Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘แรชฟอร์ด’ ลั่นขอแอสซิสต์ให้บาร์ซ่าไม่ตํ่ากว่า 30

มาร์คัส แรชฟอร์ด อดีตขวัญใจแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในแคว้นคาตาลัน หลังตั้งเป้าหมายสุดทะเยอทะยานกับบาร์เซโลน่าในฤดูกาลนี้ ด้วยจำนวนแอสซิสต์ที่อาจทำให้แฟนผีแดงต้องกัดฟัน

ดาวยิงทีมชาติอังกฤษวัย 27 ปี ย้ายจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดมาร่วมทัพบาร์ซ่าด้วยสัญญายืมตัว พร้อมออปชั่นซื้อขาดมูลค่า 26 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์หน้า ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะปรับตัวได้อย่างยอดเยี่ยม โดยทำไปแล้ว 2 ประตูและ 5 แอสซิสต์จาก 9 นัดในทุกรายการ

สองประตูของแรชฟอร์ดเกิดขึ้นในเกมเปิดหัวศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยเฉพาะลูกยิงสุดสวยที่ช่วยให้บาร์ซ่าบุกชนะนิวคาสเซิล 2-1 ที่เซนต์เจมส์ พาร์ค กลายเป็นไฮไลต์ที่แฟนบอลพูดถึงกันทั่ว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แรชฟอร์ดให้ความสำคัญมากกว่าการทำประตูคือการสร้างสรรค์เกม โดยมีรายงานจากสื่อดังแดนกระทิงดุอย่าง Mundo Deportivo ระบุว่าเจ้าตัวตั้งเป้าหมายส่วนตัวไว้ที่ 30-40 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงลิบเมื่อเทียบกับสถิติเดิมที่เขาทำไว้กับแมนฯ ยูไนเต็ดเพียง 27 แอสซิสต์ตลอดสามฤดูกาลหลังสุด

“ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย แต่ผมเชื่อว่าด้วยระบบของทีมและเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยม ผมสามารถไปถึงจุดนั้นได้” แรชฟอร์ดกล่าว

บาร์ซ่าสุดเซ็ง ‘ยามาล’ เจ็บขาหนีบซ้ำ พักยาว 2-3 สัปดาห์

บาร์เซโลน่า ยืนยันข่าวร้ายสำหรับแฟนบอลอีกครั้ง เมื่อ ลามีน ยามาล ดาวรุ่งวัย 18 ปี ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บบริเวณขาหนีบเป็นระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ หลังเจ็บซ้ำจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกที่พบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ก่อนหน้านี้ ยามาล เคยมีปัญหาบาดเจ็บบริเวณเดียวกันหลังกลับจากการรับใช้ทีมชาติสเปนเมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้เขาพลาดการลงสนามในเกมสำคัญกับ บาเลนเซีย, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, เกตาเฟ่ และ เรอัล โอเบียโด้

แม้จะกลับมาลงเล่นในฐานะตัวสำรองเกมพบ เรอัล โซเซียดาด และคืนตัวจริงในแมตช์กลางสัปดาห์กับ เปแอสเช แต่เจ้าตัวกลับต้องออกจากสนามด้วยอาการเจ็บซ้ำ ซึ่งสโมสรออกแถลงการณ์ว่า “อาการเจ็บบริเวณขาหนีบของ ลามีน ยามาล กำเริบอีกครั้งหลังจากเกมพบกับ เปแอสเช เขาจะพลาดการลงสนามในเกมพบกับ เซบีญ่า และคาดว่าจะใช้เวลาพัก 2-3 สัปดาห์”

นอกจากจะพลาดเกมลีกสุดสัปดาห์นี้ ยามาล ยังหมดสิทธิ์ร่วมทัพทีมชาติสเปนในชุดล่าสุดที่มีโปรแกรมพบกับ จอร์เจีย และ บัลแกเรีย ในสัปดาห์หน้า

บาร์ซ่าหวังว่ายามาลจะกลับมาฟิตทันเกมพบ กิโรน่า วันที่ 18 ตุลาคม หลังช่วงพักเบรกทีมชาติ และพร้อมสำหรับศึกใหญ่ “เอล กลาซิโก้” กับ เรอัล มาดริด ปลายเดือนนี้

PGMOL รับผิดพลาดแจกใบเหลือง ‘ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์’ สองเกม

เดวิด มอยส์ นายใหญ่ของเอฟเวอร์ตัน เปิดเผยว่าองค์กรผู้ตัดสินอังกฤษ (PGMOL) ได้ยอมรับความผิดพลาดในการแจกใบเหลืองให้ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ในสองเกมล่าสุดกับลิเวอร์พูลและเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งส่งผลให้แข้งรายนี้ติดโทษแบนและจะพลาดเกมสำคัญกับคริสตัล พาเลซในวันอาทิตย์นี้

ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ได้รับใบเหลืองจากผู้ตัดสิน ดาร์เรน อิงแลนด์ ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ เพียงเพราะเล่นฟรีคิกเร็วเกินไป จนแจ๊ค กรีลิช เพื่อนร่วมทีมถึงกับกล่าวว่า “ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนในชีวิต”

ถัดมาในเกมกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผู้ตัดสิน แซม บาร์เรตต์ แจกใบเหลืองอีกครั้งจากจังหวะปะทะกับไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ทั้งที่ภาพช้าแสดงให้เห็นชัดว่าแข้งเอฟเวอร์ตันเล่นโดนบอลก่อน

เอฟเวอร์ตันได้ยื่นเรื่องประท้วงต่อ PGMOL และล่าสุด มอยส์เผยว่าองค์กรผู้ตัดสินได้ยอมรับว่า “ทั้งสองใบเหลืองเป็นการตัดสินที่ผิดพลาด”

“เราได้พูดคุยกับพวกเขา และผมคิดว่าพวกเขายอมรับแล้วว่าทั้งสองใบเหลืองไม่ควรเกิดขึ้น มันเหลือเชื่อจริงๆ ถ้าคุณดูสถิติของเขา ฤดูกาลที่แล้วเขาได้แค่ 6 ใบเหลือง ฤดูกาลก่อนหน้านั้นก็เพียง 5 ใบ ไม่เคยเยอะขนาดนี้เลย”

‘มาเรสก้า’ เปรียบ ‘เอสเตเวา’ เหมือนพาลเมอร์มีพัฒนาการยอดเยี่ยม

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือทีมเชลซี ออกโรงชื่นชม เอสเตเวา วิลเลียน ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปีจากบราซิล โดยเปรียบเทียบพัฒนาการของเจ้าตัวกับ โคล พาลเมอร์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอังกฤษที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

แม้พาลเมอร์จะยังไม่พร้อมลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ ที่เชลซีจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล เนื่องจากยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ มาเรสก้ายังคงหวังว่าดาวเตะวัย 23 ปีจะกลับมาช่วยทีมได้หลังช่วงพักเบรกทีมชาติ

ในขณะที่พาลเมอร์พักรักษาตัว เอสเตเวาเริ่มได้รับโอกาสมากขึ้น แม้เพิ่งย้ายมาจากบราซิลในช่วงซัมเมอร์และยังอยู่ระหว่างปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษ แต่กุนซือชาวอิตาเลียนมองเห็นแววความสามารถที่น่าจับตา

“เอสเตเวาทำให้ผมนึกถึงโคล ตอนที่ผมคุมทีมยู-23 ของแมนฯ ซิตี้ พัฒนาการคล้ายกันมาก เริ่มจากการเล่นริมเส้น ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้ามาตรงกลาง” มาเรสก้ากล่าว

เขายังเน้นถึงความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีก โดยชี้ว่าหากนักเตะต้องการเล่นในตำแหน่งกลางสนาม จำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจังหวะการเล่น

“ตอนนี้โคลมีร่างกายที่แข็งแกร่งและเล่นตรงกลางได้แล้ว และผมเห็นเอสเตเวากำลังอยู่ในเส้นทางเดียวกัน” มาเรสก้าทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ

เรือแถลงขยายสัญญา ‘ซาวินโญ่’ ถึงปี 2031 บวกออปชั่นเพิ่มอีก 1 ปี

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศยืนยันการขยายสัญญาฉบับใหม่กับ ซาวินโญ่ ปีกดาวรุ่งชาวบราซิล ออกไปจนถึงปี 2031 พร้อมเงื่อนไขสามารถขยายเพิ่มได้อีก 1 ปี

ข้อตกลงใหม่นี้เป็นการต่อสัญญาเพิ่มอีก 2 ปีจากฉบับเดิมที่กำลังจะหมดอายุในปี 2029 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสโมสรต่อพัฒนาการและศักยภาพของแข้งวัย 21 ปีรายนี้

ซาวินโญ่ เคยตกเป็นเป้าหมายของ ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวเลือกฝากอนาคตระยะยาวไว้กับถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม

“ผมภูมิใจอย่างมากที่ได้ต่อสัญญาฉบับใหม่นี้กับซิตี้ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ ที่รู้ว่าเป๊ปและสโมสรเชื่อมั่นในตัวผม” ซาวินโญ่ กล่าวผ่านเว็บไซต์สโมสร

“ผมยังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกมาก ผมยังอายุน้อยและกระหายที่จะเรียนรู้ต่อไป แต่ผมก็รู้ว่าการทำงานกับเป๊ปและทีมงานจะช่วยให้ผมพัฒนาฝีเท้าได้”

‘สล็อท’ เปิดใจหงส์เจอความท้าทายใหม่ในฐานะแชมป์เก่า

อาร์เน่ สล็อท นายใหญ่ของลิเวอร์พูล ยอมรับว่าทีมของเขากำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหม่ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะการรับมือกับคู่แข่งที่เปลี่ยนแนวทางมาเน้นเกมรับลึกและสวนกลับอย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษได้ทันทีในฤดูกาลแรก สล็อทเผยว่า ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากการที่หลายทีมยังไม่รู้จักสไตล์การทำทีมของเขา และเลือกเปิดเกมบุกใส่ “หงส์แดง” ซึ่งกลายเป็นช่องทางให้ลิเวอร์พูลใช้จังหวะโต้กลับและเกมรุกที่เฉียบคมสร้างความได้เปรียบ

“ฤดูกาลแรก ทุกคนยังไม่แน่ใจว่าลิเวอร์พูลในยุคของผมจะเป็นอย่างไร หลายทีมเลือกเล่นเกมรุกใส่เรา และเราก็ใช้โอกาสนั้นได้ดี” สล็อทกล่าว

“ตอนนี้เราเจอทีมที่เล่นกับเราแบบไม่เหมือนเดิม พวกเขาไม่เปิดพื้นที่ให้เราโจมตีง่ายๆอีกต่อไป”

แม้จะเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยชัยชนะ 5 นัดรวด แต่ความพ่ายแพ้สองเกมติดภายในเวลาเพียง 4 วัน ทำให้สล็อทยอมรับว่าทีมต้องปรับตัวและหาวิธีใหม่ในการเจาะแนวรับที่ถอยต่ำ

“ฤดูกาลที่แล้ว เราใช้ลูกตั้งเตะเป็นหนึ่งในทางออก แต่ปีนี้ เรายังทำตรงนั้นไม่ได้เลย”

‘มาเรสก้า’ เผย ‘ซานโตส’ เจ็บยาวถึงหลังเบรคทีมชาติ

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือทีมเชลซี ยืนยันข่าวร้ายว่า อันเดรย์ ซานโตส มิดฟิลด์ดาวรุ่งจะต้องพักรักษาตัวจนกว่าจะพ้นช่วงเบรคทีมชาติเดือนตุลาคม หลังมีอาการบาดเจ็บซ้ำก่อนเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทีมเปิดบ้านเฉือนชนะเบนฟิก้า 1-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

ซานโตส เดิมทีถูกวางให้เป็นตัวสแตนด์บายของ มอยเซส ไคเซโด้ ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ หลังจาก ดาริโอ เอสซูโก้ ต้องเข้ารับการผ่าตัดต้นขา แต่ล่าสุดเจ้าตัวกลับมาเจ็บเองจนพลาดการซ้อมและถูกตัดชื่อออกจากเกมยุโรป

“เราสูญเสียอันเดรย์ ซานโตสไป เขาจะกลับมาได้หลังจบโปรแกรมทีมชาติ เรามีผู้เล่นเจ็บ 7-8 คน มันยากที่จะจัดตัวซ้ำเดิม แต่เราต้องปรับตัวให้ได้” มาเรสก้ากล่าวหลังเกม

ในเกมกับเบนฟิก้า ซานโตสถูกจับภาพนั่งข้างสนามร่วมกับ เอสซูโก้, โทซิน อดาราบิโอโย่ และ เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ขณะที่ โคล พาลเมอร์ ก็ไม่ได้มีชื่อในทีมหลังเจ็บโคนขาหนีบ

โฟฟาน่ากำลังพักฟื้นจากอาการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ ส่วนอดาราบิโอโย่มีอาการเจ็บน่องเล็กน้อย โดยทั้งคู่คาดว่าจะกลับมาหลังเบรคทีมชาติ

นอกจากปัญหาอาการบาดเจ็บ เชลซียังต้องเผชิญกับนักเตะติดโทษแบน โดย เทรโวห์ ชาโลบาห์ จะพลาดเกมลีกสุดสัปดาห์นี้กับลิเวอร์พูล หลังโดนใบแดงในเกมพบไบรท์ตัน ขณะที่ เจา เปโดร จะชวดเกมแชมเปี้ยนส์ลีกกับอาแย็กซ์จากใบแดงในนัดล่าสุดเช่นกัน

“บางครั้งการยอมเสียประตูหรือโอกาสไปเลยอาจจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยเรายังเหลือผู้เล่นครบ 11 คนและมีเวลาอีกตั้ง 40 นาทีให้เล่น”

ลือผีเล็งพิจารณาดึง ‘คาร์ริค’ คุมทีม หากปลด ‘อโมริม’

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังพิจารณาแต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตกองกลางของทีม กลับมารับบทกุนซือขัดตาทัพอีกครั้ง หากตัดสินใจปลด รูเบน อโมริม หลังผลงานออกสตาร์ทฤดูกาลไม่เป็นไปตามเป้า

แรงกดดันถาโถมใส่อโมริมอย่างหนัก หลังพาทีมบุกพ่ายเบรนท์ฟอร์ด 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งชนะเชลซี และมีโอกาสสร้างสถิติชนะพรีเมียร์ลีกสองนัดติด แต่กลับพลาดอย่างหมดรูป

แม้อโมริมจะยืนยันว่าไม่กังวลเรื่องตำแหน่ง แต่สถิติแพ้ 17 จาก 33 นัดในลีกที่คุมทีม ทำให้เสียงวิจารณ์ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ

รายงานจาก ซามูเอล ลัคเฮิร์สต์ แห่งเดอะ ซัน ระบุว่าบอร์ดบริหารยังคงหนุนหลังอโมริม แต่ก็เริ่มมองหาทางเลือกสำรอง โดยหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงคือ คาร์ริค ซึ่งเคยรับบทกุนซือชั่วคราวในปี 2021 หลังการปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และพาทีมชนะ 2 เสมอ 1 ก่อนส่งไม้ต่อให้ ราล์ฟ รังนิค

คาร์ริค วัย 44 ปี ปัจจุบันว่างงาน หลังถูกมิดเดิ้ลสโบรห์ปลดเมื่อเดือนมิถุนายน แม้ช่วงแรกจะพาทีมทะยานสู่พื้นที่เพลย์ออฟ แต่สองฤดูกาลหลังกลับพลาดติดท็อปซิกซ์อย่างหวุดหวิด

อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ดยังมีตัวเลือกอื่นอีกหลายราย อาทิ แกเร็ธ เซาธ์เกต, อันโดนี่ อิราโอล่า, โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ และ ชาบี้ เอร์นานเดซ ที่ตกเป็นข่าวพัวพันเช่นกัน

ลองใช้!เผยผีเปิดประตูกลับสู่ทีมชุดใหญ่ให้ ‘มาลาเซีย’

มีการรายงานออกมาว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจเปิดทางให้ ไทเรลล์ มาลาเซีย แบ็กซ้ายชาวดัตช์วัย 26 ปี กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่อีกครั้ง หลังจากต้องแยกซ้อมและห่างหายจากทีมไปนานกว่า 18 เดือน

ก่อนหน้านี้ มาลาเซียถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักเตะที่สโมสรไฟเขียวให้ย้ายออกในช่วงซัมเมอร์ ร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช่, แอนโทนี่ และ อเลฮันโดร การ์นาโช่ โดยทั้งหมดไม่ได้ร่วมทัวร์ปรีซีซั่นและต้องแยกซ้อมจากทีมหลัก

แม้เพื่อนร่วมกลุ่มจะทยอยย้ายออก แรชฟอร์ดและซานโช่ถูกปล่อยยืมตัวไป บาร์เซโลน่า และ แอสตัน วิลล่า ตามลำดับ ขณะที่ แอนโทนี่ ย้ายถาวรไป เรอัล เบติส และ การ์นาโช่ ถูกขายให้ เชลซีแต่ดีลของมาลาเซียกลับล่มลงในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย โดยการเจรจายืมตัวกับ เอลเช่ ไม่สำเร็จ และข่าวลือเรื่องการย้ายไปตุรกีก็เงียบหาย

ผลคือ มาลาเซียต้องซ้อมคนเดียวระหว่างรอความชัดเจน ก่อนจะถูกส่งไปเล่นกับทีมชุด U21 เพื่อรักษาสภาพร่างกายและความฟิต

ล่าสุด รูเบน อโมริม กุนซือปีศาจแดง ยืนยันตามคำพูดในช่วงซัมเมอร์ว่า หากนักเตะคนใดไม่ได้ย้ายออก ก็จะได้รับโอกาสกลับสู่ทีม และมาลาเซียก็ได้รับโอกาสนั้นแล้ว

เจ้าตัวเคยลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด 39 นัดในฤดูกาล 2022-23 ก่อนจะเจ็บยาวและเข้ารับการผ่าตัดถึงสองครั้ง ส่งผลให้ต้องพักฟื้นนานถึง 18 เดือน ฤดูกาลที่ผ่านมาเขาลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เพียง 8 นัด ก่อนถูกปล่อยยืมไป พีเอสวี และได้ลงสนามอีก 12 นัด

‘กรีซมันน์’ สร้างประวัติศาสตร์คนแรกยิงครบ 200 ประตูให้ตราหมี

อ็องตวน กรีซมันน์ แนวรุกจอมเทคนิค กลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ของ แอตเลติโก้ มาดริด ที่ยิงถึง 200 ประตู หลังจากซัดประตูช่วยทีมเปิดบ้านถล่ม ไอน์ทรัคท์ แฟรงเฟิร์ต 5-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ดาวเตะชาวฝรั่งเศสวัย 34 ปี ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมนี้ และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการจบสกอร์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก จากจังหวะที่ได้รับบอลจาก ฮูเลียน อัลวาเรซ ช่วยให้ทีมทิ้งห่าง 3-0 ก่อนคว้าชัยชนะอย่างขาดลอย

ก่อนหน้านี้ กรีซมันน์ ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร โดยแซงหน้าตำนานอย่าง หลุยส์ อาราโกเนส ที่ทำไว้ 159 ประตู และล่าสุดการยิงครบ 200 ประตูจาก 454 นัดในทุกรายการ ถือเป็นการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของเขาในสีเสื้อตราหมี

“ผมมีความสุขและภูมิใจมากที่ได้ทำสถิตินี้ มันไม่ใช่ผลงานที่ง่ายเลย” กรีซมันน์ กล่าว

“ทีมกำลังอยู่ในช่วงที่มีโมเมนตัมที่ดี และเราต้องรักษาเส้นทางนี้ต่อไป”

กรีซมันน์ รับใช้ แอตเลติโก้ มาดริด เป็นฤดูกาลที่ 10 โดยเริ่มต้นคำรบแรกตั้งแต่ปี 2014-2019 ก่อนย้ายไป บาร์เซโลน่า 2 ฤดูกาล และหวนคืนสู่ทีมในปี 2021 จนถึงปัจจุบัน

ด้าน ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือของทีม กล่าวชื่นชมลูกทีมคนเก่งว่า “ผมขอบคุณในสิ่งที่ อองตวน ทำให้ทีมอยู่แล้ว โดยไม่ต้องพูดถึง 200 ประตูของเขา ผมยังจำตอนที่เขาย้ายมาในฐานะปีกตัวเล็กที่เล่นฝั่งซ้าย ผมสนับสนุนให้เขาใช้จุดแข็งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว, ลูกโหม่ง, เท้าซ้าย และจังหวะดวลตัวต่อตัว”

“เราเริ่มปรับให้ กรีซมันน์ เล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ และกองหน้าตัวเป้า ซึ่งทำให้เขาได้ปลดปล่อยศักยภาพ และกลายเป็นแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส”

เพิ่มตัวเลือก!เรือแฮปปี้ ‘แชร์กี้’ คัมแบ็คซ้อมก่อนบุกโมนาโก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้รับข่าวดีเมื่อ รายาน แชร์กี้ ดาวรุ่งวัย 22 ปี กลับมาลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่อีกครั้ง หลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บต้นขาที่ทำให้เขาต้องพักไปนานกว่าเดือน

แชร์กี้ลงเล่นไปเพียง 71 นาทีในฤดูกาลนี้และยิงได้ 1 ประตู ก่อนจะได้รับบาดเจ็บช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยเดิมทีคาดว่าเขาจะต้องพักราว 2 เดือน แต่ผลการตรวจล่าสุดในสัปดาห์นี้ยืนยันว่าอาการของเขาหายดีแล้ว

แม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมในเกมที่ทีมเปิดบ้านถล่มเบิร์นลี่ย์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวกลับมาซ้อมเต็มรูปแบบตั้งแต่วันอาทิตย์ และมีลุ้นคืนสนามในเกมพบเบรนท์ฟอร์ดสุดสัปดาห์นี้

อีกหนึ่งข่าวดีสำหรับ เรือใบสีฟ้า คือการกลับมาซ้อมของ โรดรี้ กองกลางทีมชาติสเปน ที่พลาดเกมกับเบิร์นลี่ย์จากอาการปวดหัวเข่า ซึ่งเป็นหัวเข่าข้างเดียวกับที่เคยเจ็บหนักเมื่อปีที่แล้ว

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เผยว่า โรดรี้ลงซ้อมกับทีมในเช้าวันอังคาร ก่อนที่ทีมจะออกเดินทางไปเยือนโมนาโกในเกมกลางสัปดาห์ แม้ยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะมีชื่อในทีมชุดเยือนหรือไม่ แต่การกลับมาซ้อมถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับทีมในช่วงโปรแกรมชุก

‘สล็อท’ ไม่โทษ ‘ดอม’ แม้ทำเสียจุดโทษชี้กาลาฯ เล่นฉลาด

อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูล ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อกาลาตาซาราย 0-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา เกิดจากความเฉียบขาดและชาญฉลาดของทีมเจ้าบ้าน พร้อมปกป้อง โดโมนิค โซบอสซ์ไล ที่ทำเสียจุดโทษตั้งแต่ต้นเกม

เกมที่อิสตันบูล โซบอสซ์ไลถูกจับลงเล่นแบ็คขวา ก่อนจะสบัดแขนใส่หน้า บาริส ยิลมาซ ในนาทีที่ 18 จนเสียจุดโทษให้ วิคเตอร์ โอซิมเฮน สังหารไม่พลาด กลายเป็นประตูเดียวของเกม

“ในสถานการณ์แบบนี้ บางครั้งเราโดนคู่แข่งเอาชนะด้วยความฉลาด และผมไม่สามารถโทษโดมินิคได้” สล็อทกล่าวหลังเกม

“คู่แข่งทำให้จังหวะจุดโทษ 20 เปอร์เซนต์ กลายเป็น 100 เปอร์เซนต์ พวกเขาฉลาดมาก”

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ หงส์แดง แพ้สองเกมติดในทุกรายการ และยังมีเพียง 3 คะแนนในรอบลีกเฟสของบอลยุโรป

“เป็นเกมที่น่าผิดหวังอีกครั้ง วันนี้ฟอร์มเราต่างไปจากเกมกับพาเลซ ทั้งจังหวะมีบอลและไม่มีบอล”

“ครึ่งแรกเราเล่นได้ค่อนข้างดี และมีโอกาสสำคัญสำหรับยิงนำ 1-0 แต่ครึ่งหลังผมเห็นสิ่งต่างๆ น้อยลง”

“กองหน้าคู่แข่งลงไปอยู่บนพื้น 4-5 ครั้ง มันเป็นเรื่องยากที่จะสร้างโมเมนตัม เราไม่ได้อยู่ไกลจากระดับตัวเอง แต่นี่คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเจอตารางแข่งแบบนี้”

“เป็นเกมที่สองติดต่อกันที่รายละเอียดเล็กน้อยไม่เข้าทางเรา กาลาตาซารายไม่ใช่คู่แข่งที่ง่าย และต่อไปเราต้องเยือนเชลซี ซึ่งจะเป็นเกมยากอีกเกม”