Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ไม่ทน!’เป๊ป’ ชี้ ‘ฮาลันด์’ โดนเป่าฟาวล์ไม่เป็นธรรม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงวิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน หลังมองว่า เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ถูกจับฟาวล์อย่างไม่เป็นธรรมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะจังหวะปะทะกับกองหลังในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ “เรือใบสีฟ้า” พบกับ นิวคาสเซิ่ล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เกมดังกล่าวมีดราม่าใหญ่ เมื่อประตูของ อ็องตวน เซเมนโย่ ถูก VAR ริบคืน หลังเช็กนานกว่า 5 นาที เนื่องจาก ฮาลันด์ ถูกมองว่ายืนล้ำหน้าและมีส่วนรบกวนจังหวะเล่น ซึ่งเป๊ปไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินนี้ พร้อมเชื่อว่าลูกทีมของเขากำลังถูกจับตาเป็นพิเศษมากเกินไป

“เขาน่าจะเป็นกองหน้าคนเดียวในโลกที่ถูกเป่าให้ทำฟาวล์กองหลัง มากกว่าที่กองหลังจะทำฟาวล์ใส่เขา นี่คือจุดแข็งของเขา และมันควรเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตการทำงานของผม”กุนซือชาวสเปนกล่าว

“ช่วงต้นฤดูกาล ผู้ตัดสินบอกว่าจะเป่าไปในอีกทิศทางหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกลับไม่เป็นแบบนั้นเลย”

นอกจากนี้ เป๊ป ยังตั้งคำถามถึงมาตรฐานการตัดสินในกรอบเขตโทษ โดยชี้ว่าเหตุการณ์ผลัก ดึงเสื้อ หรือปะทะกันแรง ๆ เกิดขึ้นแทบทุกเกม แต่กลับแทบไม่ได้รับการเป่าเป็นฟาวล์

“ลองดูในกรอบเขตโทษสิ ไม่ใช่แค่เกมของแมนฯ ซิตี้ แต่ทุกทีมก็เจอ การผลัก การดึงเสื้อเกิดขึ้นตลอด แต่แทบไม่เคยมีเสียงนกหวีด”

“ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมทุกครั้งที่ เออร์ลิ่ง ปะทะกับคู่แข่ง มันถึงกลายเป็นฟาวล์ของเขาเสมอ”

สำหรับฤดูกาลนี้ ฮาลันด์ ยิงไปแล้ว 29 ประตูจากการลงสนาม 26 นัดทุกรายการให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เกมหลังสุด เขาทำประตูได้เพียงลูกเดียว ซึ่งเป็นการยิงจากจุดโทษ

เป๊ป ยอมรับว่าโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่นอาจส่งผลต่อสภาพร่างกายของดาวยิงชาวนอร์เวย์ แต่ยังเชื่อมั่นเต็มที่ว่า ฮาลันด์ จะกลับมาทำผลงานได้อย่างเฉียบคมอีกครั้ง

“ต้องขอบคุณพระเจ้าที่เรามี เออร์ลิ่ง อยู่กับทีมตลอดทั้งฤดูกาล เราโชคดีมาก ถ้าไม่มีเขา เราคงไม่อยู่ในจุดที่เราเป็นตอนนี้ เขามอบสิ่งดี ๆ ให้ทีมมากมาย และยังพัฒนาขึ้นในหลายด้าน”

“ช่วงนี้โปรแกรมโหดมาก เตะทุกสามวัน ต้องเดินทาง พักฟื้นน้อย เจอกองหลังที่แข็งแกร่ง และสภาพสนามก็ไม่ง่าย มันยากจริงๆ แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะกลับมาแน่นอน”

อย่าทิ้งกัน!’อาร์เบลัว’ วอนแฟนราชันส่งเสียงเชียร์หนุนทีม

อัลบาโร่ อาร์เบลัว กุนซือของ เรอัล มาดริด ออกมาเรียกร้องให้แฟนบอลในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ร่วมส่งแรงใจให้กับนักเตะ ก่อนเกมเปิดบ้านพบ เลบานเต้ วันเสาร์นี้ หลังทีมเพิ่งเจอความผิดหวังตกรอบโคปา เดล เรย์ด้วยน้ำมือของอัลบาเซเต้

อาร์เบลัวเข้ามารับหน้าที่ต่อจาก ชาบี้ อลอนโซ่ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ต้องประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ทันที ทำให้ทีมแพ้ติดต่อกันสองนัด สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลจำนวนมาก

“ผมเคารพความคิดเห็นของแฟนบอลใน เบร์นาเบว อย่างมาก” อาร์เบลัว กล่าว

“ผมเข้าใจว่าแฟนบอล เรอัล มาดริด เจ็บปวดและโกรธกับผลงานที่ผ่านมา แต่ผมอยากขอให้พวกเขาอยู่ข้างนักเตะและให้กำลังใจ เพราะการสนับสนุนของแฟนๆ มีความหมายกับทีมมากจริงๆ”

ขณะเดียวกัน อาร์เบลัว ยังยืนยันข่าวดีว่า คิลิยัน เอ็มบาปเป้ ดาวยิงตัวหลักของทีม จะกลับมามีชื่อในเกมพบ เลบานเต้ หลังพลาดลงสนามไปถึง 3 จาก 4 นัด นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026

อดีตกองหลังทีมชาติสเปนยังอธิบายถึงการขาดหายไปของนักเตะคนสำคัญอย่าง เอ็มบาปเป้ และ จู๊ด เบลลิงแฮม ในเกมแพ้ อัลบาเซเต้ ว่าเป็นเพราะปัญหาความฟิตและอาการบาดเจ็บ ไม่ใช่การตัดสินใจดร็อปนักเตะ

“นักเตะที่ถูกเลือกไปคือคนที่พร้อมลงสนามจริงๆ ส่วนคนที่ไม่ได้ลงเล่นก็เพราะไม่พร้อมหรือมีความเสี่ยงอาการบาดเจ็บ พวกเขาอยากช่วยทีมทุกคน แต่บางครั้งก็ทำไม่ได้”

เสาหลัก!’ซาลิบา’ ซูฮก ‘ซูบิเมนดี’ กุญแจสำคัญของปืน

วิลเลียม ซาลิบา ปราการหลังตัวเก่งของอาร์เซนอล ออกมากล่าวชื่นชม มาร์ติน ซูบิเมนดี กองกลางชาวสเปน โดยยืนยันว่าแข้งรายนี้จะมีบทบาทสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่ในอนาคต

ซูบิเมนดี กลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของ “เดอะกันเนอร์ส” โดยเฉพาะในเกมคาราบาวคัพรอบรองชนะเลิศกับเชลซี ที่เขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นทั้งการคุมเกมและการสร้างสรรค์จังหวะให้ทีม ขณะเดียวกันยังทำประตูได้อย่างเหนือความคาดหมายสำหรับตำแหน่งกองกลางตัวรับ

“เขาเป็นผู้เล่นที่ดีมาก” ซาลิบา กล่าวถึงกองกลางวัย 25 ปี

“เขาไม่เคยรู้สึกกดดันเลย คุณสามารถจ่ายบอลให้เขาได้เสมอ แม้จะถูกคู่แข่งเข้ามาบีบพื้นที่ก็ตาม”

แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสยังเสริมว่า ซูบิเมนดี มีความสำคัญต่อทีมทั้งในยามครองบอลและยามไม่มีบอล รวมถึงพัฒนาการด้านการทำประตูที่เกินความคาดหมายสำหรับตำแหน่งกองกลางตัวรับ

“เขาเล่นได้ดีมากทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล และวันนี้เขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำประตูได้ด้วย”

“พูดตามตรง เขายิงประตูได้เยอะเกินไปแล้วสำหรับกองกลางตัวรับในฤดูกาลนี้!”

“ดังนั้น การมีเขาอยู่กับทีมจึงเป็นเรื่องดีมาก และผมมั่นใจว่าเขาจะช่วยเราได้มากในการคว้าแชมป์”

ยังสำคัญ!’สล็อท’ ปลื้ม ‘ซาล่าห์’ จ่อคัมแบ็คช่วยหงส์

อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูล ออกมาเผยความรู้สึกแฮปปี้ที่กำลังจะได้ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง หลังดาวยิงทีมชาติอียิปต์เสร็จสิ้นภารกิจในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ซึ่งกินเวลานานกว่าหนึ่งเดือน

ซาล่าห์ วัย 33 ปี มีกำหนดลงสนามช่วยอียิปต์พบไนจีเรียในเกมชิงอันดับ 3 วันเสาร์นี้ ก่อนจะเดินทางกลับอังกฤษเพื่อสมทบกับต้นสังกัด โดยสล็อทยืนยันว่าเขายังคงมองแข้งรายนี้เป็นกำลังสำคัญ แม้ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่าความสัมพันธ์กับกุนซือดัตช์ไม่ราบรื่น และรู้สึกเหมือนถูกใช้เป็นแพะรับบาปในช่วงฟอร์มตกของทีม

“อย่างแรกเลย เขายังต้องลงเล่นเกมสำคัญให้กับอียิปต์ในวันเสาร์ หลังจากนั้นเขาจะกลับมาหาเรา” สล็อท กล่าว

“ผมแฮปปี้ที่เขากลับมา โมเป็นนักเตะที่สำคัญมากสำหรับสโมสร และสำหรับผม ต่อให้ผมมีนักเตะเกมรุก 15 คนในทีม ผมก็ยังยินดีที่จะได้เขากลับมาอยู่ดี ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ของเราก็ไม่ได้มีตัวเลือกมากมายขนาดนั้น”

ลิเวอร์พูลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไร้พ่าย 6 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่ซาล่าห์ไปรับใช้ทีมชาติ และมีโปรแกรมเปิดบ้านพบ เบิร์นลี่ย์ ในวันเสาร์นี้ ก่อนจะบุกไปเยือน โอลิมปิก มาร์กเซย ในศึกยุโรปกลางสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตัดสินใจแน่ชัดว่าซาล่าห์จะพร้อมลงสนามทันทีในเกมกับมาร์กเซย หรือจะรอคัมแบ็กในเกมเยือน บอร์นมัธ วันที่ 24 มกราคม

“ตอนนี้เรากำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับเกมนั้น เราหารือกันว่าอีกฝั่งคาดหวังอะไรจากเขา และเราคาดหวังอะไรจากเขาบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาต้องโฟกัสกับเกมวันเสาร์ก่อน แล้วสัปดาห์หน้าเขาถึงจะกลับมา”

เมื่อถูกถามถึงบทสนทนาระหว่างเขากับซาล่าห์ หลังบทสัมภาษณ์ที่เป็นกระแสเมื่อเดือนก่อน สล็อทย้ำชัดว่า

“สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับโม ไม่ว่าจะเป็นการคุยโทรศัพท์หรือการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว จะเป็นเรื่องระหว่างเราสองคน ผมไม่คิดว่าจำเป็นต้องนำเรื่องส่วนตัวเหล่านั้นมาเปิดเผยต่อสาธารณะ”

ปรับตัวไว!’เซเมนโย่’ ยิ้มไม่หุบซัดประตูต่อเนื่องกับเรือ

อองตวน เซเมนโย่ ปีกตัวใหม่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเผยความรู้สึกสุดประทับใจ หลังทำประตูได้อีกครั้งในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ทีมเปิดบ้านเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อคืนที่ผ่านมา

แนวรุกวัย 25 ปี เพิ่งย้ายจากบอร์นมัธ มาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวรวม 64 ล้านปอนด์ และเปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่ “เรือใบสีฟ้า” ถล่มเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 10-1 โดยเจ้าตัวยิง 1 ประตู พร้อมทำอีก 1 แอสซิสต์

ล่าสุด เซเมนโย่ ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และยังสามารถทำประตูเพิ่มให้กับทีมได้อีกลูก

“มันเป็นเกมที่ยาก แต่เรารู้ดีว่าหากอดทนและเล่นตามแผน โอกาสจะมาถึงเราแน่นอน”เซเมนโย่กล่าว

“ผมอยู่ถูกที่ถูกเวลาและจบสกอร์ได้ เราเป็นฝ่ายชนะ และนั่นทำให้ผมมีความสุขมาก”

“บรรยากาศที่นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ทุกคนเต็มไปด้วยความมั่นใจและกระหายความสำเร็จ”

“ผมรู้สึกว่าตัวเองได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เพื่อนร่วมทีมช่วยเหลือผมมาก ทำให้ผมเล่นด้วยความมั่นใจ”

“แม้มันจะเป็นช่วงเวลาที่มีอะไรใหม่ๆ เข้ามามากมาย แต่ผมสนุกกับมัน ผมเรียนรู้ได้เร็วและเอ็นจอยกับทุกอย่าง”

“ผมแค่นำความมั่นใจจากตอนอยู่บอร์นมัธมาต่อยอดที่นี่ ลงสนามด้วยรอยยิ้ม และตอนนี้ผมกำลังมีความสุขกับทุกช่วงเวลาจริงๆ”

ผีเตรียมทุ่มงบ 20 ลป. คว้า ‘เนเวส’ ร่วมทีมในตลาดหนาวนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าเสริมทัพในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม หลังมีรายงานว่าสโมสรได้จัดสรรงบประมาณให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมชั่วคราวคนใหม่ เพื่อพิจารณาคว้าตัว รูเบน เนเวส กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ อัล-ฮิลาล มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านปอนด์

คาร์ริค เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับตำแหน่งกุนซือชั่วคราวที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ภายหลังการปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยอดีตมิดฟิลด์ขวัญใจแฟนบอลรายนี้จะทำหน้าที่คุมทีมไปจนจบฤดูกาล

ก่อนหน้านี้ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ อดีตแข้งอีกหนึ่งรายของ “ปีศาจแดง” ถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ แต่ผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ หลังพาทีมทำได้เพียงเสมอ เบิร์นลีย์ 2-2 และแพ้ ไบรท์ตัน 1-2 ในศึกเอฟเอ คัพ ส่งผลให้สโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ภารกิจแรกของ คาร์ริค คือการนำทีมลงทำศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่สถานการณ์โดยรวมของยูไนเต็ด แม้จะตกรอบฟุตบอลถ้วยในประเทศทั้งสองรายการแล้ว แต่ยังคงมีลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ เพื่อตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า

แม้คาดว่า ยูไนเต็ด จะไม่ทุ่มงบประมาณจำนวนมากในตลาดเดือนมกราคม และวางแผนรอเสริมทัพครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ โดยมีเป้าหมายระยะยาวอย่าง เอลเลียต แอนเดอร์สัน และ อดัม วอร์ตัน แต่สโมสรยังเปิดช่องสำหรับการดึงกองกลางเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งแบบเร่งด่วน

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ รูเบน เนเวส ที่ตกเป็นข่าวต้องการย้ายกลับมาเล่นในยุโรป หลังค้าแข้งกับ อัล-ฮิลาล ในซาอุดีอาระเบียมาแล้วราวสองฤดูกาลครึ่ง โดยรายงานจาก The Guardian ระบุว่า ด้วยค่าตัวที่ประเมินไว้ราว 20 ล้านปอนด์ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมยืดหยุ่นนโยบายการเสริมทัพในเดือนมกราคม และพิจารณายื่นข้อเสนอเพื่อคว้าตัวอดีตกัปตันทีมวูล์ฟแฮมป์ตันรายนี้มาร่วมทีม

ภาพชัดหลังเกม!’เป๊ป’ จับ ‘แชร์กี’ ติวเข้มหลังเกมบาวคัพ

รายาน แชร์กี ดาวเตะดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นจุดสนใจหลังถูกจับภาพได้ขณะโดน เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือใหญ่ เข้ามาบรีฟอย่างเข้มข้นทันทีหลังจบเกมที่ “เรือใบสีฟ้า” บุกเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ในศึกคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สนามเซนต์เจมส์ พาร์ค

เกมดังกล่าว แชร์กี ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองก่อนสร้างผลงานโดดเด่น ด้วยการซัดประตูปิดกล่องให้ ซิตี้ ในนาทีที่ 90+8 จากจังหวะจบสกอร์อันเฉียบขาด แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและคุณภาพของแข้งชาวฝรั่งเศสวัย 22 ปี

ก่อนหน้านั้น แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำจาก อองตวน เซเมนโย่ อดีตผู้เล่นบอร์นมัธ ซึ่งยังมีจังหวะทำประตูได้อีกลูกแต่ถูกผู้ตัดสินริบคืน ท่ามกลางเสียงถกเถียงจากแฟนบอลเจ้าถิ่น

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์หลังเกมกลับไปอยู่ที่ภาพของ กวาร์ดิโอลา ที่ดึง แชร์กี เข้ามาพูดคุยอย่างจริงจังระหว่างที่ทีมกำลังฉลองชัยชนะ โดยในช่วงแรกทั้งคู่มีการกอดและยิ้มให้กัน ก่อนที่สีหน้าของ แชร์กี จะเปลี่ยนไปเมื่อกุนซือชาวสเปนเริ่มอธิบายรายละเอียดเชิงแท็กติก

กวาร์ดิโอลา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดและเข้มงวด ได้ชี้ไปยังจุดต่างๆ ในสนาม ราวกับกำลังอธิบายถึงจังหวะหรือการตัดสินใจบางอย่างที่เขายังไม่พอใจ ขณะที่ แชร์กี พยายามอธิบายมุมมองของตัวเอง และรับฟังคำแนะนำด้วยท่าทีผ่อนคลาย

การพูดคุยดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 20 วินาที ก่อนทั้งคู่จะแยกย้ายกันไป โดยสีหน้าของ แชร์กี ยังมีรอยยิ้มติดอยู่ สะท้อนให้เห็นว่านี่อาจเป็นเพียงบทเรียนตามสไตล์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ต้องการผลักดันลูกทีมให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

‘อาร์เตต้า’ รับ ปืนต้องลุ้นเช็กฟิต ‘ซาลิบา,ทรอสซาร์’ เกมดวลสิงห์

อาร์เซน่อลยังต้องรอลุ้นความพร้อมของสองแข้งสำคัญอย่าง วิลเลียม ซาลิบา และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ก่อนเกมบิ๊กแมตช์พบเชลซีในศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีนี้

ซาลิบา และ ทรอสซาร์ ต่างไม่มีชื่อในเกมล่าสุดที่ “ปืนใหญ่” เอาชนะ ปอร์ทสมัธ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งทำให้การลงสนามในเกมสำคัญกับ เชลซี ยังอยู่ในสถานะไม่แน่นอน

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ยอมรับในการแถลงข่าวก่อนเกมว่า ทั้งสองรายยังต้องรอประเมินอาการอย่างใกล้ชิด

“ทั้งสองคนยังไม่แน่นอน” อาร์เตต้า กล่าวถึง ซาลิบา และ ทรอสซาร์

ขณะเดียวกัน ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ จะหมดสิทธิ์ลงสนามอย่างแน่นอน เนื่องจากยังไม่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ โดยกุนซือชาวสเปนเผยว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์

“คาลาฟิออรี่ อาการดีขึ้นนะ แต่เรายังไม่รู้แน่ชัด อาจต้องใช้เวลาอีกสองสามสัปดาห์” อาร์เตต้า กล่าว

นอกจากนี้ ปิเอโร่ อินคาปิเอ ยังเป็นอีกรายที่น่าเป็นห่วง หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมที่พบกับ ลิเวอร์พูล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าเป็นปัญหาที่แฮมสตริง แม้สโมสรจะส่งนักเตะเข้ารับการตรวจแล้ว แต่ อาร์เตต้า ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาการกลับมาลงสนามได้

“เรายังไม่ทราบเลย” เฮดโค้ชอาร์เซน่อล กล่าวทิ้งท้าย

ไร้บทสรุป!เผยหงส์ยังคุยสัญญาใหม่ ‘โคนาเต้’ ไม่ลงตัว

มีการรายงานว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ อิบราฮิม่า โคนาเต้ ยังคงไม่มีความคืบหน้า ขณะที่สโมสรไม่มีแผนเสริมผู้เล่นใหม่ในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม เพื่อทดแทนแข้งที่มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด

รายงานระบุว่าตัวแทนของเซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติฝรั่งเศสได้เปิดโต๊ะพูดคุยกับ “หงส์แดง” มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ โดยสัญญาปัจจุบันของ โคนาเต้ กำลังจะหมดลงเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้

หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อสรุปได้ทันเวลา ดาวเตะวัย 26 ปีจะมีสิทธิ์ย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์แบบไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ทันที ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลสำหรับสโมสร

ความไม่แน่นอนในอนาคตของ โคนาเต้ ผนวกกับสัญญาของ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค และ โจ โกเมซ ที่จะหมดลงในปี 2027 ทำให้ลิเวอร์พูลมีแนวโน้มจะให้ความสำคัญกับการเสริมทัพในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คเป็นหลักในช่วงซัมเมอร์นี้

ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลไม่มีแผนเสริมผู้เล่นใหม่ในตลาดหน้าหนาว แม้จะมีนักเตะหลายรายได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็น โจวานนี่ เลโอนี่ กองหลังดาวรุ่งที่ต้องพักยาว รวมถึง อเล็กซานเดอร์ อิซาค และล่าสุด คอนเนอร์ แบรดลี่ย์ ที่ต้องพักรักษาตัวเช่นกัน

ถึงอย่างนั้น สโมสรยังยืนยันแนวทางเดิมคือไม่มองหานักเตะมาทดแทนทั้งในรายของ อิซาค, เลโอนี่ รวมถึง แบรดลี่ย์ โดยเชื่อว่านักเตะที่มีอยู่สามารถแก้ขัดได้ ไม่ว่าจะเป็น เยเรมี่ ฟริมปง และ โจ โกเมซ ที่สามารถโยกมาเล่นแบ็คขวา รวมถึง โดมินิก โซบอสซ์ไล และ เคอร์ติส โจนส์ ที่เคยถูกใช้งานในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว

ส่วนสถานการณ์ของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ในเวลานี้ยังคาดว่าจะอยู่ช่วยทีมจนจบฤดูกาล โดยสโมสรหวังว่าแนวรุกคนสำคัญจะอยู่ครบตามสัญญาที่เหลือถึงปี 2027 อย่างไรก็ตาม หากยังมีปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้ ก็อาจต้องมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการแยกทางก่อนถึงเวลานั้น

อย่าใส่ร้าย!’จู๊ด’ ปัดข่าวไม่ลงรอย ‘อลอนโซ่’ เป็นเรื่องเท็จ

จู๊ด เบลลิ่งแฮม กองกลางตัวเก่งของ เรอัล มาดริด ออกมาโต้กระแสข่าวอย่างหนัก หลังมีรายงานอ้างว่าเขามีปัญหาความสัมพันธ์กับ ชาบี อลอนโซ่ อดีตกุนซือของทีมที่เพิ่งแยกทางกับสโมสรไป

ก่อนหน้านี้ ชาบี อลอนโซ่ เพิ่งอำลาตำแหน่งเฮดโค้ช “ราชันชุดขาว” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยสื่อดังอย่าง ดิ แอธเลติก ระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากรอยร้าวภายในห้องแต่งตัว และความไม่เชื่อมั่นของนักเตะบางรายต่อแนวทางการทำทีม

รายงานดังกล่าวพาดพิงชื่อของ เบลลิ่งแฮม, วินิซิอุส จูเนียร์ และ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ว่าเป็นกลุ่มนักเตะที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการคุมทีมของ อลองโซ่ ซึ่งเข้ามารับงานต่อจาก คาร์โล อันเชล็อตติ ในฤดูกาลแรก

อย่างไรก็ตาม มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี ไม่ปล่อยให้ข่าวลือนี้ลุกลาม โดยได้แชร์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเขียนข้อความตอบโต้สื่ออย่างดุเดือด

“เราปล่อยให้ข่าวปลอมแบบนี้เกิดขึ้นมากเกินไป ด้วยความหวังว่าความจริงจะปรากฏ” เบลลิ่งแฮม กล่าว

“แต่พูดตรงๆ มันไร้สาระสุดๆ ผมรู้สึกเสียใจอย่างแท้จริงกับผู้คนที่เชื่อทุกคำพูดจากตัวตลกพวกนี้ รวมถึง ‘แหล่งข่าว’ ที่พวกเขาอ้างถึง”

“คุณไม่ควรเชื่อทุกอย่างที่อ่าน บางครั้งคนพวกนี้จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและสร้างความเสียหาย เพียงเพื่อยอดผู้ชมและกระแสข่าวฉาวเท่านั้น”

ไม่พลาด!ผีตั้ง ‘คาร์ริค’ หวนคุมทัพชั่วคราวลุยจนจบซีซั่น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตกองกลางของสโมสร กลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ หลังตัดสินใจปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งกุนซือใหญ่

ก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดง” พิจารณาทั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ คาร์ริค แต่สุดท้ายเลือกดึงอดีตกองกลางวัย 44 ปีรายนี้กลับมาคุมทีมอีกครั้ง

“ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมรู้ดีว่ามาตรฐานของสโมสรแห่งนี้สูงแค่ไหน และสิ่งที่ต้องทำเพื่อประสบความสำเร็จ”คาร์ริค เปิดใจหลังรับงาน

“สิ่งที่ผมโฟกัสคือการช่วยให้นักเตะแสดงศักยภาพออกมาในระดับที่เหมาะสมกับสโมสรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ นักเตะกลุ่มนี้มีคุณภาพมากพอ และผมเชื่อมั่นในพรสวรรค์ ความทุ่มเท และความสามารถของพวกเขาอย่างเต็มที่”

“ฤดูกาลยังเหลืออีกหลายเป้าหมายให้สู้ เราจะพยายามรวมพลังทุกคนเข้าด้วยกัน และมอบฟอร์มการเล่นที่คู่ควรกับแรงสนับสนุนอันซื่อสัตย์ของแฟนบอล”

ในการกลับมาครั้งนี้ คาร์ริค มาพร้อมทีมงานผู้ช่วยอย่าง สตีฟ ฮอลแลนด์ อดีตผู้ช่วยของ แกเร็ธ เซาธ์เกต, โจนาธาน วูตเกต ที่เคยร่วมงานกันสมัยคุม มิดเดิลสโบรห์ รวมถึง จอนนี่ อีแวนส์ อดีตเพื่อนร่วมทีม ส่วน ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ที่ทำหน้าที่คุมทีมชั่วคราว 2 นัดก่อนหน้านี้ จะกลับไปดูแลทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีตามเดิม

สำหรับผลงานในฐานะนักเตะ คาร์ริค ลงสนามให้แมนฯ ยูไนเต็ด รวม 464 นัด คว้าแชมป์มากมายทั้งพรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ 2 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูโรป้าลีก และแชมป์สโมสรโลก

ฝันว่ายิงคน เปิดคำทำนายดวงชะตา พร้อมเลขเด็ดแม่นๆ

ฝันว่ายิงคน เป็นความฝันที่หลายคนตื่นมาแล้วรู้สึกตกใจ กังวล หรือไม่สบายใจ เพราะเกี่ยวข้องกับความรุนแรง อาจสะท้อนถึงความโกรธ ความเครียด หรือความขัดแย้งที่คุณกำลังเผชิญ และอยากปลดปล่อยความรู้สึกที่กดดันอยู่ภายใน อย่างไรก็ตามความฝันลักษณะนี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องร้ายเสมอไปอาจเกี่ยวข้องกับโชคลาภและเลขเด็ดได้เช่นกัน ดังนั้นวันนี้ทาง 365kub จะพาสมาชิกของเราไปส่องความหมายของการฝันว่ายิงคนว่าจะมีอะไรบ้างและสื่อถึงอะไรพร้อมแล้วไปติดตามกันได้เลย

ฝันว่ายิงคนเลขเด็ด

ความหมายทั่วไปของฝันว่ายิงคน

ความเครียดและความกดดันภายในใจ – ฝันว่ายิงคนมักสะท้อนถึงความเครียด ความโกรธ หรืออารมณ์ที่ถูกกดไว้ ไม่ได้แสดงออกในชีวิตจริง ความฝันจึงเป็นเหมือนการระบายความรู้สึกเหล่านั้นออกมา

ความต้องการเอาชนะปัญหา – การยิงในความฝันอาจหมายถึงความพยายามจัดการกับอุปสรรคหรือปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ เป็นสัญญาณว่าคุณต้องการแก้ไขสถานการณ์อย่างเด็ดขาด

การตัดสินใจครั้งสำคัญ – ฝันลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจบางอย่างที่ต้องใช้ความกล้า เช่น การเลือกเส้นทางชีวิต การเปลี่ยนงาน หรือการยุติความสัมพันธ์บางอย่าง

ความขัดแย้งกับผู้อื่น – มักหมายถึงการเข้าใจผิดหรือมีเรื่องไม่พอใจ ความอึดอัดใจ หรือปัญหาที่ยังไม่ได้พูดกันตรงๆ กับเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิด

เลขมงคลฝันว่ายิงคน

ฝันว่ายิงคนจนตาย

มักตีความว่าเป็นช่วงที่อาจเจอเรื่องไม่สบายใจหรือปัญหาที่หนักหน่วง เป็นการระบายความรู้สึกที่สะสมอยู่ภายในจิตใจหรืออาจหมายถึงการสิ้นสุดความสัมพันธ์หรือสถานการณ์เดิม เพื่อเปิดทางให้สิ่งใหม่เข้ามา ต้องใช้สติและระมัดระวังมากขึ้น

เลขเด็ด : 09, 19, 90, 190, 909

ฝันว่ายิงคนแต่ไม่ตาย

สะท้อนถึงอารมณ์โกรธหรือความเครียดที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย สื่อถึงเรื่องที่ยังคงค้างคา ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ต้องหาทางแก้ไขให้จบสิ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเตือนให้ระวังการถูกคุกคามหรือการมีศัตรูที่ยังไม่หมดไป

เลขเด็ด : 13, 31, 73, 137, 317, 713

ฝันว่ายิงคนแปลกหน้า

มักเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่คุณยังไม่รู้จักหรือยังไม่ได้เผชิญในชีวิตจริง สะท้อนถึงการเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ ความกลัว หรือความขัดแย้งที่ยังไม่เปิดเผย เป็นสัญญาณให้คุณใช้สติและความระมัดระวังในการปรับตัวกับสถานการณ์ใหม่ และอาจเป็นการเตือนว่ามีโอกาสหรือโชคลาภจากสิ่งที่คุณไม่คาดคิดเข้ามาในชีวิต

เลขเด็ด : 45, 54, 145, 454, 545

ฝันว่ายิงคนรู้จัก

มักสะท้อนความอึดอัดใจหรือปัญหาความสัมพันธ์ที่ยังไม่ได้สะสาง อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น เป็นสัญญาณให้คุณหันกลับมาทบทวนความสัมพันธ์และหาทางแก้ไขอย่างมีสติ นอกจากนี้ในทางตรงกันข้ามอาจสื่อถึงคุณอาจจะได้ลาภหรือผลประโยชน์จากคนที่ไม่ค่อยถูกชะตากัน

เลขเด็ด : 28, 82, 228, 282, 828

ฝันว่ายิงคนแล้วโดนจับ

มักหมายถึงการถูกจำกัดอิสระ หรือมีเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกถูกบังคับ เตือนให้คุณระวังผลลัพธ์จากการกระทำ ความขัดแย้ง และการสูญเสียอิสระ เป็นสัญญาณให้ใช้สติในการตัดสินใจและจัดการกับปัญหาที่ค้างคา

เลขเด็ด : 67, 76, 06, 167, 676, 706

สรุป

โดยรวมแล้ว ฝันว่ายิงคนไม่ได้หมายถึงลางร้ายเสมอไป แต่เป็นความฝันที่สะท้อนสภาพจิตใจ ให้คุณหันกลับมามองความรู้สึกภายในใจ ความสัมพันธ์กับคนรอบตัว และการตัดสินใจในชีวิตหากกำลังเผชิญปัญหา ความฝันนี้อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังต้องการทางออกหรือการตัดสินใจที่ชัดเจน อาจลองหาเวลาพักผ่อน ลดความเครียด หรือลองพูดคุยระบายความในใจกับคนที่ไว้ใจได้ดูอาจสามารถแก้ปัญหาได้