Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ไม่คุ้ม!ผีปัดข้อเสนอสิงห์ขอแลก ‘การ์นาโช่’ กับ ‘จอร์จ’

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปฏิเสธข้อเสนอจากเชลซีที่ยื่น ไทริจ จอร์จ ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปี มาแลกตัวกับ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ท่ามกลางกระแสข่าวการย้ายทีมที่ร้อนแรงในช่วงท้ายตลาดซัมเมอร์นี้

แหล่งข่าวจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ยืนยันว่า “ปีศาจแดง” ไม่สนใจดีลแลกเปลี่ยน และยืนกรานว่าหากจะปล่อยตัวแข้งอาร์เจนไตน์วัย 21 ปี ต้องเป็นเงินสดเท่านั้น โดยตั้งค่าตัวไว้ที่ 50 ล้านปอนด์

การ์นาโช่ ซึ่งหลุดจากแผนการทำทีมของ รูเบน อโมริม ตั้งแต่ปลายฤดูกาลก่อน ถูกตัดชื่อออกจากทีมในสองนัดแรกของพรีเมียร์ลีก แม้เคยลงเล่นให้ยูไนเต็ดไปแล้วถึง 144 นัด ยิง 26 ประตู และทำอีก 22 แอสซิสต์

แม้เจ้าตัวจะตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับเชลซีได้แล้ว และแสดงความต้องการชัดเจนว่าจะย้ายไปสแตมฟอร์ด บริดจ์เท่านั้น แต่ “สิงห์บลูส์” ยังต้องเคลียร์นักเตะในแนวรุกออกก่อน ไม่ว่าจะเป็น นิโคลัส แจ็คสัน หรือ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู

ฝั่งยูไนเต็ดเองก็มีเหตุผลด้านการเงิน โดยต้องการรายได้เต็มจำนวนเพื่อปรับสมดุลตามกฎ PSR และนำไปลงทุนในนักเตะเป้าหมายใหม่ในตลาดรอบถัดไป

อดทนไว้ก่อน!’อโมริม’ ชี้แฟนผีควรให้เวลา ‘เชสโก้’ ปรับตัว

รูเบน อโมริม กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงปกป้อง เบนจามิน เชสโก้ กองหน้าดาวรุ่งค่าตัว 73.7 ล้านปอนด์ หลังยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเด่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยย้ำว่าดาวยิงวัย 21 ปีต้องการเวลาในการปรับตัวกับความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีก

เชสโก้ ถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองอีกครั้งในเกมที่ ปีศาจแดง เสมอกับฟูแล่ม 1-1 ซึ่งอโมริมยอมรับว่าจังหวะเกมในอังกฤษเร็วกว่าบุนเดสลีกา และไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักเตะใหม่ที่จะปรับตัวได้ทันที

“เขากำลังเรียนรู้ว่าที่นี่จังหวะมันเร็วกว่าบุนเดสลีกาอีก แต่เขากำลังพยายามสู้” อโมริมกล่าว

“เขาเริ่มเชื่อมเกมกับเพื่อนได้ดีขึ้น เพียงแต่ตอนที่เขาลงสนาม ทีมเราไม่ได้อยู่ในช่วงที่เล่นดีที่สุด สิ่งที่เราต้องทำคือช่วยเขาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เขาได้แสดงคุณภาพที่แท้จริงออกมา”

แม้ยูไนเต็ดจะมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ โดยฤดูกาลก่อนยิงได้เพียง 44 ประตู แต่กุนซือชาวโปรตุเกสยังคงมั่นใจว่าทีมจะกลับมายิงได้มากขึ้นในซีซั่นนี้

“เราจะทำประตูได้แน่ เพราะเราสร้างโอกาสได้เยอะมาก”

นอกจากเชสโก้แล้ว มาเธอุส คุนญ่า และ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ สองแข้งใหม่ก็ยังรอประตูแรกกับทีมเช่นกัน ซึ่งอโมริมเชื่อว่าทั้งสามจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการพายูไนเต็ดกลับสู่เส้นทางที่ดี หลังจบอันดับ 15 เมื่อฤดูกาลก่อน

“ผมไม่คิดถึงฤดูกาลก่อนแล้ว ตอนนี้เรามีความรู้สึกใหม่ ๆ ที่ดีขึ้น เกมล่าสุดเราก็ยิงได้แล้ว”

‘สล็อท’ มั่นใจหงส์มีขุมกำลังพอพร้อมป้องกันแชมป์

อาร์เน่ สล็อท นายใหญ่ลิเวอร์พูล ออกมายืนยันว่าทีมของเขามีขุมกำลังเพียงพอที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะพลาดการคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าตัวเป้าจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มาร่วมทีม

คำกล่าวของสล็อทอาจทำให้แฟนบอลบางส่วนรู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความลึกของทีมในแนวรุก โดยเฉพาะหากเกิดการบาดเจ็บกับผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อูโก้ เอกิติเก้, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ หรือ โคดี้ กั๊กโป นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ ซาล่าห์ อาจต้องพลาดลงสนามถึง 7 นัด เนื่องจากภารกิจรับใช้ทีมชาติอียิปต์ในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์

อย่างไรก็ตาม สล็อท ยังคงแสดงความมั่นใจว่าเขาจะสามารถบริหารจัดการทีมได้อย่างราบรื่น โดยชูความสำคัญของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ดาวรุ่งที่สามารถเล่นได้หลากหลายบทบาทในแนวรุก ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงมิติการเล่นของลิเวอร์พูล

“มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน” สล็อท กล่าวในงานแถลงข่าว

“ถ้าคุณนับ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เป็นตัวเลือกในแนวรุก คุณจะมีนักเตะให้เลือกถึงห้าคนเลยทีเดียว เราเสีย ดาร์วิน นูนเญซ ไปและได้ อูโก้ เอกิติเก้ เข้ามา ขณะที่ หลุยส์ ดิอาซ ก็ย้ายออกไปแล้ว แต่ ฟลอเรียน สามารถทดแทนตำแหน่งเหล่านี้ได้”

“แน่นอนว่าเรารู้ว่าเกิดอะไรกับ ดิโอโก้ โจต้า ซึ่งอาจทำให้ดูเหมือนว่าเรายังมีตัวเลือกไม่มากพอ แต่ถ้า เจเรมี ฟริมปง ฟิตสมบูรณ์ เขาก็สามารถขยับขึ้นไปเล่นในตำแหน่งปีกได้ ซึ่งจะทำให้เรามีตัวเลือกในแนวรุกถึงหกคนเลยทีเดียว”

การใช้งาน เวียร์ตซ์ จะเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง หลังจากที่เกมแรกกับบอร์นมัธ เขาดูเหมือนต้องปรับตัวให้เข้ากับบทบาทที่อาจไม่ใช่ธรรมชาติของเขา “ผมอยากให้เขาเล่นในตำแหน่งฟอลส์ไนน์มากกว่านี้” สล็อท กล่าวเสริม พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับการส่ง โจ โกเมส ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา

“ฤดูกาลที่แล้ว เราเห็นตัวอย่างในเกมเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแอสตัน วิลล่า ที่เราใช้ เคอร์ติส โจนส์ ในบทบาทกองกลาง แต่การตัดสินใจไม่ได้ขึ้นอยู่แค่การเพิ่มกองกลางเข้ามาเท่านั้น มันยังขึ้นอยู่กับแท็กติก การจัดทีม และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย”

“โจ โกเมส ยังเป็นตัวเลือกในตำแหน่งปีกซ้ายได้ และเขาอาจถูกพิจารณาสำหรับเกมถัดไป แต่ โคดี้ กั๊กโป เองก็ทำผลงานได้ดีในเกมกับบอร์นมัธเช่นกัน”

พยายามอีกนิด!’อโมริม’ รับผียังไม่ดีพอแต่เชื่อทีมจะคืนฟอร์มเก่ง

รูเบน อโมริม กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับทีมยังขาดความเฉียบคม หลังทำได้เพียงบุกเสมอฟูแล่ม 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก แม้เห็นความพยายามจากลูกทีม แต่ยังเชื่อมั่นว่าชัยชนะจะกลับมาในไม่ช้า

ยูไนเต็ด ออกนำในครึ่งหลังจากจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของโรดริโก้ มูนิซ นาทีที่ 58 แต่สุดท้ายไม่สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้ เมื่อเอมิล สมิธ โรว์ ตัวสำรองของเจ้าถิ่นยิงตีเสมอในนาทีที่ 73

“ผมคิดว่าเราสามารถเล่นได้ดีกว่านี้ แต่เรามีความพยายามแล้ว นั่นคือสิ่งสำคัญสุดสำหรับผม” อโมริมกล่าวหลังเกม

“เราต้องโฟกัสที่ฟอร์มการเล่น และสิ่งที่จำเป็นต้องทำ การคิดเรื่องผลการแข่ง ทำให้เราลืมสิ่งที่ทำเป็นปกติไป”

อโมริมยังกล่าวถึงความผิดพลาดในการจัดการเกมหลังขึ้นนำว่า “เราควรครองบอลและกดดันคู่แข่งมากกว่านี้ เราไม่ได้เล่นอย่างฉลาดพอ”

“ลูกทีมของผมก็เป็นมนุษย์ พวกเขารู้สถานการณ์ทุกอย่าง และรู้ว่าต้องทำได้ดีขึ้น ผมมั่นใจอย่างแท้จริง เราจะชนะเกมได้จำนวนมาก”

‘กรีลิช’ เปิดใจหลังระเบิดฟอร์มเกมล่าสุดช่วยท๊อฟฟี่คว้าชัย

แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษวัย 29 ปี เปิดใจถึงการกลับมาระเบิดฟอร์มอีกครั้ง โดยเจ้าตัวทำ 2 แอสซิสต์ พาเอฟเวอร์ตันเปิดบ้านใหม่ “ฮิลล์ ดิคกินสัน สเตเดียม” เอาชนะไบรท์ตัน 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในเกมดังกล่าว กรีลิชจ่ายให้ อิลิม็อง เอ็นเดียเย่ ยิงขึ้นนำในนาทีที่ 23 ก่อนจะเปิดให้ เจมส์ การ์เนอร์ ซัดประตูที่สองในนาทีที่ 52 ถือเป็นชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล และเป็นการเปิดสนามใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ

หลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กรีลิชยอมรับว่าเขาเคยหลุดจากความรู้สึกที่มีต่อเกมฟุตบอล

“สิ่งที่ผมอยากได้มากที่สุดจากการมาที่นี่คือการกลับมาสนุกกับฟุตบอล สนุกกับการเล่นทุกๆ วัน ตอนนี้ผมกลับมารักฟุตบอลอีกครั้ง ผมอยากได้ความรู้สึกแบบตื่นเช้ามาวันแข่งแล้วแทบรอไม่ไหวที่จะลงสนาม”

“ทุกคนต้อนรับผมดีมากๆ ผู้จัดการทีมก็สุดยอด พูดคุยกับผมตลอด ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นที่ต้องการและเป็นที่รักจริงๆ หวังว่าเราจะสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกันได้มากมาย”

‘บรูโน่’ ยันหงุดหงิดเปาเดินชนแต่ยันไม่ใช่เหตุพลาดจุดโทษ

บรูโน่ แฟร์นานเดส มิดฟิลด์กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยถึงความหงุดหงิดที่มีต่อผู้ตัดสิน คริส คาวานาฟ หลังเกิดเหตุการณ์ชนกันก่อนหน้าที่เขาจะยิงจุดโทษพลาดในเกมที่ ปีศาจแดง บุกไปเสมอกับฟูแล่ม 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางครึ่งแรก เมื่อผู้ตัดสินคาวานาฟ ใช้ VAR ตรวจสอบจังหวะที่ คาลวิน บาสซี่ย์ ทำฟาวล์ใส่ เมสัน เมาท์ ในเขตโทษ ก่อนชี้ให้เป็นจุดโทษแก่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรูโน่ ซึ่งรับหน้าที่สังหารจุดโทษตามปกติ เดินถอยหลังเพื่อตั้งท่ายิง แต่กลับไปชนกับผู้ตัดสินที่ยืนอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียง ทำให้เขาต้องปรับจุดยืนใหม่ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนที่เจ้าตัวจะซัดบอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจบเกม สื่อได้สอบถามแข้งชาวโปรตุเกสวัย 30 ปี ว่าการปะทะกับผู้ตัดสินคือสาเหตุที่ทำให้เขาพลาดจุดโทษหรือไม่ ซึ่งบรูโน่ตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่ใช่เลย ทุกคนมีวิธีเตรียมตัวสำหรับการยิงจุดโทษของตัวเอง ผมกำลังทำตามขั้นตอนของผม แต่เหตุการณ์กับผู้ตัดสินทำให้ผมหงุดหงิดเล็กน้อย”

“ผมรู้สึกหงุดหงิดเพราะผู้ตัดสินไม่กล่าวขอโทษ ซึ่งนั่นทำให้ผมอารมณ์เสียในตอนนั้น แต่ผมยืนยันว่ามันไม่ใช่สาเหตุที่ผมยิงพลาด ผมพลาดจุดโทษเพราะผมยิงได้แย่มาก ผมวางเท้าใต้ลูกบอลมากเกินไป จนมันลอยข้ามคานไป”

“ผลสกอร์นี้มันน่าผิดหวังมาก เราไม่ควรพอใจกับการได้เพียงแต้มเดียว เราเดินทางมาที่นี่เพื่อชัยชนะ และเมื่อเราขึ้นนำได้ก่อน เราควรจะควบคุมเกมได้ดีกว่านี้”

‘จอห์นสัน’ ปลื้มสไตล์ ‘แฟรงค์’ หลังซัดนำชัยบุกดับเรือ 2-0

เบรนแนน จอห์นสัน ปีกทีมชาติเวลส์ของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เผยความรู้สึกหลังพาทีมบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าแม้จะเปลี่ยนกุนซือจาก แอนจ์ ปอสเตโคกลู มาเป็น โธมัส แฟรงค์ แต่แนวทางการเล่นยังคงสร้างความสุขให้กับนักเตะไม่เปลี่ยน

จอห์นสัน วัย 24 ปี ยิงหนึ่งประตูในเกมดังกล่าว ช่วยให้ ไก่เดือยทอง เก็บชัยชนะสองนัดรวดภายใต้การคุมทีมของแฟรงค์ พร้อมรักษาคลีนชีทได้ทั้งสองเกม

“มันไม่มีความแตกต่างมากมายอะไร พวกเขาคือโค้ชสองคนที่ไม่เหมือนกัน” จอห์นสันกล่าวหลังเกม

“ตอนนี้ผมกำลังมีความสุขมากกับฟุตบอลของเรา”

“แฟรงค์ใส่รายละเอียดเพียบเกี่ยวกับเรื่องเซ็ตพีซ ขณะเดียวกันเขาก็ให้เรามีอิสระในเกมรุกสูงมาก”

“เราเก็บ 2 คลีนชีทจากไม่กี่เกมแรก และมันเป็นการเจอ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเคยมาที่นี่หลายครั้ง และทีมเสียประตูจำนวนมาก”

รอเช็ก!’อาร์เตต้า’ เครียด ‘โอเด,ซาก้า’ เจ็บหนักส่อพักยาว

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ยอมรับว่าเป็นข่าวร้ายหลังสองแข้งคนสำคัญอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด และ บูคาโย่ ซาก้า ได้รับบาดเจ็บในเกมพรีเมียร์ลีกที่ ปืนใหญ่ เปิดบ้านถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด 5-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

โอเดการ์ดถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครึ่งแรก หลังมีอาการเจ็บไหล่จากจังหวะปะทะกับ อันตอน สต๊าค ขณะที่ ซาก้า ต้องออกจากสนามในครึ่งหลัง หลังวิ่งสปรินต์แล้วรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริง โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นอาการเจ็บฝั่งตรงข้ามกับการบาดเจ็บครั้งก่อน

“มาร์ตินน่าจะมีปัญหาที่หัวไหล่ เราต้องรอผลสแกนพรุ่งนี้เพื่อยืนยันว่าอาการหนักแค่ไหน ส่วนบูคาโย่รู้สึกเจ็บแฮมสตริงหลังวิ่งสปรินท์และปะทะกับกองหลัง แม้มันจะเป็นอีกข้างหนึ่งไม่ใช่ข้างที่เคยเจ็บมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย”อาร์เตต้าเผยหลังเกม

อาการบาดเจ็บของทั้งคู่ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ของอาร์เซนอล หลังจากก่อนหน้านี้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก็เพิ่งได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าและยังไม่มีกำหนดคืนสนาม ส่งผลให้ทีมต้องเผชิญกับวิกฤตขาดผู้เล่นตัวหลักพร้อมกันถึงสามราย

“ผมยังไม่รู้ว่าทั้งคู่จะพักนานแค่ไหน เราเสียไค ฮาแวร์ตซ์ไปก่อนแล้ว ซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญ และตอนนี้เราต้องมาเสียบูคาโย่กับมาร์ตินเพิ่มอีก นี่คือเหตุผลว่าทำไมทีมต้องมีขุมกำลังที่พร้อมใช้งานเสมอ เพราะฤดูกาลนี้ยังอีกยาว และเราต้องการนักเตะหลายคนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้”

วิลล่าเปิดฉากเจรจาสิงห์หวังคว้า ‘เอ็นคุนคู’ ก่อนตลาดปิด

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดัง รายงานว่า แอสตัน วิลล่า ได้เริ่มต้นการเจรจากับ เชลซี เพื่อคว้าตัว คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงในช่วงซัมเมอร์นี้

เอ็นคุนคู ซึ่งเพิ่งย้ายจากแอร์เบ ไลป์ซิกมาอยู่กับเชลซีเมื่อฤดูกาลก่อน แสดงความต้องการชัดเจนในการย้ายออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยมีทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และ แอร์เบ ไลป์ซิก แสดงความสนใจเช่นกัน แต่ทั้งสองทีมจากบุนเดสลีกาเสนอรูปแบบการยืมตัว ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของเชลซีหรือเอ็นคุนคูเอง

ด้านวิลล่า แม้จะรับทราบเงื่อนไขเบื้องต้นของดีลนี้แล้ว แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมกับแผนการทำทีมของ อูไน เอเมรี่

นอกจากนี้ โรมาโน่ ยังเปิดเผยว่า วิลล่าได้จับตามองนักเตะอีกสองราย ได้แก่ นิโคลัส แจ็คสัน กองหน้าของเชลซี และ มาร์โก้ อเซนซิโอ จากปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งเคยมีประสบการณ์การเล่นแบบยืมตัวเมื่อฤดูกาลก่อน โดยทั้งสองรายอยู่ในลิสต์เป้าหมายเสริมทัพของ “สิงห์ผงาด” เช่นกัน

ไม่แย่!’เป๊ป’ มองเรือเล่นดีแต่พลาดเองทำพ่ายไก่คาบ้าน 0-2

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพ่าย ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 0-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่สองของฤดูกาล โดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของทีมยอมรับว่าทีมเล่นได้ดีโดยรวม แต่ความผิดพลาดส่วนบุคคลคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องปราชัย

ซิตี้เสียสองประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก และแม้จะครองเกมได้มากกว่าในครึ่งหลัง แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของทีมเยือนได้ ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” พ่ายแพ้เกมลีกนัดแรกของซีซั่น

“ฟอร์มการเล่นของเราเหนือกว่าผลการแข่งขัน” เป๊ปกล่าวหลังเกมที่เอติฮัด สเตเดี้ยม

“เราเริ่มต้นได้ดี แต่เสียประตูแรกจากจังหวะที่เกิดขึ้นได้ในเกมฟุตบอล แล้วตามด้วยความผิดพลาดส่วนตัวในจังหวะพื้นฐานที่สุด”

กวาร์ดิโอล่ายังกล่าวถึงการตอบสนองของทีมว่าไม่ดีพอ โดยเฉพาะในเรื่องการประกบตัวและการเพรสซิ่ง พร้อมยกเครดิตให้แนวทางการเล่นของ โธมัส แฟรงค์ ที่ทำให้ซิตี้ต้องปรับวิธีการเล่น

“เราครองบอลได้ดี แต่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ เรารู้ว่าฤดูกาลยังอีกยาวไกล และจะเรียนรู้จากความผิดพลาด”

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองคือ เจมส์ แทรฟฟอร์ด นายทวารวัย 21 ปี ที่เพิ่งย้ายมาด้วยค่าตัว 31 ล้านปอนด์ ถูกวิจารณ์หนักจากจังหวะเสียประตูและเหตุการณ์ที่เกือบโดนใบแดง

เป๊ปออกโรงปกป้องลูกทีม พร้อมอธิบายเหตุผลที่เลือกใช้งานแทรฟฟอร์ดแทน เอแดร์ซอน มือหนึ่งคนเก่า

“เขามีเกมแรกที่ดี เราจึงตัดสินใจให้เขาลงต่อ ผู้รักษาประตูเป็นตำแหน่งพิเศษที่ต้องการความสม่ำเสมอมากกว่าตำแหน่งอื่น”

ขอเอาคืน!’เยอเคเรส’ เผยท่าดีใจสุดแสบไว้ตอบโต้เสียงวิจารณ์

วิคเตอร์ เยอเคเรส กองหน้าทีมชาติสวีเดนของอาร์เซน่อล เปิดใจหลังปลดล็อกประตูแรกในพรีเมียร์ลีก พร้อมฉลองด้วยท่าดีใจเสยผมสุดสะใจ ตอกกลับเสียงวิจารณ์ที่เคยล้อเลียนเขาเรื่องสัมผัสผมมากกว่าสัมผัสบอล

เยอเคเรส ซึ่งเพิ่งย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทัพปืนใหญ่ ในฤดูกาลนี้ ใช้เวลาเพียง 48 นาทีในเกมล่าสุดที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ก่อนจะซัดประตูแรกอย่างเฉียบขาด และมายิงจุดโทษช่วงทดเจ็บปิดกล่องให้ทีมถล่มลีดส์ ยูไนเต็ด 5-0

หลังจบเกม ดาวยิงวัย 27 ปีถูกถามถึงท่าดีใจเสยผมใส่กล้อง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าอาจเป็นการตอบโต้เสียงวิจารณ์จากโลกออนไลน์

“ใช่เลย มันอาจเป็นแบบนั้น” เยอเคเรสกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ก่อนเสริมว่า

“มันมีความกดดันเสมอ แต่ผมรู้ว่าผมจะคว้าโอกาสได้ไม่ช้าก็เร็ว วันนี้เราชนะ 5-0 ซึ่งยอดเยี่ยมจริงๆ”

เยอเคเรสยังเผยว่าเขามีปรีซีซั่นที่สั้น และเพิ่งเริ่มปรับตัวกับจังหวะเกมของทีมได้ดีขึ้น

“ตอนนี้ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นกับการเล่นของเรา และผมคิดว่าคุณก็คงเห็นเช่นกัน”

“ผมถนัดเวลาบอลถูกส่งไปในพื้นที่หลังไลน์ เพื่อวิ่งตัดเข้าด้านใน ผมรู้ว่าผมจะคว้าโอกาสได้เมื่อมีสถานการณ์แบบนั้น”

เติมฝัน!ปืนเปิดตัว ‘เอเซ่’ สวมเบอร์ 10 เรียบร้อย

อาร์เซน่อล ประกาศคว้าตัว เอเบเรชี่ เอเซ่ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 27 ปีจากคริสตัล พาเลซอย่างเป็นทางการ พร้อมมอบเสื้อหมายเลข 10 ให้เจ้าตัวสวมใส่ในฤดูกาลใหม่

ดีลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เกือบปิดดีลได้สำเร็จ แต่ “ปืนใหญ่” ตัดสินใจเดินหน้าเต็มสูบในช่วงกลางสัปดาห์ โดยตกลงค่าตัวรวม 67.5 ล้านปอนด์ (แบ่งเป็น 60 ล้านปอนด์ + 7.5 ล้านปอนด์ในแอดออน)

มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อลกล่าวว่า “เอเบเรชี่เป็นนักเตะที่ทรงพลังและน่าตื่นตา เขาจะเพิ่มมิติใหม่ให้กับเกมรุกของเรา”

“สิ่งที่โดดเด่นไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่คือความทุ่มเทและเส้นทางที่เขาฝ่าฟันมา เรารู้สึกได้ถึงความหมายของการย้ายทีมครั้งนี้ต่อเขาและครอบครัว”

เอเซ่ เคยอยู่ในอคาเดมี่ของอาร์เซน่อลก่อนถูกปล่อยตัวตอนอายุ 13 ปี เขาเดินหน้าต่อในทีมเยาวชนของฟูแล่ม, เรดดิ้ง และมิลวอลล์ ก่อนแจ้งเกิดกับควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์สในปี 2016 และคว้ารางวัลนักเตะแห่งปีในฤดูกาล 2019-20

ในปี 2020 เขาย้ายซบพาเลซและกลายเป็นกำลังหลัก ยิงไป 40 ประตู กับ 28 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 169 นัด พร้อมพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และคอมมิวนิตี้ชิลด์

ขณะที่ที่ในนามทีมชาติอังกฤษ เอเซ่ ติดทีมชุดใหญ่ในปี 2023 และมีส่วนร่วมในศึกยูโร 2024 โดยลงสนามไปแล้ว 11 นัด พร้อมทำประตูในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกกับลัตเวีย