Home 365kubx
LINE: @365KUBx

เดี่ยวรู้กัน!’เอ็นริเก้’ กร้าวเปแอสเชพร้อมสู้ตายพลิกคว่ำหงส์

หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง (เปแอสเช) ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าทีมของเขายังมีโอกาสพลิกสถานการณ์เอาชนะ ลิเวอร์พูล ในเกมเลกสองของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ ที่จะบุกไปเยือนแอนฟิลด์ในวันอังคารนี้ หลังจากพ่ายคาบ้าน 0-1 ในเลกแรก

ความมั่นใจของกุนซือชาวสเปนมาจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของทีมในลีกเอิง โดยล่าสุด เปแอสเช เพิ่งถล่ม แรนส์ 4-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้พวกเขายังคงรักษาสถิติไร้พ่ายในลีกฤดูกาลนี้ พร้อมนำจ่าฝูงทิ้งห่าง โอลิมปิก มาร์กเซย ทีมอันดับสองถึง 16 คะแนน การคว้าชัยชนะนัดนี้ถือเป็นการเรียกความมั่นใจครั้งสำคัญก่อนเกมชี้ชะตาที่แอนฟิลด์

“ผมเชื่อว่าเราจะอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุดสำหรับเกมกับลิเวอร์พูล เราไม่มีอะไรจะเสีย เป้าหมายเดียวของเราคือชัยชนะ และเราจะไปที่นั่นเพื่อคว้ามันมาให้ได้” เอ็นริเก้ กล่าวกับสื่อมวลชน “ฟุตบอลเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ หลังเกมเลกแรกเราผิดหวังมาก แต่ชัยชนะเหนือแรนส์ ซึ่งเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ช่วยให้เรากลับมามั่นใจอีกครั้ง”

เอ็นริเก้ ยังเน้นย้ำถึงสถานการณ์ที่ทีมของเขาอยู่ในตอนนี้ว่า “เราขอย้ำอีกครั้งว่าไม่มีอะไรจะเสีย และนั่นทำให้เราเป็นทีมที่อันตรายยิ่งขึ้น” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

นอกจากนี้ กุนซือวัย 54 ปี ยังชื่นชมจิตใจที่แข็งแกร่งของลูกทีม รวมถึงจุดแข็งด้านแท็กติกที่หลากหลายของ เปแอสเช “ผมต้องยกย่องลูกทีมทุกคน ไม่ว่าจะได้ลงสนามหรือไม่ พวกเขามีทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและความกระหายในการแข่งขันเพื่อทุกแชมป์ การได้เป็นโค้ชของพวกเขาคือความสุขของผม” เขากล่าว

“จุดแข็งของเราคือความยืดหยุ่น เราเก่งในการครองบอลและบุกในแดนคู่แข่ง แต่เมื่อถูกกดดัน เราก็ปรับมาเล่นเกมสวนกลับได้อย่างเฉียบคม ผมชอบความสมดุลของทีมชุดนี้มาก” เอ็นริเก้ ทิ้งท้าย

เกมระหว่าง ลิเวอร์พูล และ เปแอสเช ในวันอังคารนี้ คาดว่าจะเป็นการดวลกันอย่างเข้มข้น โดยแฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาดูว่า เปแอสเช จะสามารถพลิกสถานการณ์เข้ารอบต่อไปได้หรือไม่

ให้ไม่ให้!เผย ‘เมนู’ เรียกค่าเหนื่อยผีเพิ่ม 150K/วีค

talkSPORT สื่อชื่อดังจากอังกฤษ รายงานว่า ค็อบบี้ เมนู มิดฟิลด์ดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงปรารถนาที่จะค้าแข้งกับสโมสรต่อไปในระยะยาว แต่เจ้าตัวต้องการให้ทีมแสดงถึงการยอมรับในคุณค่าของเขาด้วยการเสนอค่าเหนื่อยที่ระดับ 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ขณะนี้ เมนู อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ เพื่อทดแทนสัญญาปัจจุบันที่กำลังจะหมดอายุในปี 2027 โดย “ปีศาจแดง” ยังมีออปชั่นในการขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี หากจำเป็น รายงานระบุว่า กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้ตั้งใจแน่วแน่ที่จะปักหลักในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ก็หวังว่าสโมสรจะตอบแทนด้วยค่าเหนื่อยที่สมน้ำสมเนื้อกับบทบาทของเขาในทีม

ตามข้อมูลจาก talkSPORT เมนู ต้องการค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งสูงกว่าที่เขาได้รับอยู่ในปัจจุบันถึงเกือบ 7 เท่า โดยปัจจุบันเจ้าตัวรับเพียง 20,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น ขณะที่เชลซี คู่แข่งร่วมลีก กำลังจับตามองสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และมองว่านี่อาจเป็นโอกาสในการคว้าตัวดาวเตะรายนี้ไปร่วมทีม

สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การตัดสินใจปล่อยตัว เมนู ในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์อาจกลายเป็นทางออกที่ช่วยให้สโมสรหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎการเงิน PSR (Profitability and Sustainability Rules) ได้ เนื่องจาก เมนู เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของสโมสร หากมีการขายเกิดขึ้น ค่าตัวทั้งหมดจะถูกบันทึกเป็นกำไรสุทธิ 100 เปอร์เซ็นต์ในบัญชีของทีม

อย่างไรก็ตาม เดอะ การ์เดี้ยน สื่ออีกสำนัก ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมนู อาจเรียกร้องค่าเหนื่อยสูงถึง 180,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และหากการเจรจากับยูไนเต็ดไม่ลงตัว เขาอาจพิจารณาย้ายไปเล่นในลีกต่างประเทศแทน

ในฤดูกาลนี้ มิดฟิลด์วัย 19 ปี ลงสนามให้ “ปีศาจแดง” ไปแล้ว 25 นัดรวมทุกรายการ ทำได้ 1 ประตู และ 1 แอสซิสต์ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บที่รบกวนอย่างต่อเนื่องก็ตาม

สถานการณ์ของ เมนู ยังคงเป็นที่จับตามองทั้งจากแฟนบอลและสโมสรคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ใกล้เข้ามา คำถามสำคัญคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยอมตอบรับข้อเรียกร้องของดาวรุ่งรายนี้ หรือปล่อยให้เขากลายเป็นเป้าหมายของทีมอื่นในอนาคตอันใกล้

วางตัวดี!เผย ‘สเตอร์ลิง’ ยังได้รับความเคารพและเชื่อจากสต๊าฟปืน

รายงานล่าสุดเผยว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกทีมชาติอังกฤษ ยังคงเป็นที่เคารพและได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูงจากทีมสต๊าฟโค้ชของ อาร์เซนอล แม้ว่าผลงานในสนามของเขาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวจาก เชลซี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

สเตอร์ลิง วัย 30 ปี เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยทำได้เพียง 1 ประตูและ 2 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 22 นัดให้กับ “ปืนใหญ่” นอกจากนี้ เขายังได้รับโอกาสลงเล่นน้อยมาก โดยใน 3 เกมหลังสุด เขาได้ลงสนามเพียง 41 นาทีเท่านั้น แม้ว่าสโมสรจะเผชิญปัญหานักเตะแนวรุกบาดเจ็บก็ตาม

ปัจจุบัน มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล เลือกใช้งาน เอธาน วาเนรี ดาวรุ่งวัยรุ่น และ มิเกล เมริโน กองกลางชาวสเปน เป็นตัวเลือกหลักในแนวรุก ทำให้โอกาสของ สเตอร์ลิง ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก The Sun ระบุว่า สเตอร์ลิง ยังคงได้รับความไว้วางใจจากสต๊าฟโค้ชของทีม เนื่องจาก “ความเป็นมืออาชีพและความทุ่มเทในการฝึกซ้อม” โดยเขาถูกยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่ “ได้รับการประเมินและเคารพอย่างสูง” และมีส่วนช่วย “ยกระดับมาตรฐานการฝึกซ้อม” ของสโมสรให้สูงขึ้น

นอกจากนี้ สเตอร์ลิง ยังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในบทบาทที่ปรึกษาให้กับนักเตะดาวรุ่งของทีม เช่น เอธาน วาเนรี และ ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้นภายในทีม ซึ่งได้รับการชื่นชมจากทีมงานโค้ช

รายงานยังเผยว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง สเตอร์ลิง และ มิเกล อาร์เตต้า ยังคงแน่นแฟ้น โดยเจ้าตัวไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวจากกุนซือชาวสเปน ต่างจากช่วงเวลาที่เขาอยู่กับ เชลซี ซึ่ง “สิงห์บลูส์” แสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการให้เขาย้ายออกจากทีม

แฟนบอล อาร์เซนอล ยังคงจับตาดูสถานการณ์ของ สเตอร์ลิง อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัญญายืมตัวของเขากำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงสิ้นฤดูกาลนี้ คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเขาจะสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาและพิสูจน์คุณค่าของตัวเองในถิ่นเอมิเรตส์ได้หรือไม่

รอฟิตอีกนิด!’เชสก์’ มั่นใจ ‘อัลลี’ ใกล้คืนสนามเต็มที่

เชสก์ ฟาเบรกาส นายใหญ่โคโม่ ออกมาเปิดเผยว่าเขาจะทุ่มเทดูแล เดเล อัลลี อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษและท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ให้กลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มที่ หลังจากที่นักเตะรายนี้ใกล้จะหวนคืนสู่สนามอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนบอลหลายคนรอคอยมานาน

ในเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งโคโมบุกไปพ่ายให้กับโรม่า 1-2 เดเล อัลลี มีชื่ออยู่ในทีมชุดสำรอง ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เจ้าตัวกลับมามีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ แม้จะยังไม่ได้ลงสนาม แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญของมิดฟิลด์วัย 28 ปี ที่ย้ายมาร่วมทีมโคโมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากแยกทางกับเอฟเวอร์ตันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลก่อน

ฟาเบรกาส ซึ่งรับหน้าที่กุนซือโคโม กล่าวในการแถลงข่าวก่อนเกมพบกับเวเนเซียว่า “เดเล กำลังมีความก้าวหน้า เขาเดินทางไปโรมกับเรา แต่ยังไม่พร้อมลงเล่น เขาจะมีชื่อในม้านั่งสำรองในเกมกับเวเนเซียเช่นกัน หลังจากนั้นเราจะประเมินกันอีกครั้ง ผมต้องรอจังหวะที่เหมาะสมในการส่งเขาลงสนาม”

“เขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมีความก้าวหน้าที่ชัดเจน หน้าที่ของเราคือคอยแนะนำ ดูแลเขา และทำให้แน่ใจว่าเขาจะลงเล่นในสภาพที่พร้อมที่สุด” ฟาเบรกาสกล่าวเพิ่มเติม

ในเกมล่าสุดเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (7 มีนาคม 2568) เดเล อัลลี ยังคงมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมที่โคโมเสมอกับเวเนเซีย 1-1 แต่ยังไม่ถูกส่งลงสนาม ปัจจุบัน โคโม รั้งอันดับ 13 ของตาราง ด้วยผลงานชนะ 7 เสมอ 8 และแพ้ 13 นัดในฤดูกาลนี้

แฟนบอลต่างจับตาดูว่าเมื่อไหร่ที่ เดเล อัลลี จะได้กลับมาลงสนามอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ภายใต้การดูแลของฟาเบรกาส ที่หวังปลุกฟอร์มเก่งของอดีตดาวรุ่งพุ่งแรงรายนี้ให้กลับมาฉายแสงในวงการฟุตบอลอีกครั้ง

ต้องทำให้ได้!’เป๊ป’ หวังเรือใบปลุกฟอร์ม 10 นัดที่เหลือตีตั๋วไป UCL

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หวังให้ทีมปรับปรุงฟอร์มยกระดับการเล่นขึ้น เพื่อปิดฤดูกาลนี้ให้สวยงามและคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้

คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกม ช่วยให้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์คว้าสามแต้มเหนือเรือใบไปได้สำเร็จ ด้วยเหตุนี้ทำให้ กวาร์ดิโอล่ามองว่า 10 นัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้สำคัญแค่ไหน โดยเป้าหมายหลักของ “เรือใบสีฟ้า” คือการคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้เพื่อการันตีฟุตบอลยุโรปเป็นฤดูกาลที่ 15 ติดต่อกัน

“เราต้องชนะให้ได้หลายนัด ถ้าเราไม่ชนะติดต่อกันมากพอที่จะการันตีตำแหน่ง มันจะกลายเป็นการต่อสู้ เรามี 10 เกมเหลืออยู่ และต้องชนะให้ได้เยอะที่สุดเพื่อไปแชมเปี้ยนส์ลีก มันง่ายๆ แค่นั้น”กวาร์ดิโอล่ากล่าว

“ถ้าจะหาทาง เราต้องเล่นให้ดีขึ้น ต้องหาอะไรสักอย่าง มันไม่ใช่สิ่งที่จะหล่นมาจากฟ้า คุณต้องทำมันเอง ในสถานการณ์แบบนี้ คุณต้องหาทางออก”

“สถานการณ์มันเป็นแบบนี้แหละ เรามี 10 เกม เริ่มจากวันเสาร์หน้าที่เจอกับไบรท์ตัน แล้วก็มีช่วงพักเบรกทีมชาติ หลังจากนั้นเราจะได้เห็นกันว่ามันจะเป็นยังไง”

เมื่อพูดถึงความพ่ายแพ้แบบเฉียดฉิวที่อีสต์ มิดแลนด์ส กวาร์ดิโอล่าบอกว่ามันขึ้นอยู่กับจังหวะเล็กๆ น้อยๆ ตลอด 90 นาที กุนซือที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัยรู้สึกว่าทีมแชมป์ของเขาขาดความเฉียบคม

“มันเป็นเกมที่สูสีมากจนถึงท้ายเกม เราไม่สามารถเปลี่ยนจังหวะเกมได้ เราเสียบอล และในจังหวะนั้น พวกเขาก็ทำประตูได้”

“การเล่นของเราค่อนข้างช้าไปหน่อย เราสร้างโอกาสได้ยาก แต่ผมก็ต้องให้เครดิตคู่แข่งด้วย เพราะพวกเขาตั้งรับได้ดีมาก”

“แต่เราคุมเกมได้ดีในเรื่องบอลยาวไปหาคริส วู๊ด และการเก็บลูกสอง เราเก็บบอลได้ดีมาก โดยเฉพาะในครึ่งแรก จังหวะเปลี่ยนเกมของเราดีมาก”

“ทุกคนเชื่อมต่อกันดีมาก แต่แนวรุกของเราช้าไปนิด และเมื่อถึงพื้นที่สุดท้าย เราไม่สามารถจบสกอร์ได้”

“การเจาะแนวรับ คุณต้องเคลื่อนบอลไปทางซ้ายนิดนึง แล้วส่งไปขวาเร็วๆ ทุกอย่างมันต้องเร็ว แต่เราไม่เร็วพออย่างที่ควรจะเป็น”

‘ซาลาห์’ เผย ‘สล็อท’ กระตุ้นแข้งหงส์ช่วงพักครึ่งทำพลิกคว้าชัยเหนือนักบุญ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่งของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยถึงคำพูดอันเผ็ดร้อนของ อาร์เน่ สล็อท กุนซือของทีม ในช่วงพักครึ่ง ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ทีมพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยชนะเหนือเซาแธมป์ตัน 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลตกเป็นฝ่ายตามหลังทีมบ๊วยของตารางอย่างเซาแธมป์ตัน 1-0 เมื่อจบครึ่งแรก แต่ในครึ่งหลัง “หงส์แดง” กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ซัด 3 ประตูรวดจากฝีเท้าของซาลาห์และเพื่อนร่วมทีม พลิกแซงคว้าสามแต้มสำคัญไปครองได้สำเร็จ

เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่สล็อทพูดในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่ง ซาลาห์เผยว่า “เขาแสดงความหงุดหงิดออกมาชัดเจน และอารมณ์ร้อนใส่พวกเรานิดหน่อย เขาบอกว่าเราเล่นกันช้าเกินไป ขาดความเด็ดขาด และดูไม่มั่นใจเลยในครึ่งแรก”

“ผมเองก็คิดว่าเราทำได้ไม่ดีในวันนี้ แต่ถ้าคุณอยากคว้าแชมป์ ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกหรือแชมเปียนส์ลีก คุณต้องชนะให้ได้แม้ในวันที่ฟอร์มไม่ดี เกมแบบนี้มันสำคัญมาก” ดาวเตะชาวอียิปต์กล่าวทิ้งท้าย

ชัยชนะนัดนี้ช่วยให้ลิเวอร์พูลรักษาความแข็งแกร่งในเส้นทางลุ้นแชมป์ต่อไป โดยแฟนบอลต่างยกย่องการปลุกทีมของสล็อทที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในยามที่ทีมต้องการมากที่สุด

มีลุ้น!’อโมริม’ เผยหวัง ‘อาหมัด’ คืนสนามก่อนปิดฤดูกาล

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของ อาหมัด ดิยาลโล่ ดาวเตะตัวเก่งที่ก่อนหน้านี้เจ็บเอ็นข้อเท้าจากการฝึกซ้อมและต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยคาดว่าจะต้องพักยาวจนจบฤดูกาล อย่างไรก็ตาม อโมริมแสดงความหวังว่านักเตะรายนี้อาจฟื้นตัวทันกลับมาลงสนามในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลนี้

“ผมหวังว่าเราจะได้เห็น อาหมัด กลับมาก่อนจบฤดูกาล โดยเฉพาะในเดือนสุดท้าย แต่ตอนนี้ผมยังไม่อยากพูดอะไรมาก เอาเป็นว่ามาโฟกัสที่เกมวันอาทิตย์กันก่อน แล้วค่อยดูกันต่อไป” อโมริมกล่าวถึงลูกทีมคนสำคัญที่ทีมต้องขาดหายไป ซึ่งถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของทัพ “ปีศาจแดง”

นอกจากนี้ อโมริมยังอัปเดตอาการของนักเตะคนอื่นๆ โดยระบุว่า เมสัน เมาท์ ซึ่งเดี้ยงมาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม มีโอกาสกลับมาช่วยทีมในเร็ววันนี้ ขณะที่ ค็อบบี้ เมนู, แฮร์รี่ แมกไกวร์, มานูเอล อูการ์เต้ และ ลุค ชอว์ ก็ใกล้ฟิตสมบูรณ์เช่นกัน แต่ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยังต้องพักรักษาตัวต่อไป

“ค็อบบี้อาจจะกลับมาได้ แต่เราต้องระวังกับแมกไกวร์ให้ดี ส่วนมานูจะหายทันแน่นอน ผมเชื่อว่าทั้งชอว์และเมาท์ก็มีลุ้น โดยเฉพาะเมาท์ที่ผมมั่นใจว่าเขาจะกลับมาได้” กุนซือชาวโปรตุเกสทิ้งท้ายถึงสถานการณ์นักเตะในทีม

สนใจ!เผยหงส์เล็งดึง ‘โคมัน’ จากเสือใต้ซัมเมอร์นี้

มีรายงานว่า ลิเวอร์พูล สนใจอยากได้ตัว คิงส์ลี่ย์ โคมัน ปีกทีมชาติฝรั่งเศส ที่วางแผนอำลาทีมบาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์นี้

โดยสโมสรยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีพร้อมปล่อยตัวแข้งรายนี้ออกจากทีม อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะและสโมสรยังคงราบรื่นและโปร่งใส ขณะนี้ โคมัน ให้ความสนใจย้ายไปค้าแข้งในซาอุดีอาระเบีย โดยมีหนึ่งในสี่สโมสรชั้นนำของลีกเป็นเป้าหมายหลัก

ด้านลิเวอร์พูลก็แสดงความสนใจในตัวดาวเตะวัย 28 ปี ด้วยการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม

คาดว่าค่าตัวของโคมันจะอยู่ระหว่าง 30-40 ล้านยูโร ซึ่งหากการย้ายทีมสำเร็จ บาเยิร์นจะประหยัดค่าเหนื่อยรวมโบนัสของเขาได้ถึง 17-18 ล้านยูโรต่อปี

รออีกนาน!’เป๊ป’ เผย ‘อาเก้’ ผ่าตัดเท้าพักยาว 11 สัปดาห์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อัปเดตความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของ นาธาน อาเก้ กองหลังตัวเก่ง โดยระบุว่าแข้งรายนี้จะต้องพักฟื้นนานราว 11 สัปดาห์ หลังเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่เท้า

สำหรับ อาเก้ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งของเกมเอฟเอ คัพ ที่ทีมเอาชนะพลีมัธเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะได้รับการวินิจฉัยว่ากระดูกเท้าแตกและต้องเข้ารับการผ่าตัดในเวลาต่อมา

กุนซือชาวสเปนเปิดเผยในการแถลงข่าวว่า “พวกเขาบอกผมว่าเขาต้องพัก 10-11 สัปดาห์ การผ่าตัดเกิดขึ้นเพราะมีบางอย่างผิดปกติ แต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่เท้ามาตลอดทั้งฤดูกาลนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้”

ปัญหาความฟิตของอาเก้ถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่รุมเร้าทีมในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะกับแนวรับที่ต้องเสียทั้ง จอห์น สโตนส์ (บาดเจ็บต้นขา) และ มานูเอล อาคานจี (บาดเจ็บขาหนีบ) ซึ่งจะพลาดลงสนามไปจนจบฤดูกาล

อาการบาดเจ็บครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำฤดูกาลอันน่าผิดหวังของดาวเตะชาวดัตช์ที่เผชิญปัญหาความฟิตอย่างต่อเนื่อง โดยแฟนบอลคงต้องรอถึงช่วงกลางหรือปลายเดือนพฤษภาคมจึงจะได้เห็น อาเก้ กลับมาลงสนามอีกครั้ง

‘คล็อปป์’ เผยพร้อมฉลองแชมป์กับหงส์แต่ขอไม่ขึ้นรถแห่

เจอร์เก้น คล็อปป์ อดีตกุนซือจอมเฮฟวี่ เมทัลของลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยว่าเขามีแผนที่จะกลับไปร่วมฉลองกับทีม “หงส์แดง” หากพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ แต่ยืนยันว่าจะไม่ขึ้นรถบัสแห่ฉลองเหมือนครั้งก่อนๆ

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่ สล็อท รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก โดยทิ้งห่าง อาร์เซน่อล ทีมอันดับสอง ถึง 13 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 10 นัดสุดท้ายของฤดูกาล ทำให้แฟนบอล “เดอะ ค็อป” เริ่มมีความหวังว่าปีนี้ทีมรักของพวกเขาจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้เสียที

ระหว่างการเดินทางไปร่วมงานอีเวนท์ที่ประเทศแอฟริกาใต้ คล็อปป์ ถูกนักข่าวถามถึงโอกาสที่เขาจะกลับไปร่วมฉลองแชมป์กับอดีตลูกทีม โดยเฉพาะการขึ้นรถบัสแห่ฉลองตามธรรมเนียม คล็อปป์ ตอบอย่างชัดเจนว่า “ใช่เลย แผนการคือฉลองแชมป์ลีกกับลิเวอร์พูล แต่ไม่ใช่บนรถบัส”

เขากล่าวต่อว่า “ผมจะไปอยู่ตรงนั้น อยู่ท่ามกลางผู้คน กับคนที่ผมเคยเห็นตอนที่เราแห่ฉลองกัน ไอเดียของผมเป็นแบบนี้ แต่เราจะได้เห็นกัน ผมคิดว่าผมอาจจะไปอยู่ที่นั่นในเกมสุดท้ายหรืออะไรแบบนั้น”

ก่อนหน้าที่จะอำลาทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่แล้ว คล็อปป์เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาจะกลับมาเยี่ยมเยียนแอนฟิลด์เพื่อชมเกมบ้าง แต่จนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยกลับไปที่สนามเหย้าของลิเวอร์พูลเลย แม้ว่า อาร์เน่ สล็อท กุนซือคนปัจจุบัน จะพยายามเชิญชวนให้เขากลับมาชมเกมอยู่หลายครั้ง

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่ยังไม่กลับไป คล็อปป์ อธิบายด้วยเหตุผลสุดน่ารักว่า เขากลัวจะนำโชคร้ายมาสู่ทีม “ผมไม่อยากกลับไปก่อนหน้า พูดตรงๆ เลยนะ เพราะผมไม่อยากเอาโชคร้ายไปให้ทีม ทีมเขาชนะมาตลอด แล้วถ้าผมกลับไปครั้งแรกแล้วทีมดันแพ้ขึ้นมา มันคงจะแบบ ‘อะไรกันวะเนี่ย’” คล็อปป์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

คำพูดของคล็อปป์สะท้อนถึงความรักและความผูกพันที่เขายังมีต่อสโมสรและแฟนบอล แม้ว่าจะวางมือจากการคุมทีมไปแล้วก็ตาม และหากลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ได้จริง วันนั้นอาจเป็นวันที่แฟนๆ ได้เห็นกุนซือขวัญใจกลับมาร่วมฉลองด้วยกันอีกครั้ง แต่คงไม่ใช่บนรถบัสแน่นอน!

โอเคดี!มาเรสก้ามั่นใจ ‘พาลเมอร์’ ไม่มีปัญหาแม้ฟอร์มฝืด

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี ออกมายืนยันว่า โคล พาลเมอร์ เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่ง ยังคงมีสภาพจิตใจที่ดี แม้จะเผชิญช่วงฟอร์มฝืด ยิงประตูไม่ได้มา 8 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ก่อนที่ทีมจะเปิดบ้านพบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในศึกพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์นี้

พาลเมอร์ วัย 22 ปี เคยสร้างชื่อในฤดูกาลที่แล้วด้วยผลงานสุดยอด 27 ประตูและ 15 แอสซิสต์ แต่ในซีซั่นนี้เจ้าตัวยังไม่สามารถปลดล็อกประตูได้ในช่วงหลัง และพลาดโอกาสทองหลายครั้งในเกมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มาเรสก้า ระบุว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษยังคงมีความสุขและไม่ส่งผลกระทบจากสถานการณ์นี้

“ถ้ายิงประตูได้ แน่นอนว่าเขาจะมีความสุขมากขึ้น เพราะมันช่วยทีมได้ แต่โดยรวมแล้ว โคล ยังโอเค เขายังแฮปปี้ดี” มาเรสก้า กล่าว

“เขารู้ว่าช่วงนี้ยิงไม่ได้ แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ในวงการฟุตบอล ถ้าคุณเห็นเขาซ้อม คุณจะไม่รู้สึกเลยว่ามันกระทบเขา เขายังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม”

ปัจจุบัน เชลซี รั้งอันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีก ด้วย 46 คะแนนจาก 27 นัด และมีโอกาสสูงที่จะเก็บ 3 คะแนนในเกมนี้ เนื่องจากเลสเตอร์ ทีมอันดับรองบ๊วย ฟอร์มย่ำแย่ แพ้รวด 4 นัดหลังสุดในลีก

‘คาเซมิโร่’ รับไม่มีความสุขหลังตกเป็นตัวสำรองต่อเนื่อง

คาเซมิโร่ กองกลางตัวเก๋าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยว่าเขาไม่มีความสุขกับการต้องนั่งสำรองในฤดูกาลนี้ โดยสตาร์ทีมชาติบราซิลวัย 33 ปีได้ลงสนามเป็นตัวจริงเพียง 19 จาก 43 เกมเท่านั้น ล่าสุดในเกมยูโรป้าลีกที่พบกับเรอัล โซเซียดาด เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขาได้โอกาสลงตัวจริงอีกครั้ง

ถึงแม้จะไม่พอใจกับบทบาทตัวสำรอง แต่คาเซมิโร่ยืนยันว่าเขาจะเคารพการตัดสินใจของผู้จัดการทีม รูเบน อโมริม และพร้อมทุ่มเทเต็มที่เพื่อสโมสร โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “หากนักเตะคนไหนนั่งสำรองแล้วมีความสุข นักเตะคนนั้นก็ไม่มีค่าอะไรสำหรับทีม ผมอยากลงเล่นมากขึ้น แต่ผมเคารพโค้ชและสโมสร ทุกวันผมพยายามทำให้ดีที่สุด นั่นคือคุณสมบัติที่ดีที่สุดของผม”

คาเซมิโร่ ซึ่งเหลือสัญญากับทีมอีก 16 เดือนพร้อมออปชั่นขยายเพิ่ม 1 ปี ระบุว่าเขาพร้อมอยู่กับทีมต่อไปจนครบสัญญา แต่ยอมรับว่าอนาคตของเขาจะถูกจับตามองอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่แมนยูมีแผนลดค่าเหนื่อยและปรับปรุงทีมใหม่ “ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงฤดูกาลหน้า แต่ผมยังมีสัญญาอยู่ และเรามีเกมสำคัญรออยู่ อย่างเกมกับอาร์เซน่อลวันอาทิตย์นี้ ผมพร้อมลงเล่นด้วยความสุขและทุ่มเทให้โค้ชกับสโมสร” เขาทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น

การแสดงจุดยืนครั้งนี้ของคาเซมิโร่สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและบุคลิกที่แข็งแกร่ง ซึ่งแฟนบอลยูไนเต็ดจะได้เห็นว่าเขาจะสามารถกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงได้อีกครั้งหรือไม่ในยุคของรูเบน อโมริม