Home 365kubx
LINE: @365KUBx

เปลี่ยนแปลงแล้ว!’แม็คไกวร์’ หวังผีเปิดฉากซีซั่นใหม่ได้ดี

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความเชื่อมั่นว่าทีมกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ พร้อมหวังว่าการเริ่มต้นฤดูกาลนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี หลังจากฤดูกาลก่อนจบอันดับ 15 ซึ่งถือเป็นผลงานต่ำสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกของสโมสร และพลาดโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรป

ยูไนเต็ดเสริมทัพครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ โดยคว้าตัว มาเตอุส คุนญ่า, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และเบนจามิน เชชโก้ เข้ามาเสริมแนวรุก พร้อมลงทุนกว่า 50 ล้านปอนด์เพื่อปรับปรุงสนามซ้อมแคร์ริงตันให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ก่อนเกมเปิดสนามสุดสัปดาห์นี้ที่ต้องพบกับอาร์เซน่อล คู่ปรับสำคัญ แม็คไกวร์เผยถึงบรรยากาศในทีมว่าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังบวก

“พวกเพื่อนๆ กำลังทำงานหนักมาก และมันมีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว” แม็คไกวร์กล่าว

“เราต้องการประสบความสำเร็จ และกำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อให้ไปถึงจุดนั้น”

“บางครั้งเราก็ทราบดีว่าในช่วงหลังมันไม่ดีพอ และเราไม่ได้ให้อะไรกับแฟนๆ มากเท่าไหร่”

“ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันเกือบจะเป็นการเริ่มต้นใหม่เลยนะ และหวังว่าการเริ่มต้นนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี”

ดีขึ้น!’มาเรสก้า’ เชื่อสิงห์เข้าใกล้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี แสดงความมั่นใจว่าทีมของเขาได้ลดช่องว่างจากฤดูกาลก่อน และกำลังเข้าใกล้การเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง

หลังจบฤดูกาลแรกในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ มาเรสก้าพาทีมคว้าอันดับท็อปโฟร์ พร้อมคว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และแชมป์สโมสรโลก สร้างความหวังใหม่ให้แฟนบอล “สิงห์บลูส์”

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม เชลซีเคยขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูง ไล่จี้ลิเวอร์พูลอย่างสูสี แต่กุนซือชาวอิตาเลียนยืนยันในเวลานั้นว่าทีมยังไม่พร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์

ล่าสุด มาเรสก้าให้สัมภาษณ์ผ่านรายการยูทูป “Men In Blazers” ก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ว่า ทัศนคติของเขาเริ่มเปลี่ยนไป

“เมื่อหนึ่งปีก่อน ผมคิดว่าเราห่างไกลจากทีมที่ครองฟุตบอลอังกฤษ” มาเรสก้ากล่าว

“ตอนนี้เราค่อนข้างเข้าใกล้แล้ว หวังว่าเราจะพัฒนาต่อไปเพื่อเข้าใกล้ขึ้นอีก และพยายามแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์”

เขาย้ำว่าเป้าหมายของเชลซีคือชัยชนะและถ้วยรางวัลเสมอ “เมื่อคุณอยู่ที่เชลซี คุณต้องชนะและคว้าแชมป์ นั่นคือเป้าหมายขั้นต่ำของสโมสร”

หนึ่งในอาวุธใหม่ที่ช่วยยกระดับทีมคือ เจา เปโดร กองหน้าตัวใหม่จากไบรท์ตัน ที่ยิงไปแล้ว 5 ประตูจาก 5 นัดแรก ทั้งในศึกสโมสรโลกและเกมอุ่นเครื่อง

“เจา เปโดร มีคุณภาพในพื้นที่สุดท้ายสูงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราขาดไปเมื่อฤดูกาลก่อน” มาเรสก้าเสริม

“โดยเฉพาะเมื่อเจอทีมที่ตั้งรับลึก เราต้องการคนที่เล่นในพื้นที่แคบได้ดี และเจาเข้ามาช่วยตรงนี้”

‘กราเฟนเบิร์ค’ เปิดใจฝันร้ายที่เสือใต้ก่อนบินสูงกับหงส์

ไรอัน กราเฟนเบิร์ค มิดฟิลด์ตัวเก่งของลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยถึงช่วงเวลาอันมืดมนในชีวิตการค้าแข้งของเขาสมัยที่อยู่กับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเกือบทำให้เขาตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ก่อนที่การย้ายมาร่วมทีม “หงส์แดง” จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพ

ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์วัย 23 ปี เล่าย้อนถึงประสบการณ์อันยากลำบากเมื่อครั้งย้ายจากอาแย็กซ์ไปบาเยิร์น มิวนิค ด้วยความหวังว่าจะก้าวไปสู่เวทีใหญ่ แต่กลับต้องเผชิญฝันร้ายภายใต้การคุมทีมของจูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในบุนเดสลีกาเพียง 3 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนั้น

“ผมแทบคลั่งเลย” กราเฟนเบิร์คเผย

“ผมโชคดีมากที่พ่อแม่ย้ายมาอยู่กับผมที่มิวนิก ถ้าผมต้องอยู่ที่นั่นคนเดียว ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันหนักหนาสำหรับจิตใจจริงๆ”

“ถึงเราจะได้แชมป์ในปีนั้น แต่ผมแทบไม่มีส่วนร่วม ผมยืนอยู่ตรงนั้นในฐานะแชมป์ แต่กลับไม่รู้สึกเหมือนเป็นแชมป์เลย มันต่างจากทุกครั้งที่ผมเคยคว้าแชมป์”

กราเฟนเบิร์คยังเล่าถึงความรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องนั่งดูเกมจากม้านั่งสำรองต่อเนื่อง 90 นาทีถึงสามนัดในช่วงที่โค้ชคือจูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ “นั่นคือจุดที่ผมเริ่มหัวเสียสุดๆ” เขากล่าว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อโทมัส ทูเคิล เข้ามาคุมทีมในช่วงท้ายฤดูกาล ทำให้เขาได้ลงเล่นมากขึ้น

การย้ายมาลิเวอร์พูลในปี 2023 ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ กลายเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิตของเขา แม้ปีแรกจะยังไม่สามารถสร้างความประทับใจให้แฟนบอล “เดอะค็อป” ได้เต็มที่ แต่ในฤดูกาลที่ผ่านมา ภายใต้การนำของอาร์เน่อ สล็อท กราเฟนเบิร์คโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม กลายเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง

“ผมจำได้ดีถึงความรู้สึกตอนอยู่ที่บาเยิร์น แต่ผมภูมิใจที่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาตกต่ำนั้นมาได้” กราเฟนเบิร์คทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจ ปัจจุบัน เขากลายเป็นหนึ่งในกองกลางที่น่าจับตามองของพรีเมียร์ลีก และพร้อมที่จะสานต่อความสำเร็จกับลิเวอร์พูลในฤดูกาลต่อไป

ใครจะได้!หงส์ร่วมวงผีล่าตัว ‘บาเลบา’ เสริมแกร่งแดนกลาง

ลิเวอร์พูล กลายเป็นอีกหนึ่งทีมจากพรีเมียร์ลีกที่แสดงความสนใจในตัว คาร์ลอส บาเลบา กองกลางดาวรุ่งของไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน โดยเชื่อว่าดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้เหมาะสมกับแผนการเล่นของกุนซือคนใหม่ อาร์เน่อ สล็อท

ตามรายงานจาก CaughtOffside หงส์แดงกำลังจับตาดูพัฒนาการของบาเลบาอย่างใกล้ชิด แม้ยังไม่ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เริ่มต้นเจรจากับทีมงานของนักเตะแล้ว เพื่อหวังดึงตัวมาร่วมทัพที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

บาเลบา ซึ่งมีเชื้อสายแคเมอรูน โดดเด่นด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่ง การแย่งบอลที่แม่นยำ และการจ่ายบอลที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในลีกสูงสุดอังกฤษ

ฝั่งลิเวอร์พูลเอง กำลังอยู่ในช่วงปรับโฉมทีมใหม่ภายใต้การนำของสล็อท โดยก่อนหน้านี้เพิ่งทุ่มเงินมหาศาลคว้าตัว ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ จากเยอรมนี ด้วยค่าตัวรวมโบนัสสูงถึง 116 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ

แม้ บาเลบา จะยังไม่ใช่เป้าหมายอันดับต้น ๆ ของลิเวอร์พูลในเวลานี้ แต่การติดตามฟอร์มการเล่นของเขาอย่างต่อเนื่องที่สนามเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม บ่งบอกถึงความสนใจที่อาจพัฒนาเป็นการเจรจาในอนาคต

เหตุวุ่นวาย!เผย ‘กรีนวู้ด’ ถ่มน้ำลายใส่ ‘โอนาน่า’ ชนวนทำเกมเดือด

เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าของโอลิมปิก มาร์กเซย กลายเป็นประเด็นร้อนหลังมีรายงานว่าเขา ถ่มน้ำลายใส่ อมาดู โอนาน่า กองกลางของแอสตัน วิลล่า ระหว่างเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นที่สนามสตาด เวโลโดรม ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นในนาทีที่ 87 ของเกม เมื่อกรีนวู้ดทำฟาวล์ใส่โอนาน่า ก่อนจะผลักใส่คู่กรณีขณะกำลังลุกขึ้น ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดในสนาม โดยมี ไทโรน มิงส์ กองหลังของวิลล่าเข้ามาแทรกแซง จนเกิดการยื้อยุดกันอย่างรุนแรงถึงขั้นเสื้อของกรีนวู้ดขาด

แหล่งข่าวจาก The Sun ระบุว่า ผู้เล่นของวิลล่าไม่พอใจอย่างมาก โดยกล่าวหาว่ากรีนวู้ดได้ถ่มน้ำลายใส่โอนาน่า ซึ่งคลิปวิดีโอเผยให้เห็นว่าโอนาน่ามีปฏิกิริยาเหมือนมีบางสิ่งสัมผัสใบหน้า ก่อนจะเข้าไปบ่นกับผู้ตัดสิน แม้จะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนยืนยันการกระทำดังกล่าว

ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้กับทั้งสามคน กรีนวู้ด, มิงส์ และโอนาน่า ก่อนที่ โรแบร์โต เด แซร์บี กุนซือของมาร์กเซยจะตัดสินใจเปลี่ยนตัวกรีนวู้ดออกจากสนามทันที เพื่อคลี่คลายสถานการณ์

ไม่พลาด!’เวียร์ตซ์’ ผงาดคว้ารางวัลนักเตะแห่งปีของเยอรมนี

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งของลิเวอร์พูล คว้ารางวัลนักเตะแห่งปีของเยอรมนีประจำปี 2025 จากการโหวตโดยนักข่าวสายกีฬา 633 คน ซึ่งจัดโดย คิกเกอร์ สื่อกีฬาชื่อดังของเยอรมนี

เวียร์ตซ์ วัย 22 ปี ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดถึง 191 คะแนน ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง มิเชล โอลิเซ่ จากบาเยิร์น มิวนิค ที่ได้ 81 คะแนน ขณะที่อันดับสามเป็นของ นิค โวลเตอมาเดอ กองหน้าสตุตการ์ท (71 คะแนน) และอันดับสี่ โธมัส มุลเลอร์ (70 คะแนน)

เวียร์ตซ์เปิดใจหลังรับรางวัลว่า“ผมตระหนักดีว่าผมเพิ่งอายุ 22 และยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้สมกับความคาดหวังที่มาพร้อมกับรางวัลนี้ ผมจะตั้งเป้าหมายกับตัวเองต่อไป”

ด้าน โทนี่ โครส เจ้าของรางวัลเมื่อปีที่แล้ว กล่าวชื่นชมเวียตซ์ว่า “ผมนึกภาพผู้ได้รางวัลคนถัดไปที่ดีกว่านี้ไม่ได้เลย! คุณเป็นนักเตะที่พิเศษในหลายระดับ และการย้ายไปลิเวอร์พูลก็แสดงให้เห็นถึงวิธีคิดและความเชื่อมั่นของคุณ”

ฤดูกาลที่ผ่านมา เวียร์ตซ์ ทำผลงานโดดเด่นกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยการยิง 10 ประตูและทำ 13 แอสซิสต์ พาทีมคว้ารองแชมป์บุนเดสลีกา ก่อนจะย้ายไปลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวรวมแอดออนสูงถึง 116 ล้านปอนด์

‘ฟาน ไดจ์ค’ รับหงส์ต้องเสริมหอกเพิ่มหลังชวดแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูล ยอมรับว่าทีมยังขาดกองหน้าตัวเป้า หลังพ่ายจุดโทษให้กับ คริสตัล พาเลซ ในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนที่ผ่านมา

แม้สองแข้งใหม่อย่าง อูโก้ เอกิติเก้ และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ จะโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ โดยเอกิติเก้ยิงประตูขึ้นนำและประสานงานกับเวียร์ตซ์ได้อย่างลงตัว แต่ฟาน ไดจ์คยังมองว่าทีมต้องการกองหน้าเพิ่มเพื่อรักษาสมดุล

“เราเพิ่งเสีย ดาร์วิน ไป เขาย้ายไปซาอุดิอาระเบีย และก็เสีย ลูโช่ ที่ไปบาเยิร์น ผมคิดว่าเรายังต้องมีกองหน้ามาเสริมทีมอีก มาดูกันว่าตลาดนักเตะจะมีอะไรเข้ามาบ้าง เพื่อรักษาสมดุลของทีม” ฟาน ไดจ์ค กล่าวกับ ทอล์คสปอร์ต

ลิเวอร์พูลเพิ่งปล่อย ดาร์วิน นูนเญซ ให้กับ อัล-ฮิลาล และ หลุยส์ ดิอาซ ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ขณะที่ ดิโอโก้ โชต้า ต้องพักยาวจากเหตุการณ์เศร้าในครอบครัว ส่งผลให้แนวรุกของทีมขาดความหลากหลาย

ด้าน อเล็กซานเดอร์ อิซัค ดาวยิงจากนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ถูกวางเป็นเป้าหมายหลัก แต่ข้อเสนอ 110 ล้านปอนด์ของลิเวอร์พูลถูกปฏิเสธ โดยนิวคาสเซิ่ลประเมินค่าตัวไว้สูงถึง 150 ล้านปอนด์

คิดถึงเสมอ!’นูนเญซ’ โพสต์ซึ้งอำลาหงส์หลังซบ อัล-ฮิลาล

ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยวัย 26 ปี โพสต์ข้อความสุดซาบซึ้งอำลาแฟนบอลลิเวอร์พูล หลังตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพ อัล-ฮิลาล ในลีกซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการ

นูนเญซย้ายจากเบนฟิก้ามาสู่ถิ่นแอนฟิลด์เมื่อปี 2022 ด้วยความคาดหวังสูง แต่ตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างต่อเนื่อง โดยในฤดูกาลล่าสุดภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ สล็อท เขาได้ลงเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 8 นัด ทำไป 5 ประตูจาก 30 เกมรวมทุกรายการ

“ขอบคุณลิเวอร์พูล… หลังจาก 3 ปี ถึงเวลาที่ต้องบอกลาแล้ว”

“ผมจากไปด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยม เพราะความรักจากแฟน ๆ ที่ไม่เคยทอดทิ้งผม อยู่กับผมในทุกช่วงเวลาทั้งดีและร้าย”

“ลิเวอร์พูลจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวผมเสมอ ผมจะคิดถึงพวกคุณมากกว่าที่คำพูดจะบอกได้ ขอบคุณทีมงานและเพื่อนร่วมทีมทุกคน ขอให้โชคดีในอนาคต”

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Darwin Nuñez Ribeiro (@darwin_n9)

อวยยับ!’เทน ฮาก’ เชื่อ ‘ฮาโต้’ อนาคตสดใสกับสิงห์แน่

เอริก เทน ฮาก กุนซือไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ออกโรงชื่นชมเชลซีหลังปิดดีลคว้าตัว จอร์เรล ฮาโต้ กองหลังดาวรุ่งชาวดัตช์จากอาแจ๊กซ์ พร้อมเชื่อมั่นว่าแข้งวัย 19 ปีรายนี้จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

เชลซีบรรลุข้อตกลงคว้าตัวฮาโต้ด้วยค่าตัว 37 ล้านปอนด์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้ประเดิมสนามให้ทีมของ เอ็นโซ มาเรสก้า ในเกมอุ่นเครื่องที่เปิดบ้านเอาชนะไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-0 เมื่อคืนวันศุกร์

หลังจบเกม เทน ฮาก ซึ่งเคยร่วมงานกับฮาโต้สมัยคุมอาแจ๊กซ์ กล่าวถึงอดีตลูกทีมด้วยความภาคภูมิใจว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของเอเรดิวิซี และมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการก้าวขึ้นเป็นแข้งระดับโลก

“เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุด หรืออาจจะดีที่สุดในเอเรดิวิซีเลยก็ว่าได้” เทน ฮาก กล่าว

“เขายังอายุน้อย แต่มีระดับการเล่นที่สูงมาก ผมมั่นใจว่าเขาจะประสบความสำเร็จกับเชลซีแน่นอน”

เทน ฮาก ยังกล่าวถึงความสามารถในการเล่นได้ทั้งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กซ้ายของฮาโต้ว่าเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับเกมรับของเชลซี

“เขาเล่นได้ทั้งสองตำแหน่ง และคุณจะได้เห็นว่าเขาทำได้ดีทั้งคู่”

“ผมขอแสดงความยินดีกับเชลซีที่ได้ตัวนักเตะที่ยอดเยี่ยมคนนี้ไปครอง”

หวังปิดดีล!เผยท๊อฟฟี่พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยยืม ‘กรีลิช’ จากเรือ

เอฟเวอร์ตันเดินหน้าเต็มสูบหวังคว้าตัว แจ็ค กรีลิช มาร่วมทัพแบบยืมตัว โดยพร้อมแบกรับค่าเหนื่อยเกือบทั้งหมดจากที่แข้งวัย 30 ปีรับอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์

ตามรายงานจาก เดอะ ไทมส์ ดีลนี้อาจมีมูลค่ารวมสูงถึง 12 ล้านปอนด์ โดยทั้งสองสโมสรมีการเจรจาอย่างต่อเนื่องตลอดซัมเมอร์ เพื่อเคลียร์รายละเอียดให้ลงตัว

แม้กรีลิชจะกลายเป็นส่วนเกินในทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา แต่ เอฟเวอร์ตัน เชื่อว่าเขายังสามารถเติมสีสันให้แนวรุกได้ในฤดูกาลใหม่ ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ ที่เพิ่งเสริมทัพไปแล้วด้วยการคว้า คาร์ลอส อัลคาราซ และ เธียร์โน่ แบร์รี่

ด้านกรีลิชเองยังมีเป้าหมายในการติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยฟุตบอลโลก โดยได้รับความสนใจจากกุนซือคนใหม่อย่าง โธมัส ทูเคิ่ล ซึ่งเรียกเขาติดทีมชาติทันทีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน แม้แทบไม่ได้ลงเล่นให้ต้นสังกัด

กลับบ้าน!’เด เคอา’ สุดซึ้งแฟนผีต้อนรับอบอุ่นหลังห่างหาย 2 ปี

ดาบิด เด เคอา อดีตนายทวารขวัญใจแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเยือนถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดอีกครั้งในฐานะผู้เล่นฟิออเรนติน่า พร้อมได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนบอลกว่า 60,000 คน ในเกมอุ่นเครื่องสุดพิเศษเมื่อคืนที่ผ่านมา

หลังถูกปล่อยตัวออกจากทีมแบบไร้พิธีอำลาเมื่อปี 2023 แม้จะรับใช้สโมสรมายาวนานถึง 12 ปี และลงสนามถึง 545 นัด เด เคอาเผยว่าเคยคิดจะเลิกเล่นฟุตบอล แต่สุดท้ายเลือกเดินหน้าต่อ และการกลับมาในครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เขา จะไม่มีวันลืม

“มันยากจะอธิบายว่ารู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ในสนาม เห็นแฟนๆ ทุกคนอยู่ตรงนั้น มันสะเทือนใจมาก” นายด่านวัย 34 ปีกล่าวหลังเกม

เสียงปรบมือดังกึกก้องตั้งแต่ช่วงวอร์มอัพจนถึงตอนที่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนจบเกม สะท้อนถึงความรักและความเคารพที่แฟนบอลยังมีให้เขาเสมอ

เด เคอายังได้พบกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้ที่ดึงเขามาร่วมทีมจากแอตเลติโก มาดริดเมื่อปี 2011 โดยกล่าวถึงยอดกุนซือชาวสกอตว่า “เขาคือบอส คือเหตุผลที่ผมย้ายมาอยู่ยูไนเต็ด”

แม้จะจากกันด้วยความขมขื่น แต่เด เคอายังคงให้เกียรติสโมสรเก่า พร้อมฝากความหวังว่า ยูไนเต็ดจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

“ยูไนเต็ดคือหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลก ผมหวังว่าปีนี้พวกเขาจะอยู่ในจุดที่สมควรจะอยู่”

‘อโมริม’ ชื่นชม ‘เมาท์’ ทำผลงานเยี่ยมเกมเจ๊าฟิออ

รูเบน อโมริม นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยความรู้สึกหลังเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายที่เสมอกับฟิออเรนติน่า 1-1 ก่อนเอาชนะในการดวลจุดโทษ 5-4 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยชื่นชมฟอร์มการเล่นของ เมสัน เมาท์ ที่รับบทเป็นกองหน้าจำเป็นในเกมนี้

“มันไม่น่าเชื่อเลย วิธีที่เขาทำงานนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ” อโมริมกล่าวถึงเมาท์

“ผมขยับตำแหน่งเขาตลอดเวลา และเขารู้วิธีเล่นทุกตำแหน่ง”

แม้ปีศาจแดงจะไม่มีศูนย์หน้าธรรมชาติให้ใช้งาน แต่เมาท์ก็แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความสามารถในการปรับตัว ซึ่งอโมริมมองว่าเป็นจุดแข็งสำคัญของทีมในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล

“วันนี้เป็นเกมที่หนัก โดยเฉพาะต้นครึ่งแรกและต้นครึ่งหลัง เราพยายามหาจังหวะที่ถูกต้องในการเพรสซิ่ง แต่ก็สามารถควบคุมเกมได้ในบางช่วง”

เขายอมรับว่าการเลือก 11 ตัวจริงสำหรับเกมเปิดสนามพรีเมียร์ลีกกับอาร์เซนอลในวันอาทิตย์หน้า ยังเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ

“ผมมีความคิดหนึ่งอยู่แล้ว แต่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนความคิดผมได้ระหว่างสัปดาห์ พวกเขาต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่ง”