Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘อโมริม’ เชื่อชัยชนะเหนือหงส์เป็นก้าวสำคัญยันไม่หลงดีใจเกินเหตุ

รูเบน อโมริม นายใหญ่ของทัพแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า ชัยชนะเหนือคู่ปรับตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูล 2-1 คือก้าวสำคัญของทีม แต่ไม่ใช่เหตุผลให้หลงระเริง พร้อมเน้นย้ำว่าทีมต้องโฟกัสเต็มที่กับเกมถัดไปที่ต้องบุกเยือนไบรท์ตัน

“ชัยชนะนี้น่าจะเป็นก้าวสำคัญของเรา มันพิสูจน์ว่าทีมกำลังเดินหน้าถูกทาง แต่จำไว้เลยนะ มันไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก”อโมริมกล่าว

“มันมีค่าก็แค่วันนี้ แต่พรุ่งนี้มันก็จะไม่สำคัญแล้ว มันคือ 3 แต้มเท่านั้นเอง แต่เป็นชัยชนะที่ดีมาก เราทำเหมือนเกมก่อนๆ คือพยายามเล่นตามแผน เรามีโชคอยู่บ้างในจังหวะสำคัญ แต่ที่สำคัญคือเราสู้ทุกจังหวะ”

“บางวันคุณครองบอลมากกว่า บางวันแทบไม่ได้ครองเลย แต่ถ้าทีมมีสปิริต คุณสามารถชนะได้ทุกเกม”

อโมริมยังชี้ถึงจุดเปลี่ยนของเกมว่า การได้ประตูขึ้นนำก่อนและจังหวะเซฟสำคัญจากผู้รักษาประตู รวมถึงลูกยิงชนเสา คือโมเมนต์ที่ทำให้นักเตะเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถคว้าชัยได้จริง

เมื่อถูกถามถึงเสียงวิจารณ์เรื่องการส่ง แฮร์รี แมคไกวร์ และ มาเธอุส คุนญ่า ลงสนาม อโมริมตอบอย่างมั่นใจว่าเป็นการตัดสินใจที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว

“ผมคาดไว้แล้วว่าจะมีเสียงวิจารณ์ เรารู้ว่าลูกตั้งเตะสำคัญแค่ไหน และประสบการณ์ของผู้เล่นบางคนก็สำคัญมาก แฮร์รีช่วยสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมได้ดี ส่วนคุนญ่าก็รับมือกับคู่แข่งที่ชอบการปะทะอย่างโกนาเต้และฟาน ไดจ์คได้ยอดเยี่ยม”

‘แม็คไกวร์’ แฮปปี้โหม่งประตูชัยพาผีบุกดับหงส์ 2-1

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังร่างยักษ์ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระเบิดความสุขเต็มขั้น หลังโหม่งประตูชัยนาทีที่ 84 พาแมนฯ ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 2-1 ถึงถิ่นแอนฟิลด์ ส่งผลให้ทีมคว้าชัยในพรีเมียร์ลีกติดต่อกันเป็นนัดแรกในยุคกุนซือรูเบน อโมริม และเป็นชัยชนะครั้งแรกที่แอนฟิลด์ในรอบ 9 ปีเต็ม!

“มันมีความหมายมากจริงๆ พวกเขา (ลิเวอร์พูล) เหนือกว่าเราในช่วงหลายปีหลัง และมันไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับสโมสรของเรา เราไม่ได้มอบวันที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ให้แฟนๆ มานานแล้ว ดังนั้นการกลับมาที่นี่แล้วเก็บ 3 แต้มได้ มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”

“มันไม่ใช่แค่ 3 แต้มธรรมดา สำหรับผมแล้วมันมีความหมายมาก ผมมาเล่นที่นี่มา 7 ปีแล้ว แต่ไม่เคยได้ 3 แต้มกลับออกไปเลย มันเป็นเกมเพื่อแฟนๆ และผมหวังว่าพวกเขาจะมีคืนที่ยอดเยี่ยมในค่ำคืนนี้”

“การได้ชนะลิเวอร์พูลมันรู้สึกดีมาก ฟุตบอลคือเรื่องของความทรงจำ และการสร้างช่วงเวลาพิเศษ ผมมั่นใจว่าแฟน ๆ ทุกคนจะกลับบ้านพร้อมรอยยิ้ม และเราก็มีความสุขเช่นกัน”

ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงยกระดับขวัญกำลังใจ แต่ยังช่วยให้แมนฯ ยูไนเต็ด กระโดดขึ้นอันดับ 6 ของตาราง พรีเมียร์ลีกทันที ขณะที่ลิเวอร์พูล ร่วงลงมาอยู่อันดับ 2 ตามหลังอาร์เซนอล 2 แต้ม อโมริม กุนซือเลือดฝอย กอดคอแม็คไกวร์ เผยสั้นๆ ว่า “นี่คือจุดเริ่มต้นใหม่ของเรา!”

ไม่เคยสงสัย!’บรูโน่’ ย้ำเชื่อมั่นในระบบ ‘อโมริม’

บรูโน่ เฟอร์นันเดส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันหนักแน่นว่า ทีมยังคงเชื่อมั่นในระบบการเล่นของ รูเบน อโมริม เต็มร้อยมาตั้งแต่แรก หลังจากต่อยอดฟอร์มร้อนแรงด้วยชัยชนะสุดสุดระทึก 2-1 เหนือ ลิเวอร์พูล ถึงถิ่นแอนฟิลด์ ส่งผลให้เก็บ 3 แต้มติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในยุคกุนซือโปรตุกีสวัย 39 ปี

มันเป็นเรื่องดีเสมอเวลาเราชนะ โดยเฉพาะเกมที่มีความหมายมากแบบนี้” บรูโน่กล่าวหลังจบเกม

“สามแต้มในวันนี้สำคัญมากจริงๆ ทั้งสำหรับสโมสร แฟนบอล และตัวพวกเราเอง”

“ทุกคนรู้ดีว่าเกมแบบนี้สำคัญแค่ไหนกับแฟนๆ และกับสโมสร การที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ชนะที่แอนฟิลด์มานาน วันนี้เราทำได้สำเร็จ ถือว่าเป็นวันที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

“เรารู้ว่าเราต้องชนะในการดวลทุกจังหวะ โดยเฉพาะในช่วง 10-15 นาทีแรกที่พวกเขาจะเริ่มเกมอย่างดุดัน เราต้องการชะลอเกมของพวกเขา เพื่อเปิดพื้นที่ตรงกลาง และเราทำได้ดีในช่วงนั้น”

“มันไม่ยุติธรรมที่จะพูดถึงระบบเฉพาะตอนที่เราแพ้ หรือแม้แต่ตอนที่เราชนะ เพราะพวกเรามีความเชื่อในระบบนี้เสมอ ไม่ว่าจะผลออกมาแบบไหนก็ตาม”

ไม่มีข้อแก้ตัว!’สล็อท’ รับหงส์พ่ายเพราะตัวเอง

อาร์เน่ สล็อท กุนซือทีมลิเวอร์พูล ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ความพ่ายแพ้คาบ้านต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เป็นผลจากความผิดพลาดของทีมตัวเอง โดยไม่ขอโยนความรับผิดชอบให้ใครอื่น

“มันยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อคุณโดนนำตั้งแต่ 1-0 หลังจากเริ่มเกมเพียงหนึ่งหรือสองนาที” สล็อทเปิดใจหลังเกม พร้อมย้ำว่าแม้จะเจอกับทีมที่เน้นตั้งรับลึกและเล่นบอลยาว แต่ลิเวอร์พูลก็ยังสร้างโอกาสได้มากมาย

“หากคุณบอกผมว่าเราจะเจอกับทีมที่ตั้งรับลึกและเล่นบอลยาวเยอะขนาดนี้ แต่เรายังสามารถสร้างโอกาสได้มากมาย ผมคงคิดว่าเราจะไม่แพ้เกมนี้ แต่เราก็แพ้ เพราะเราพลาดโอกาสยิงประตูมากเกินไป”

“โอกาสไม่กี่ครั้งที่เราเสียให้คู่แข่ง กลับนำไปสู่ 2 ประตู และอีกครั้งที่ลูกตั้งเตะเป็นหนึ่งในสาเหตุของการแพ้เกมนี้”

“ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องผู้ตัดสิน เรามีโอกาสของเราเองมากพอที่ควรจะทำได้ดีกว่านี้ เราต้องยิงให้มากกว่านี้ หากคุณเสมอ 1-1 แล้วเกมยังเปิดอยู่ คุณต้องป้องกันลูกตั้งเตะให้ดีกว่านี้ นี่แหละคือสิ่งที่เราควรโฟกัส”

“ถ้าคุณแพ้เกมฟุตบอล โดยเฉพาะหลังจากแพ้มาหลายเกม ผมคงไม่ควรอ้างอะไร ไม่มีข้อแก้ตัว เรามีโอกาสมากพอที่จะยิงได้หลายลูก”

คมเกิน!’มอยส์’ เผยติดตลกแอบอยากให้ ‘ฮาลันด์’ ย้ายไปที่อื่น

เดวิด มอยส์ กุนซือเอฟเวอร์ตัน เปิดใจหลังพาทีมบุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 โดยยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าอยากให้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ย้ายไปอยู่ที่อื่น หลังหัวหอกจอมพลังชาวนอร์เวย์เหมาคนเดียวสองประตูในครึ่งหลัง

เกมที่เอติฮัด สเตเดี้ยม “ท๊อฟฟี่” ต้านทานได้ดีในครึ่งแรก ก่อนจะมาเสียท่าให้กับฮาลันด์ นาทีที่ 58 และ 63 ซึ่งส่งให้เจ้าตัวนำโด่งในตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก

“ผมบอกเขาว่า อยากให้เขาย้ายไปที่อื่น พูดตามตรง ผู้จัดการทีมส่วนใหญ่ก็คงคิดเหมือนกัน”มอยส์กล่าว

“ผมคิดว่าเราทำได้ดีในการรับมือเขา แล้วก็สงสัยว่าเราคิดแบบนั้นได้ยังไง เพราะเขาเพิ่งยิงใส่เราไปสองลูก”

“ฮาลันด์มีบางอย่างที่คนอื่นไม่มี โดยเฉพาะในจังหวะดวลตัวต่อตัว มันดูเหมือนไม่มีใครหยุดเขาได้เลย”

ฝั่งเอฟเวอร์ตันเองก็มีโอกาสทำประตู โดยเฉพาะจังหวะของ เบโต้ ที่ยิงไม่เข้า “ผมคิดว่าเขาควรยิงจังหวะนั้นให้ได้ แม้ผู้ตัดสินจะจับล้ำหน้า แต่ถ้ายิงเข้า VAR อาจเปลี่ยนคำตัดสินก็ได้”

“เรามีโอกาสอีกครั้งหนึ่ง และห่างแค่ช่วงเท้าเดียวจากการทำประตู เมื่อเจอทีมอย่างซิตี้ คุณต้องใช้โอกาสให้คุ้ม”

“โดยรวมเราทำได้ดีหลายอย่าง ผมไม่ผิดหวังในตัวลูกทีม แม้ผลจะน่าผิดหวัง แต่การมาเยือนซิตี้ไม่เคยง่ายอยู่แล้ว”

‘เมสซี่’ ระเบิดฟอร์มคว้าดาวซัลโว MLS สมัยแรก

ลิโอเนล เมสซี่ สร้างประวัติศาสตร์ในเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ (MLS) ด้วยการก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดครั้งแรกในอาชีพ หลังจากโชว์ฟอร์มดุเดือดด้วยแฮตทริกในเกมสุดท้ายของฤดูกาลปกติ ที่ “เฮิร์ริเคนส์” อินเตอร์ ไมอามี ไล่ถล่ม แนชวิลล์ เอสซี 5-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นัดชิงบัลลังก์ฤดูกาลนี้ไม่เพียงปิดฉากการลุ้นอันดับสำหรับทั้งคู่ โดยอินเตอร์ ไมอามี ผงาดอันดับ 3 สายตะวันออก ขณะที่แนชวิลล์ คว้าที่ 6 แต่ยังเป็นเวทีที่เมสซี่ประกาศศักดาแบบเต็มสูบ! ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์วัย 38 ปี ยิงกระจาย 3 ประตูในนัดเดียว ช่วยให้ทีมคว้าชัยเหนือคู่แข่งอย่างงดงาม

เมสซี่ จบฤดูกาลด้วยสถิติสุดอลังการ 29 ประตู และแอสซิสต์อีก 19 ครั้ง รวมมีส่วนร่วมถึง 48 ประตู! ตัวเลขนี้ไล่ตามรอยตำนาน คาร์ลอส เวลา จาก แอลเอ กัลแอ็กซี่ (LAFC) ในปี 2019 เพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น นับเป็นการแจ้งเกิดใน MLS แบบเต็มตัวสำหรับเจ้าของบัลลงดอร์ 8 สมัย

ที่สำคัญ นี่คือสมัยแรกที่เมสซี่ครอบครอง “รองเท้าทองคำ” ของลีก โดยทิ้งห่าง เซอร์ริดจ์ และ เดนิส บูอังกา จาก LAFC ที่ยิงได้คนละ 24 ประตู กลายเป็นคู่แย่งรองที่ใกล้เคียงที่สุด!

หลังเกม ฮาเวียร์ มาเคราโน่ หัวหน้าโค้ชอินเตอร์ ไมอามี ไม่ขาดคำชื่นชมในบทสัมภาษณ์กับ ESPN “เอาล่ะ ผมจะพูดอะไรเกี่ยวกับลีโอได้ล่ะ? ความจริงก็คือ วันนี้เขาเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก เหมือนเช่นเคย! แน่นอนว่าถ้าใครยังสงสัยฟอร์มฤดูกาลของเขา ความจริงคือเขาเคลียร์ทุกข้อสงสัยหมดแล้ว พวกเขาคงมอบรางวัล MVP ให้เขาอย่างแน่นอน สำหรับทุกสิ่งที่เขาแสดงให้เห็น”

“พูดถึงแฮตทริกสามประตูที่เขาทำได้ ก็ดีใจกับเขานะ เพราะเขาช่วยให้เราชนะเกมได้อีกครั้ง”

‘อโมริม’ ยันชัด ‘บรูโน่’ ยังเป็นมือยิงจุดโทษเบอร์ 1

รูเบน อโมริม กุนซือทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันหนักแน่นว่า บรูโน่ แฟร์นานเดส ยังคงเป็นมือหนึ่งในการยิงจุดโทษของทีม แม้ฤดูกาลนี้จะพลาดไปถึงสองครั้งจากสามโอกาสที่ได้รับ

บรูโน่ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่ไว้ใจได้มากที่สุดในการยิงจุดโทษของ “ปีศาจแดง” กลับต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์หลังพลาดในเกมเสมอกับฟูแล่ม และเกมพ่ายเบรนท์ฟอร์ด อย่างไรก็ตาม อโมริมยังคงเชื่อมั่นในกัปตันทีมรายนี้อย่างเต็มที่

“ผมรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา” อโมริมกล่าวพร้อมหัวเราะ

“เขายิงจุดโทษมาเกือบ 70 ครั้ง และพลาดไปแค่ประมาณ 9 ครั้ง 2 ครั้งในนั้นเกิดตอนผมคุมทีม! ผมก็หงุดหงิดเหมือนกันนะ”

แม้จะมีตัวเลือกอื่นในทีมอย่าง ไบรอัน เอ็มเบอโม่, มาเธอุส คุนญ่า และ เบนยามิน เชชโก้ ที่สามารถรับหน้าที่ยิงจุดโทษได้เช่นกัน แต่กุนซือชาวโปรตุกีสก็ยังยืนยันว่า “ใช่ เขายังเป็นมือหนึ่ง”

“เขายังมั่นใจมาก และจะพร้อมแน่นอน ถ้าจำเป็นเราก็มีคนอื่นที่สามารถรับหน้าที่ยิงได้”

“สมัยนี้มีสิ่งรบกวนสมาธิเยอะ เด็กรุ่นใหม่บางคนแทบไม่ดูฟุตบอลเลย แต่บรูโน่ไม่ใช่แบบนั้น เขาดูเกมตลอด ดูเพื่อนร่วมทีม ดูทุกแมตช์ที่มีถ่ายทอดสด”

“แต่ก็ใช่ว่าทุกคนต้องเหมือนกัน บางคนอาจไม่ดูเลยแต่เล่นได้ดี ก็ไม่เป็นไร”

‘อาร์เตต้า’ ชมแข้งปืนเติบโตขึ้นหลังบุกเฉือนเจ้าสัว 1-0

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซนอล กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นและวุฒิภาวะของลูกทีม หลังบุกเฉือนเอาชนะฟูแล่ม 1-0 ถึงถิ่นคราเวน ค็อตเทจ พร้อมกลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

แม้ “เดอะ กันเนอร์ส” จะไม่ได้โชว์ฟอร์มที่ไหลลื่นนักในเกมนี้ แต่พวกเขาก็ยังสามารถคว้า 3 คะแนนสำคัญได้จากประตูชัยของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งมาจากจังหวะลูกตั้งเตะที่ซ้อมกันมาอย่างดี

“นี่คือการเติบโตที่ชัดเจนของเรา! เมื่อสกอร์ยังเสมอ 0-0 และเวลาผ่านไปนานๆ มันยิ่งยาก แต่ลูกทีมแสดงให้เห็นแล้วว่าเราแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน”กุนซือสแปนิชกล่าว

“เราพยายามโจมตีหลากหลายรูปแบบตลอด และสุดท้ายลูกตั้งเตะก็ตัดสินเกม ชัยชนะวันนี้สมควรเป็นของเรา 100% โดยเฉพาะเกมรับที่แน่นหนา ไม่เสียแม้แต่ลูกยิงตรงกรอบเลย”

“10-15 นาทีแรก เรามีจังหวะเสียบอลและโดนสวนกลับบ้าง แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง เราแก้ไขได้ทันและควบคุมเกมได้ทั้งนัด”

“เราต้องไม่หยุด! เกมใหญ่อีกนัดรออยู่วันอังคาร ต้องเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อลุ้นแชมป์”

‘มาเรสก้า’ ไม่หวั่นใบแดง 5 จาก 6 นัด ยันแก้ไขได้

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือเชลซี ยืนยันไม่วิตกแม้ทีมโดนใบแดงถึง 5 จาก 6 นัดหลังสุด โดยล่าสุด มาโล่ กุสโต้ โดนไล่ออกช่วงท้ายเกมที่ “สิงห์บลูส์” บุกถล่ม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันเสาร์

แม้สกอร์ขาดลอย นาทีที่ 87 กุสโต้ยังเข้าบอลหนักใส่คู่แข่งจนโดนใบเหลืองที่สองจากผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ กลายเป็นใบแดงอีกใบในบัญชีเชลซี ต่อจาก โรเบิร์ต ซานเชซ, เทรโวห์ ชาโลบาห์, เจา เปโดร และตัวมาเรสก้าเองที่เคยโดนมาแล้ว

หลังเกมที่ซิตี้ กราวนด์ มาเรสก้าให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจ แม้เจ้าตัวติดโทษแบนไม่ได้คุมข้างสนาม

“มันเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีขึ้นแน่ แต่ผมไม่กังวล เพราะผมชอบวิเคราะห์” โค้ชชาวอิตาลีกล่าว

“ใช่เลย มันคือใบแดงที่หลีกเลี่ยงได้ แต่สิ่งสำคัญคือความกระหายของผู้เล่น”

“เขาไม่อยากปล่อยให้คู่แข่งได้จังหวะเลย นั่นคือความมุ่งมั่นที่ผมต้องการจากลูกทีม”

เกมนี้เชลซีเริ่มต้นครึ่งแรกแบบฝืดสนิท ก่อนมาเรสก้าจะปรับแท็คติกช่วงพักครึ่ง เปลี่ยนสามคนรวด ส่ง จอช อาเชียมปง, เปโดร เนโต้ และ รีส เจมส์ ลงมาเปลี่ยนเกม จนช่วยกันยิงคนละลูกในครึ่งหลัง

“บางครั้งผมผิดพลาด บางครั้งผมทำถูก แต่วันนี้มันคือการถนอมผู้เล่น”

“เราเตรียมให้ ลาเวีย เล่นแค่ 45 นาที และคาดว่าฟอเรสต์จะใช้แผนหลัง 4 แต่พวกเขาเล่นหลัง 5 เราจึงต้องปรับ”

“เราขึ้นเกมแบบเหยาะแหยะ และเสียบอลง่ายเกินไป ครึ่งหลังเราปรับแท็คติก และเล่นได้ดีขึ้นมาก”

เจ้าป่าไม่ทนประกาศแยกทาง ‘แอนจ์’ หลังคุมทีมแค่ 39 วัน

“เจ้าป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ประกาศปลด แอนจ์ ปอสเตโคกลู ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการทันที หลังจบเกมพรีเมียร์ลีกที่พ่าย เชลซี 0-3 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายหลังความพ่ายแพ้ต่อ “สิงห์บลูส์” ต่อหน้า เอวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของสโมสร ที่เดินออกจากอัฒจันทร์ตั้งแต่นาทีที่ 63 ของเกม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

ปอสเตโคกลู เข้ารับตำแหน่งต่อจาก นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ด้วยความหวังว่าจะพาทีมกลับสู่เส้นทางที่ดี แต่กลับไม่สามารถพาทีมคว้าชัยชนะได้เลยตลอด 7 นัดแรก ก่อนจะมาพ่ายยับต่อเชลซีในเกมล่าสุด

“ให้หลังจากผลงานและฟอร์มอันน่าผิดหวังอย่างต่อเนื่อง สโมสร น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ขอยืนยันว่า แอนจ์ ปอสเตโคกลู ถูกปลดออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชโดยมีผลทันที”แถลงการณ์ของสโมสรระบุ

กุนซือชาวออสเตรเลียวัย 59 ปี คุมทีมเพียง 39 วัน พาทีมลงสนาม 8 นัด ชนะ 0 เสมอ 2 แพ้ 6 รวมถึงความพ่ายแพ้สุดเจ็บปวดต่อ สวอนซี ซิตี้ ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของศึกคาราบาว คัพ

สำหรับสองเกมที่ฟอเรสต์เก็บผลเสมอได้ในยุคของปอสเตโคกลู คือการบุกเยือน เบิร์นลี่ย์ ในพรีเมียร์ลีก และการเสมอกับ เรอัล เบติส ในศึกยูโรป้าลีก

‘อาร์เตต้า’ ชี้ ‘โอเดการ์ด’ อาจพักยาวถึงเบรกทีมชาติเดือนหน้า

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซน่อล เปิดเผยว่า มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมคนเก่ง อาจต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บยาวจนถึงช่วงพักเบรกทีมชาติในเดือนหน้า

มิดฟิลด์วัย 26 ปี ได้รับบาดเจ็บและต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 30 ของเกมพรีเมียร์ลีกที่ “ปืนใหญ่” บุกเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-0 ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติที่ผ่านมา โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าเจ้าตัวอาจต้องพักรักษาตัวราว 6 สัปดาห์

“เขาจะต้องพักอีกหลายสัปดาห์ เรายังไม่สามารถระบุวันที่แน่ชัดสำหรับการกลับมาลงสนามได้ในตอนนี้”อาร์เตต้ากล่าว

“อย่างไรก็ตาม เขากำลังฟื้นตัวได้ดี สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานั้นถือว่าโชคร้ายมากจริงๆ”

“ผมคิดว่าเขาน่าจะกลับมาได้ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจตรงกับช่วงพักเบรกทีมชาติ แต่เรายังต้องประเมินพัฒนาการของเขาอย่างใกล้ชิด รวมถึงดูว่าเข่าของเขาตอบสนองอย่างไร มันยังเร็วเกินไปที่จะให้คำตอบที่แน่ชัด”

‘เป๊ป’ เปิดทาง พร้อมดึง ‘กรีลิช’ คืนถิ่นเรือใบ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า แจ็ค กรีลิช อาจได้กลับมาสวมเสื้อเรือใบสีฟ้า อีกครั้งในอนาคต หลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงกับเอฟเวอร์ตันในฤดูกาลนี้

กรีลิช วัย 30 ปี ย้ายไปเล่นให้ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมแมนฯ ซิตี้ได้ แต่กลับกลายเป็นกำลังหลักของเอฟเวอร์ตันทันที ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและมีอิทธิพลต่อเกมอย่างเห็นได้ชัด

แม้สุดสัปดาห์นี้เจ้าตัวจะไม่ได้ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกที่เอฟเวอร์ตันต้องพบกับแมนฯ ซิตี้ เนื่องจากเป็นการเจอกับต้นสังกัดแม่ แต่ผลงานของเขาก็ไปเข้าตาเป๊ปอย่างจัง

“เขายังมีสัญญากับเราต่ออีกหนึ่งปีนะ” เป๊ปกล่าว

“สิ่งสำคัญคือเขากลับมาแล้ว และมีอิทธิพลมากในการเล่นให้เอฟเวอร์ตัน หลังจากที่ผ่านเรื่องราวต่างๆ มา”

“บางที แมนฯ ซิตี้ อาจอยากได้เขากลับมาก็ได้ แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้ อะไรก็เกิดขึ้นได้อีกเยอะ เราคงต้องรอดูกัน”

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาได้กลับมาลงเล่นอีกครั้ง ได้ลงสนามเยอะ นี่แหละคือมาตรฐานของเขา ผมดีใจจริงๆ ที่เห็นเขากลับมาและพยายามอย่างเต็มที่อีกครั้ง”