Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ลือ ‘ฟิลลิปส์’ จ่อกลับบ้านเก่าหลังยูงทองลุ้นคัมแบ็กลีกสูงสุด

ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีม “ยูงทอง” กำลังวางแผนเพื่อความอยู่รอดในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า และหนึ่งในเป้าหมายของพวกเขาคือการดึงตัว คาลวิน ฟิลลิปส์ อดีตเด็กปั้นของสโมสรกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง โดยขณะนี้ทีมภายใต้การคุมทัพของ ดาเนียล ฟาร์เค่ กำลังเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพ และเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จในฤดูกาลนี้

ทีมงานแมวมองของลีดส์ได้จับตาดูฟอร์มของ ฟิลลิปส์ อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันถูกยืมตัวไปเล่นให้กับ อิปสวิช ทาวน์ จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตลอดฤดูกาลนี้ โดยกองกลางวัย 29 ปีรายนี้มีโอกาสสูงที่จะอำลาทีม “เรือใบสีฟ้า” อย่างถาวรเมื่อสัญญายืมตัวสิ้นสุดลง หลังจากที่ อิปสวิช กำลังอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก

ฟิลลิปส์ เคยย้ายออกจากลีดส์ สโมสรที่เขาเติบโตมาในวัยเด็ก เพื่อไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2022 ด้วยค่าตัวสูงถึง 45 ล้านปอนด์ แต่ชีวิตในถิ่นเอติฮัดกลับไม่เป็นไปตามคาด เขาลงสนามในพรีเมียร์ลีกเพียง 16 นัดตลอดสองฤดูกาล ก่อนจะถูกปล่อยยืมตัวไปยังเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ อิปสวิช ตามลำดับ

ถึงแม้เส้นทางค้าแข้งกับทีมยักษ์ใหญ่จะไม่ราบรื่น แต่ ฟิลลิปส์ ยังคงเป็นขวัญใจของแฟนบอลในยอร์กเชียร์ และหากการย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นจริง เขาน่าจะได้รับการต้อนรับกลับสู่ถิ่นเอลแลนด์ โร้ด อย่างอบอุ่นจากแฟนๆ ลีดส์อย่างแน่นอน

การเสริมทัพด้วยผู้เล่นมากประสบการณ์อย่าง ฟิลลิปส์ อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ลีดส์ ยูไนเต็ด ยืนหยัดในพรีเมียร์ลีกได้อย่างมั่นคงในฤดูกาลหน้า หากพวกเขาคว้าตั๋วเลื่อนชั้นได้สำเร็จตามเป้าหมาย

ขอซื้อต่อ!เรือจับตา ‘กามาวิงก้า’ เสริมทัพซัมเมอร์นี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นข่าวว่ากำลังให้ความสนใจ เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า กองกลางดาวรุ่งจาก เรอัล มาดริด เพื่อดึงตัวมาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าแข้งทีมชาติฝรั่งเศสวัย 22 ปีรายนี้ ยังไม่สามารถฉายแววเด่นได้ตามที่ “ราชันชุดขาว” คาดหวัง

ตามรายงานจาก Sky Sports ระบุว่า กามาวิงก้า ซึ่งย้ายมาร่วมทีม เรอัล มาดริด เมื่อ 4 ปีก่อน ยังไม่สามารถยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างที่สโมสรวางเป้าไว้ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขามักถูกปรับเปลี่ยนตำแหน่งในสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถูกมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อพัฒนาการของเขา รวมถึงอาการบาดเจ็บที่รบกวนในฤดูกาลนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เห็นโอกาสในการคว้าตัวมิดฟิลด์รายนี้ โดยมีความสัมพันธ์อันดีกับ CAA Stellar บริษัทตัวแทนที่ดูแลผลประโยชน์ของ กามาวิงก้า ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในการพา โอมาร์ มาร์มูช ย้ายจาก ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต มาสู่ถิ่น เอติฮัต สเตเดี้ยม เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ปัจจุบัน กามาวิงก้า ได้ถูกบรรจุอยู่ในลิสต์เป้าหมายการเสริมทัพของ “เรือใบสีฟ้า” เรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้ว่า กามาวิงก้า จะยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองกับ เรอัล มาดริด ซึ่งเขายังเหลือสัญญายาวจนถึงปี 2029 แต่หากเจ้าตัวเลือกที่จะอำลาทีม “ราชันชุดขาว” คาดว่ายังมีอีกหลายสโมสรชั้นนำที่พร้อมยื่นข้อเสนอแข่งกันคว้าตัว โดยเฉพาะหาก เรอัล มาดริด ต้องการระดมทุนเพื่อเสริมทีม การปล่อยตัวแข้งที่ไม่ใช่กำลังหลักในราคาสูงอาจกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

สถานการณ์ของ กามาวิงก้า ในตอนนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดทั้งจากแฟนบอลและสื่อ ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไรในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งอาจกลายเป็นดีลใหญ่ที่เขย่าตลาดนักเตะครั้งต่อไป

ตัวแทน!เผยสิงห์จ้องฉก ‘เมนู’ จากผีหลัง ‘ลาเวีย’ เจ็บไม่หาย

มีรายงานว่า เชลซี เตรียมเดินหน้าเต็มสูบเพื่อคว้าตัว ค็อบบี้ เมนู กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ทีมเริ่มมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับปัญหาความฟิตระยะยาวของ โรมิโอ ลาเวีย มิดฟิลด์ตัวหลักที่ยังไม่สามารถกลับมาเต็มร้อยได้

ค็อบบี้ เมนู ดาวเตะวัย 19 ปี ได้เริ่มต้นการเจรจาต่อสัญญาฉบับใหม่กับ “ปีศาจแดง” ไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ การพูดคุยระหว่างทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ แม้ว่าเมนูจะโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจและพัฒนาฝีเท้าขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เขายังคงได้รับค่าเหนื่อยเพียง 20,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทีมรายอื่น ๆ

ตัวแทนของนักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้กำลังเรียกร้องค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นถึง 180,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งการปรับขึ้นค่าเหนื่อยครั้งใหญ่นี้อาจกลายเป็นอุปสรรคสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการรั้งตัวเขาไว้ โดยเฉพาะเมื่อต้องคำนึงถึงกฎระเบียบทางการเงิน (Financial Fair Play) ที่เข้มงวด ซึ่งอาจจำกัดความยืดหยุ่นของสโมสรในการเสนอสัญญาที่สูงขึ้น

ในทางกลับกัน เชลซี ไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังจับตาดูสถานการณ์ของเมนูอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับที่เคยทำในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยความสนใจของ “สิงห์บลูส์” มีมากขึ้นเมื่อพิจารณาถึงปัญหาอาการบาดเจ็บของ โรมิโอ ลาเวีย ที่ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่สำหรับทีม

ลาเวีย นักเตะชาวเบลเยียมที่ย้ายมาจาก เซาธ์แธมป์ตัน ด้วยค่าตัว 58 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ต้องเผชิญกับฝันร้ายจากอาการบาดเจ็บซ้ำซาก โดยเฉพาะที่กล้ามเนื้อและข้อเท้า ซึ่งทำให้เขาต้องพักยาวเกือบทั้งฤดูกาลแรกกับเชลซี ในฤดูกาลนี้ เขาลงสนามไปเพียง 588 นาที และคาดว่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ได้อีกครั้งช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว เชลซี มองว่า ค็อบบี้ เมนู อาจเป็นคำตอบในระยะยาวสำหรับแดนกลางของทีม และพร้อมยกระดับการแข่งขันในตลาดนักเตะเพื่อแย่งชิงดาวรุ่งรายนี้จากคู่ปรับอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า “ปีศาจแดง” จะสามารถโน้มน้าวให้เมนูอยู่ต่อ หรือจะเสียดาวรุ่งอนาคตไกลไปให้ “สิงห์บลูส์” ในที่สุด

‘เนย์มาร์’ ชี้แจงภาพหลุดปาร์ตี้คาร์นิวาลยันเจ็บต้นขาซ้ายจริง

เนย์มาร์ ดาวเตะชื่อดัง ออกมาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อยืนยันว่าเขามีอาการบาดเจ็บที่ต้นขาซ้าย ส่งผลให้พลาดลงสนามในเกมที่ต้นสังกัดพ่ายต่อ โครินเธียนส์ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน กลับมีภาพหลุดของเขาขณะร่วมสนุกในงานคาร์นิวาล จนกลายเป็นประเด็นให้พูดถึง

เนย์มาร์ เปิดเผยว่า เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายที่ต้นขาซ้ายตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนที่สองวันต่อมา เขาจะเดินทางไปยังเมืองซาปูไก ในริโอ เดอ จาเนโร ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมและ บรูนา เบียนการ์ดี ภรรยาของเขา เพื่อสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนและชมขบวนพาเหรดของโรงเรียนสอนเต้นแซมบ้า ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

“สิ่งที่ผมต้องการจริงๆ คือการได้ลงสนามในวันนี้ (วันอาทิตย์) เพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม แต่ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ผมรู้สึกไม่ดีเลย และนั่นทำให้ผมลงเล่นไม่ได้ในวันนี้” เนย์มาร์ระบุในโพสต์ของเขา

“เช้าวันนี้เราได้ทำการตรวจร่างกาย และผมยังรู้สึกแบบเดิมอยู่ มันน่าเสียดาย แต่นี่คือส่วนหนึ่งของฟุตบอล วันนี้มันอาจไม่เป็นใจ แต่ผมจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมเพื่อไล่ล่าความสำเร็จของเรา” เขากล่าวเพิ่มเติมผ่านสตอรี่บนอินสตาแกรม

แม้จะมีคำชี้แจงจากเจ้าตัว แต่ภาพที่เขาไปปรากฏตัวในงานคาร์นิวาลยังคงจุดกระแสวิจารณ์ในหมู่แฟนบอลเกี่ยวกับความทุ่มเทและวินัยของนักเตะรายนี้ ท่ามกลางช่วงเวลาที่ทีมต้องการเขามากที่สุด

‘โรเบิร์ตสัน’ ปลุกใจแข้งหงส์เรียกฟอร์มเก่งดวลเปแอสเชใน UCL

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนสำคัญของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ออกมากระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้ยกระดับฟอร์มการเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ซึ่งจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในวันอังคารนี้

ในเลกแรกที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลบุกไปเฉือนชนะทีมจ่าฝูงลีกเอิงมาได้ 1-0 ซึ่งถือเป็นผลการแข่งขันที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นในเกมนั้นกลับไม่เป็นที่น่าประทับใจนัก โดยทีมต้องพึ่งพาความยอดเยี่ยมของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ที่โชว์ฟอร์มเซฟระดับโลกหลายครั้งจนช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตกลับออกมาได้

โรเบิร์ตสัน กล่าวถึงเกมที่กำลังจะมาถึงว่า “การที่เรามีสกอร์นำอยู่เป็นสิ่งสำคัญ แต่เราทุกคนรู้ดีว่าเราสามารถทำได้ดีกว่านี้ ฟอร์มในเลกแรกยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ และเราไม่สามารถหวังพึ่งให้ อลิสซอน ต้องโชว์ฟอร์มเหนือมนุษย์แบบนั้นในทุกเกมได้”

“เราต้องพัฒนาการเล่นให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในจังหวะที่เราไม่ได้ครองบอล ถ้าเราทำได้ ผมเชื่อว่ากองเชียร์ที่แอนฟิลด์จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันเรา ทุกคนรู้ดีว่าพวกเขามีอิทธิพลมากแค่ไหนในค่ำคืนของแชมเปี้ยนส์ลีก เป้าหมายของเราคือการผ่านเข้ารอบต่อไป และเราจะต้องแสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ดีกว่านี้ในสนาม” ดาวเตะทีมชาติสกอตแลนด์ทิ้งท้าย

เกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของลิเวอร์พูลในการพิสูจน์ว่าพวกเขาพร้อมที่จะก้าวไปสู่รอบลึกๆ ในทัวร์นาเมนต์นี้หรือไม่ โดยมีแฟนบอลทั่วโลกจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ไม่ปฏิเสธ!’เซอร์จิม’ ยอมรับต่อสัญญา ‘เทน ฮาก’ เป็นความผิดพลาด

เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าการตัดสินใจต่อสัญญากับ เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีม เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา รวมถึงการแยกทางกับ แดน แอชเวิร์ธ อดีตผู้อำนวยการกีฬาหลังทำงานร่วมกันเพียง 5 เดือน ถือเป็น “ความผิดพลาด” ของทีมบริหาร

แรตคลิฟฟ์ กล่าวถึงกรณีของ เทน ฮาก ว่า “มันคือความผิดพลาด เรื่องของเอริค อาจจะดูเข้าใจได้ในตอนนั้น เพราะมีการถกเถียงกันอย่างหนักในทีม เขาเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาหมาด ๆ และแฟนบอลส่วนใหญ่ก็สนับสนุนให้เขาอยู่ต่อ มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน แต่เมื่อมองย้อนกลับไป มันก็ยังเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอยู่ดี”

เจ้าของร่วมผู้นี้ยังยอมรับว่า การบริหารทีมฟุตบอลไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่มีทีมใดสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องทุกครั้ง “การทำทีมมันเหมือนการเดินทาง มีเรื่องให้ตัดสินใจมากมาย และเราไม่สามารถถูกต้องไปหมดทุกอย่างได้ ไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่รวมถึงอนาคตด้วย เพราะเราก็ไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบอะไร”

ส่วนกรณีของ แดน แอชเวิร์ธ ซึ่งสโมสรทุ่มเทเจรจานานหลายเดือนเพื่อดึงตัวมาจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายต้องแยกทางกันอย่างรวดเร็ว แรตคลิฟฟ์ ระบุว่าเกิดจาก “เคมีที่ไม่ลงตัว” ระหว่างทีมบริหารกับตัว แอชเวิร์ธ เอง

“เรามาจากพื้นฐานอุตสาหกรรมเดิมของเรา (INEOS) ซึ่งสุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องของ ‘เคมี’ ผมไม่อยากลงรายละเอียดมากไปกว่านี้ แต่ยอมรับว่ามันเป็นความผิดพลาดของเราเอง” แรตคลิฟฟ์ กล่าวทิ้งท้าย

คำแถลงของ แรตคลิฟฟ์ ครั้งนี้ถือเป็นการออกมายอมรับความรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมา และอาจจุดประกายให้เกิดการถกเถียงในหมู่แฟนบอลเกี่ยวกับทิศทางการบริหารของสโมสรในอนาคตต่อไป

‘อาร์เตต้า’ หวัง ‘ซาก้า’ คืนสนามช่วยปืนหลังเบรกทีมชาติ

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล แสดงความหวังว่า บูกาโย่ ซาก้า ปีกตัวเก่งของทีมจะฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บและกลับมาลงสนามได้ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ซาก้าได้รับบาดเจ็บแฮมสตริงและเข้ารับการผ่าตัดตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา จนทำให้หายหน้าหายตาจากทีม แต่ยังคงมีความหวังในการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณเดียวกัน สามารถกลับมาเป็นตัวสำรองในเกมเสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อคืนนี้

“กับกาเบรียล เขามีอาการบาดเจ็บที่ต่างออกไปเล็กน้อย”อาร์เตต้าได้กล่าวถึงสถานการณ์ของทั้งสองนักเตะ

“หลังจากเบรกทีมชาติ เราจะต้องรอดูสถานการณ์ของซาก้าอีกครั้ง พัฒนาการของเขาดีขึ้นมาก และหวังว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเราจะมองในแง่บวกว่าเขาจะกลับมาได้”

ขอแบบนี้!’อโมริม’กระตุ้นบอร์ดผีคว้าแข้มเหมือน ‘บรูโน่’ เพิ่ม

รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเรียกร้องให้สโมสรเดินหน้าเซ็นสัญญานักเตะที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ บรูโน่ แฟร์นานเดส กัปตันทีมคนเก่ง เพื่อยกระดับทีมในระยะยาว หลังจากมิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสโชว์ฟอร์มเด่นในเกมล่าสุด

ในนัดที่ “ปีศาจแดง” เปิดบ้านเสมอกับ อาร์เซนอล 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บรูโน่ กลายเป็นฮีโร่ของทีมด้วยการซัดฟรีคิกสุดงามเข้าไปอย่างเฉียบขาด โดยลูกยิงดังกล่าวเกิดขึ้นจากจังหวะที่กำแพงของอาร์เซนอลถอยห่างออกไป 11.2 หลา แทนระยะมาตรฐาน 10 หลา ซึ่งเจ้าตัวฉวยโอกาสนี้ได้อย่างชาญฉลาด

อโมริม กล่าวยกย่องลูกทีมคนสำคัญว่าไม่ใช่แค่ฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม แต่ยังรวมถึงทัศนคติและจิตใจที่แข็งแกร่ง แม้จะมีเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมในบทบาทกัปตันทีมอยู่บ้างก็ตาม “บรูโน่ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ในแง่ของคุณภาพฝีเท้า แต่ยังรวมถึงจิตใจด้วย เขาอาจทำผิดพลาดบ้าง แต่ในพรีเมียร์ลีก ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจสำคัญมาก เขามีส่วนสำคัญทั้งตอนครองบอลและไม่ได้ครองบอล”

กุนซือชาวโปรตุเกสยังเผยถึงแนวทางการเสริมทัพว่า “ทุกโค้ชย่อมอยากได้นักเตะที่ดีที่สุด แต่บางครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของนักเตะ และโชคในเรื่องคาแร็กเตอร์ด้วย การตรวจสอบข้อมูลก่อนเซ็นสัญญานั้นสำคัญ แต่สิ่งที่ผมบอกได้คือ เราต้องการนักเตะแบบ บรูโน่ เข้ามาเพิ่ม มันชัดเจนมาก”

คำกล่าวของ อโมริม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างทีมที่มีทั้งคุณภาพและความแข็งแกร่งทางจิตใจ เพื่อพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับสู่ความยิ่งใหญ่ในอนาคต

คนสำคัญ!’เอลเลียตต์’ หวัง ‘ซาลาห์’ ต่อสัญญาอยู่หงส์ซีซั่นหน้า

ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ กองกลางดาวรุ่งของลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความหวังว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่งของทีม จะตัดสินใจต่อสัญญาอยู่ค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไป หลังจากสัญญาฉบับปัจจุบันของแข้งรายนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงซัมเมอร์นี้

ซาลาห์ วัย 32 ปี กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาสู่ลิเวอร์พูล โดยล่าสุดเจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่พบกับเซาแธมป์ตัน ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม การเจรจาต่อสัญญาใหม่ระหว่างสโมสรและตัวนักเตะยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้แฟนบอลเริ่มกังวลถึงอนาคตของ “ราชาแห่งอียิปต์” รายนี้

ในฤดูกาลนี้ ซาลาห์ รั้งตำแหน่งจ่าฝูงดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก และยังทำลายสถิติการมีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลไปแล้ว เรียกได้ว่าเป็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเกินห้ามใจแม้จะอยู่ในวัยที่หลายคนมองว่าเริ่มโรยรา

เอลเลียตต์ ซึ่งได้เห็นความทุ่มเทของรุ่นพี่ในทีมอย่างใกล้ชิด ออกปากชื่นชมผ่านสื่อว่า “ผมพูดถึงเขา (ซาลาห์) มาหลายครั้งแล้ว เขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าโลกนี้ตัดสินเขาผิดมาตลอดในทุกฤดูกาล ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เขาคือผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมาก การได้เห็นความยิ่งใหญ่และสิ่งที่เขาทำได้อย่างสม่ำเสมอในแต่ละฤดูกาลมันช่างเหลือเชื่อ ผมหวังจากใจจริงว่าเขาจะอยู่กับทีมต่อไป”

คำถามที่แฟนหงส์แดงทั่วโลกกำลังรอคำตอบคือ ซาลาห์ จะเลือกฝากอนาคตไว้กับลิเวอร์พูลต่อไปหรือไม่ ซึ่งนี่อาจเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนของวงการฟุตบอลในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน

รอชม!’เอริคเซ่น’ มั่นใจ ‘ฮอยลุนด์’ กลับมาคืนฟอร์มได้แน่

คริสเตียน เอริคเซ่น กองกลางตัวเก๋าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงให้กำลังใจ ราสมุส ฮอยลุนด์ ดาวยิงรุ่นน้องร่วมชาติเดนมาร์ก หลังจากที่กองหน้าวัย 22 ปียังคงฟอร์มฝืด ไม่สามารถทำประตูได้ในเกมที่เปิดบ้านพบกับอาร์เซนอลเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

ในนัดดังกล่าวที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ฮอยลุนด์ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองแทนโจชัว เซิร์กซี ในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ยังไม่สามารถปลดล็อกประตูแรกในรอบหลายนัดได้ โดยจนถึงตอนนี้ ศูนย์หน้าชาวเดนมาร์กรายนี้ทำได้เพียง 2 ประตูจากการลงเล่น 23 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าผิดหวังสำหรับเจ้าของค่าตัวจากอตาลันต้า

ฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ของฮอยลุนด์ในฤดูกาลนี้ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก และมีรายงานข่าวลือว่าโค้ชบางคนในทีมเริ่ม “สูญเสียความเชื่อมั่น” ในตัวเขา อย่างไรก็ตาม เอริคเซ่นยังคงยืนหยัดปกป้องเพื่อนร่วมทีม โดยแสดงความมั่นใจว่าฮอยลุนด์จะสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในเร็ววัน

“ผมเชื่อมั่นสุดๆ ว่าเขาจะกลับมาทำผลงานได้ดี” เอริคเซ่นกล่าวเมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ของฮอยลุนด์ “เขาเป็นคนที่ทุ่มเทและทำงานหนักมากๆ และแน่นอนว่าเขาไม่มีความสุขเลยเมื่อทำประตูไม่ได้”

“แต่ถ้าจะพูดกันจริงๆ มันไม่ใช่แค่เขาคนเดียว นักเตะอีก 10 คนในทีมก็ยิงประตูได้ไม่มากพอเหมือนกัน เขาเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยม และผมมั่นใจว่าเขาจะกลับมาทำประตูได้อีกครั้งแน่นอน” มิดฟิลด์จอมเก๋ากล่าวทิ้งท้าย

คำพูดของเอริคเซ่นถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับฮอยลุนด์ ที่กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบากในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยแฟนบอลต่างรอคอยว่านักเตะรายนี้จะสามารถพิสูจน์ตัวเองและกลับมาเป็นความหวังในแดนหน้าของทีมได้หรือไม่ในเกมต่อๆ ไป

‘แอนจ์’ รับไก่ต้องแก้ไขอีกเยอะก่อนดวลอาแซดในยูโรป้าลีก

แอนจ์ ปอสเตโคกลู ผู้จัดการทีมทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ ออกมาแสดงความพอใจต่อความมุ่งมั่นของลูกทีมที่ไม่ยอมแพ้ หลังไล่ตีเสมอบอร์นมัธ 2-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่าทีมยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะการครองบอล ก่อนเกมยูโรป้าลีกนัดสำคัญกับอาแซด อัลค์มาร์ ในวันพฤหัสบดีนี้

เกมนี้ สเปอร์สได้ คริสเตียน โรเมโร่ ปราการหลังตัวเก่งกลับมาลงสนามครั้งแรกในรอบ 3 เดือน หลังหายจากอาการบาดเจ็บ ทว่าเจ้าตัวกลับสร้างความกังวลให้ทีมตั้งแต่ต้นเกมด้วยจ่ายบอลผิดพลาดหลายครั้ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนในแนวรับ ก่อนที่บอร์นมัธจะฉวยโอกาสขึ้นนำห่าง 2-0 จากประตูของ เอวานิลสัน ในนาทีที่ 65 ทำให้แฟนบอลในสนามเริ่มส่งเสียงกดดันอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม สเปอร์สไม่ยอมจำนน โดยได้สองนักเตะตัวหลักอย่าง ปาป ซาร์ และ ซน ฮึง-มิน ช่วยกันยิงคนละประตู พลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอได้อย่างน่าตื่นเต้นในช่วงท้ายเกม

ปอสเตโคกลูให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “นี่คือเกมที่วุ่นวายมาก เราทำให้ตัวเองลำบากขึ้น โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เสียบอลง่ายเกินไป ช่วงที่ตาม 0-2 มันคงง่ายที่จะปล่อยให้เกมหลุดมือไป โดยเฉพาะกับบรรยากาศในสนามตอนนั้น แต่ต้องชื่นชมนนักเตะที่แสดงความมุ่งมั่นและพยายามจนกลับมาได้”

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราเปิดเกมรุกมากเกินไป แต่เป็นเพราะเราเสียบอลกันเองบ่อยเกิน ตรงนี้เราต้องทำให้ดีขึ้นในเกมวันพฤหัสบดี” กุนซือชาวออสเตรเลียกล่าวเสริม

เขายังทิ้งท้ายถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า “ลองนึกภาพถ้านักเตะไม่ตอบสนองอะไรเลย เสียงจากแฟนบอลจะเป็นยังไง? วันพฤหัสบดีนี้คือเกมสำคัญมากสำหรับเรา อย่างน้อยวันนี้พวกเขาแสดงให้เห็นถึงสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง และหวังว่าเราจะได้เห็นสิ่งนี้ต่อไปในนัดหน้า”

ทั้งนี้ สเปอร์สมีคิวบุกเยือนอาแซด อัลค์มาร์ ในศึกยูโรป้าลีก ซึ่งถือเป็นนัดสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางของพวกเขาในรายการนี้ต่อไป

‘ไรซ์’ ชี้แข้งปืนไร้เดียงสาเกือบทำพลาดมอบ 3 แต้มให้ผี

เดแคลน ไรซ์ กองกลางตัวเก่งของ อาร์เซนอล ออกมาเปิดใจหลังเกมที่ทีมบุกไปเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยยอมรับว่าทีม “ปืนใหญ่” เกือบพลาดท่าจนเสียชัยชนะให้เจ้าถิ่นในช่วงท้ายเกม

“ครึ่งแรกเรามีจังหวะสวย ๆ เยอะเลยนะ แต่เราไม่คมพอ ส่วนครึ่งหลัง ผมว่าพวกเราเล่นกันแบบไร้เดียงสาไปหน่อย เปิดโอกาสให้ ยูไนเต็ด เกือบคว้าชัยได้ โชคดีที่เรายังกลับมาได้ และสู้กันจนถึงวินาทีสุดท้าย ผลเสมอแบบนี้ผมว่าก็ยุติธรรมแล้ว” ไรซ์ กล่าวในการสัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์

มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษยังพูดถึงฟอร์มการเล่นล่าสุดของทีม โดยอ้างถึงชัยชนะถล่มทลาย 7-0 เหนือ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในเกมกลางสัปดาห์ว่า “เราเพิ่งยิงได้ 7 ลูกมาเมื่อไม่กี่วันก่อน และนั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พีเอสวี ไม่แพ้ในบ้านมานานสองปี ส่วน ยูไนเต็ด เองก็รับแน่น เล่นเกมรับลึก มันต้องใช้เวลาทั้ง 90 นาทีถึงจะเจาะได้”

ไรซ์ ยังเผยความรู้สึกส่วนตัวหลังทำประตูตีเสมอในเกมนี้ว่า “ผมดีใจที่ยิงได้ มันเหมือนเป็นโมเมนต์สนุก ๆ กับแฟนบอล ตอนนี้ผมเริ่มมีโอกาสมากขึ้น และต้องพยายามทำประตูให้เยอะกว่านี้ โค้ชอยากให้ผมเล่นในบทบาทมิดฟิลด์เบอร์ 8 เพื่อช่วยทีมทั้งเรื่องประตูและแอสซิสต์”

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าทีมมีจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะจังหวะท้ายเกมที่ บรูโน่ แฟร์นานเดส เกือบทำประตูชัยให้ ยูไนเต็ด แต่ ดาบิด ราย่า ผู้รักษาประตูของ อาร์เซนอล ยังเซฟได้สองครั้งติด “นั่นคือช่วงที่ผมบอกว่าเราเล่นแบบไร้เดียงสา มันขึ้นอยู่กับตัวเราเอง เราเกือบพลาดจนแพ้ แต่โค้ชบอกเสมอว่าเราจะสู้จนจบฤดูกาล”

เมื่อถูกถามถึงการลุ้นแชมป์ ไรซ์ กล่าวถึงคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล ว่า “พวกเขาเล่นได้สุดยอดตลอดทั้งปี ส่วนเราคือ อาร์เซนอล ถึงแม้จะเจอปัญหานักเตะบาดเจ็บเยอะ แต่เราจะสู้ต่อไป และผมเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้”

เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ อาร์เซนอล ที่ยังคงอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ แม้จะต้องเผชิญความท้าทายจากทั้งอาการบาดเจ็บและคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง