ และมันเป็นเรื่องที่ทำร้ายทุกคนในทีม แต่เราต้องก้าวข้ามมันไปให้ได้ และตอบโต้กลับมาด้วยฟอร์มที่ดีในเกมหน้า” โอเดการ์ด ทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น

ทั้งนี้ อาร์เซน่อลมีคิวลงสนามพบกับความท้าทายครั้งใหญ่ในนัดต่อไป ซึ่งแฟนบอลต่างจับตาดูว่าพวกเขาจะกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้หรือไม่ เพื่อรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้

‘มาเรสก้า’ ยันไม่กังวลปัญหาฟอร์มฝืดของ ‘พัลเมอร์’ แข้งตัวเก่ง

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีม “สิงห์บลูส์” เชลซี ออกมายืนยันว่าเขาไม่ได้รู้สึกกังวลกับฟอร์มการเล่นของ โคล พัลเมอร์ กองหน้าตัวเก่งของทีม แม้ว่าดาวเตะรายนี้จะประสบปัญหาฟอร์มฝืดในช่วงหลัง โดยเฉพาะในเรื่องของการทำประตู

พัลเมอร์ ไม่สามารถส่งบอลเข้าไปก้นตาข่ายในศึกพรีเมียร์ลีกได้เป็นเวลา 5 นัดติดต่อกันแล้ว และหากนัดต่อไปในวันอังคารนี้ ซึ่งเชลซีจะพบกับเซาแธมป์ตัน เขายังคงยิงประตูไม่ได้ จะกลายเป็นสถิติช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดที่เจ้าตัวทำประตูไม่ได้นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

“ผมมักจะกังวลเกี่ยวกับฟอร์มโดยรวมของทีม แต่สำหรับโคล ผมไม่กังวลเลย” มาเรสก้า กล่าวถึงลูกทีมคนสำคัญ “เขาเป็นมนุษย์ธรรมดา ในหนึ่งฤดูกาลย่อมมีช่วงเวลาที่ยากลำบากบ้างเป็นเรื่องปกติ”

กุนซือชาวอิตาเลียนยังชี้ว่า “ปัญหาคือเรามักคาดหวังทุกอย่างจากโคล ซึ่งตั้งแต่แรกผมบอกแล้วว่าเราไม่ควรพึ่งพาแค่คนใดคนหนึ่ง เราเล่นเป็นทีม แน่นอนว่าโคลคือนักเตะคนสำคัญ แต่เราไม่กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขา”

“ทุกนัดเราคาดว่าเขาจะยิงประตูหรือทำแอสซิสต์ แต่ความจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น เขาก็เหมือนมนุษย์คนอื่นๆ ฟอร์มของเขาตอนนี้สะท้อนถึงทีมของเรา ที่กำลังเจอปัญหาในจังหวะจบสกอร์ เราต้องพัฒนาความเฉียบคมให้ดีขึ้นเมื่อโอกาสมาถึง” มาเรสก้า ทิ้งท้าย

คำพูดของมาเรสก้าสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในตัวพัลเมอร์ พร้อมเรียกร้องให้ทีมทั้งหมดช่วยกันแบ่งเบาภาระ เพื่อพาเชลซีกลับมาสู่ฟอร์มที่แข็งแกร่งอีกครั้ง

ลดต้นทุน!วงในเผย ‘เซอร์จิม’ สั่งปิดโรงอาหารพนักงานหันมาเสิร์ฟผลไม้แทน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านการบริหารจัดการภายในสโมสร ล่าสุดมีรายงานว่า สโมสรเตรียมยกเลิกการให้บริการโรงอาหารสำหรับพนักงาน และหันมาใช้ผลไม้ทดแทนอาหารมื้อหลัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดต้นทุนภายใต้การกำกับดูแลของเซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมคนใหม่ที่เข้ามาบริหารสโมสร

ในวันจันทร์นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีกำหนดจัดการประชุมกับพนักงานเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยคาดการณ์ว่าจะมีการประกาศเลิกจ้างพนักงานอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว สโมสรได้ดำเนินการปลดพนักงานไปแล้วถึง 250 คน การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่สโมสรขาดทุนสะสมสูงถึง 300 ล้านปอนด์ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างแรงกดดันให้ทีมบริหารต้องเร่งปรับโครงสร้างเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบทางการเงินของพรีเมียร์ลีก หรือที่เรียกว่า “กฎผลกำไรและความยั่งยืน” (Profitability and Sustainability Rules – PSR)

เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ซึ่งเข้ามาถือหุ้นในสโมสรเมื่อไม่นานมานี้ ได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อให้สโมสรสามารถกลับมาผงาดในเวทีลูกหนังได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของพนักงาน และสร้างความกังวลในหมู่แฟนบอลเกี่ยวกับทิศทางการบริหารของสโมสร

ในสนาม ผลงานของทีมในฤดูกาลนี้ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ปัจจุบัน “ปิศาจแดง” รั้งอยู่อันดับที่ 15 ของตารางพรีเมียร์ลีก โอกาสที่จะคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้าผ่านการจบอันดับในลีกดูจะริบหรี่ลงทุกขณะ ทางเลือกที่เหลืออยู่ของยูไนเต็ดคือการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ หรือยูโรป้า ลีก ซึ่งจะเป็นตั๋วใบเดียวที่พาทีมกลับไปโลดแล่นในเวทียุโรปได้

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทั้งในและนอกสนามสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังเผชิญ ไม่เพียงแต่ต้องต่อสู้เพื่อเรียกฟอร์มเก่งในเกมการแข่งขัน แต่ยังต้องจัดการกับปัญหาการเงินที่รุมเร้าอย่างรอบคอบ คงต้องจับตาดูว่า “ปิศาจแดง” จะสามารถฝ่าวิกฤตนี้และกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ในอนาคตอันใกล้

อยากให้อยู่!ลือไก่เดินหน้าถก ‘เบนทานคูร์’ เรื่องสัญญาฉบับใหม่

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการเจรจากับ โรดริโก้ เบนทานคูร์ กองกลางทีมชาติอุรุกวัย เพื่อต่อสัญญาฉบับใหม่ ตามรายงานของเดลี่ เมล โดยสโมสรมีความตั้งใจที่จะผูกมัดนักเตะวัย 27 ปีรายนี้ให้อยู่กับทีมในระยะยาว หลังจากที่เขาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในทีมของกุนซือ แอนจ์ ปอสเตโคกลู

เบนทานคูร์ ซึ่งย้ายมาจากยูเวนตุสเมื่อปี 2022 กลายเป็นหนึ่งในกำลังหลักของ “ไก่เดือยทอง” โดยในฤดูกาลนี้ เขาลงเล่นไปแล้ว 28 นัด แม้ว่าจะเคยเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากจากการถูกพักแข้ง 8 นัดเมื่อปีก่อน หลังใช้คำพูดเชิงเหยียดผิวต่อ ซน ฮึง-มิน เพื่อนร่วมทีม ระหว่างการสัมภาษณ์กับสื่อในบ้านเกิด สัญญาฉบับปัจจุบันของเขาจะสิ้นสุดลงในช่วงจบฤดูกาลหน้า แต่สเปอร์สไม่ต้องการปล่อยให้อนาคตของมิดฟิลด์รายนี้คลุมเครือ และกำลังเร่งดำเนินการเพื่อขยายสัญญาออกไป

การเจรจาในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้น และยังไม่มีการตกลงเงื่อนไขใดๆ อย่างเป็นทางการ คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการนัดหารือเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน แหล่งข่าวระบุว่า สเปอร์สต้องการวางแผนอนาคตระยะยาวกับ เบนทานคูร์ ซึ่งพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นนักเตะที่มีคุณภาพ แม้จะเคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน

ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 เบนทานคูร์ เคยได้รับบาดเจ็บหนักที่เอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (ACL) และต่อมาในปีเดียวกัน เขายังต้องเผชิญกับอาการเจ็บที่ข้อเท้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางค้าแข้งของเขากับสเปอร์ส อย่างไรก็ตาม แอนจ์ ปอสเตโคกลู ยังคงมองว่าเขาคือส่วนสำคัญในแผนการทำทีม และเชื่อมั่นในศักยภาพของดาวเตะรายนี้

หากการเจรจาครั้งนี้สำเร็จลุล่วง เบนทานคูร์ จะยังคงเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของแดนกลางสเปอร์สต่อไป และแฟนบอลคงหวังว่าเขาจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ เพื่อพาทีมลุยศึกใหญ่ในอนาคตข้างหน้าได้อย่างเต็มที่