Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘มาเรสก้า’ สุดเซ็งสิงห์โดนยิงช่วงทดเจ็บทำพ่ายแมวดำคาบ้าน

เอ็นโซ่ มาเรสก้า นายใหญ่ของเชลซี ออกมายอมรับว่าทีมของเขาเล่นได้ไม่ดีพอ หลังจากที่พ่ายแพ้ต่อซันเดอร์แลนด์ 2-1 คาบ้านที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเสียประตูชี้ขาดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากจังหวะที่ควรรับมือได้ง่าย

เกมนี้เชลซีออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรงเมื่อ อเลฮันโดร การ์นาโช่ ซัดประตูแรกในสีเสื้อ “สิงห์บลูส์” ตั้งแต่นาทีที่ 4 ขึ้นนำ 1-0 แต่ซันเดอร์แลนด์ หรือ “แมวดำ” มาตีเสมอได้ในช่วงกลางครึ่งแรก และเกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ในนาทีที่ 90+3 เชมส์ดีน ตัลบี้ มาซัดประตูชัยให้ทีมเยือนจากแชมเปี้ยนชิพคว้าสามแต้มกลับบ้านอย่างสุดดราม่า

“เมื่อคุณแพ้แบบนี้ มันไม่ใช่แค่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นทั้งทีมที่เล่นได้ไม่ดีพอ” มาเรสก้ากล่าว

“เราเริ่มต้นได้ดีในจังหวะครองบอล แต่หลังจากนั้นเราไม่สามารถเก็บบอลจังหวะสองได้เลย”

“มันไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเรา และในพรีเมียร์ลีก ถ้าคุณเล่นแบบนี้ คุณรู้ดีว่ามันอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แย่ และอาจเสียแต้มให้กับทุกทีมได้”

“ประตูแรกที่เราเสียมาจากการยิงตรงกรอบครั้งแรกของซันเดอร์แลนด์ จากลูกทุ่มไกล การรับมือกับผู้เล่น 7-8 คนในเขตโทษเป็นเรื่องยาก แต่เราควรทำได้ดีกว่านี้”

“ผมบอกหลายครั้งแล้วว่า ถ้าคุณชนะไม่ได้ สิ่งสำคัญคือต้องไม่แพ้ ประตูที่สองเป็นจังหวะที่เรารับมือได้ง่ายมาก เพราะเรามีเซ็นเตอร์แบ็คสองคนเผชิญหน้ากับกองหน้าคู่แข่งเพียงคนเดียว”

“มันไม่ใช่จังหวะสวนกลับที่เราจะเปิดพื้นที่หรือดวลตัวต่อตัว มันเป็นแค่บอลยาวข้ามแนวรับ และกองหน้าคู่แข่งหันหลังให้ประตู แต่เรากลับจัดการไม่ได้”

“ในนาทีที่ 92 หรือ 93 เราควรป้องกันให้ดีกว่านี้ และนี่คือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้อย่างรวดเร็ว เพราะพรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยเกมแบบนี้”

‘คุนญ่า’ แฮปปี้ปลดล็อกสำเร็จหลังซัดประตูแรกให้ผี

มาเตอุส คุนญ่า แนวรุกบราซิเลียนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจสุดซึ้งหลังทำประตูแรกในสีเสื้อ “ปีศาจแดง” ได้สำเร็จ พร้อมพาทีมเปิดบ้านคว้าชัยเหนือไบรท์ตัน 4-2 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมนี้ คุนญ่าได้รับโอกาสออกสตาร์ตตัวจริง และใช้เวลาเพียง 24 นาทีในการปลดล็อกประตูแรก ด้วยการรับบอลจากคาเซมิโร่ ก่อนซัดด้วยขวาหน้าเขตโทษเสียบมุมอย่างเฉียบขาด ส่งเสียงเฮสนั่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

“มันยากจะอธิบายเป็นคำพูด ผมทำงานหนักมากเพื่อวันนี้” แข้งวัย 26 ปีเผยหลังเกม

“ผมฝันถึงการยิงประตูที่นี่มานาน และวันนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว”

“ผมหยอกล้อกับเอ็มเบอโม่และเชสโก้เสมอว่า ผมต้องรู้สึกถึงการยิงประตูบ้างแล้ว”

“พอผมยิงได้ พวกเขาก็บอกว่า ‘นายมีสิทธิ์ดีใจเต็มที่แล้ว’”

นอกจากคุนญ่าแล้ว คาเซมิโร่ และไบรอัน เอ็มเบอโม่ ก็มีชื่อบนสกอร์บอร์ด ช่วยให้ทีมของรูเบน อโมริมนำห่างถึง 3-0 ก่อนที่ไบรท์ตันจะฮึดตีตื้นในช่วงท้ายเกม

“เราต้องนิ่งกว่านี้ในช่วงท้าย”

“ไบรท์ตันเป็นทีมที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แต่สุดท้ายเราก็รักษาสกอร์ไว้ได้ และนั่นคือสิ่งสำคัญ”

“โมเมนตัมกำลังมา เราต้องทำให้ฟอร์มแบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติ และจบฤดูกาลในตำแหน่งที่เราต้องการ”

‘อโมริม’ ปลื้มฟอร์มลูกทีมยกเสียงเชียร์ช่วยปลุกพลัง

รูเบน อโมริม กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจหลังเกมที่ทีมเปิดบ้านเอาชนะไบรท์ตัน 4-2 ว่าเป็นหนึ่งในค่ำคืนที่เขารู้สึกถึงพลังของแฟนบอลอย่างแท้จริง โดยเฉพาะช่วงหลังประตูที่สามที่ทำให้สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดสั่นสะเทือนด้วยเสียงเชียร์

“รู้สึกดีมากกับการได้ 3 แต้มในบ้าน เราเล่นได้ดี แม้จะมีช่วงที่ต้องดิ้นรนในท้ายเกม แต่นั่นคือความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ลูกทีมของผมทำทุกอย่างแล้ว พวกเขาวิ่ง สู้ เล่นกับบอล และเคลียร์บอลในจังหวะสำคัญ เกมนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ” อโมริมกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เสียงในสนามมันไม่ปกติเลย มันเหมือนอีกบรรยากาศหนึ่ง เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกถึงเสียงและพลังแบบนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับผม”

“วันนี้เราสมควรฉลอง แต่พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวต่อ เพราะแค่สัปดาห์เดียว ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนได้ สโมสรนี้ต้องรักษาความกลัวที่จะกลับไปอยู่ในช่วงแย่อีกครั้งไว้เสมอ”

อโมริมยังไม่ลืมยกย่องแนวรุกที่ช่วยกันยิงถึง 4 ประตู โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันทั้งเกมรุกและรับ “คุนญ่าทำงานได้ยอดเยี่ยมตอนไม่มีบอล เอ็มเบอโม่คือเครื่องจักรทำงาน ส่วนเซสโก้ก็อยู่ในตำแหน่งทุกครั้งที่เราส่งบอลยาว คุณอาจมีพรสวรรค์แค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าไม่สู้ในลีกนี้ คุณไม่มีทางไปได้ไกลแน่”

แค่พึ่งเริ่ม!’เป๊ป’ ยันหงส์ยังไม่หลุดวงโคจรลุ้นแชมป์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า ลิเวอร์พูลยังคงเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้จะเพิ่งแพ้รวดสามเกมในลีก พร้อมเหน็บเบาๆ ถึงบรรดากูรูที่รีบตัดสินเร็วเกินไป

ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ สล็อท กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังพ่ายต่อ คริสตัล พาเลซ, เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด จนรั้งอันดับ 4 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลอยู่ 4 คะแนน อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาได้จากชัยชนะถล่ม ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต 5-1 ในศึกแชมเปียนส์ลีกกลางสัปดาห์

ด้านแมนฯ ซิตี้ ของเป๊ป ตามหลังอาร์เซนอลเพียง 3 คะแนน ก่อนออกไปเยือน แอสตัน วิลล่า วันอาทิตย์นี้ ขณะที่อาร์เซนอลจะเปิดบ้านรับมือ คริสตัล พาเลซ ส่วนลิเวอร์พูลมีคิวบุก เบรนท์ฟอร์ด ในวันเสาร์

เมื่อถูกถามถึงกระแสที่ว่า “เรือใบสีฟ้า” กำลังไล่ล่าแชมป์แบบเงียบๆ เป๊ปตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจือเสียดสีว่า

“ในสองสามเกมแรก เราหมดสิทธิ์แชมป์ไปแล้วแน่นอน ลิเวอร์พูลก็เหมือนกัน ดูเหมือนจะจบเห่ไปอีกทีม แต่ผมบอกเลยว่าพวกเขาจะกลับมา”

“ผมพูดหลายครั้งแล้วว่า กูรูหรืออดีตนักเตะพวกนี้รู้หมดว่าจะเกิดอะไรหลังผ่านไปแค่ 5 เกม แต่ผมทำไม่ได้แบบนั้นหรอก”

“ผมต้องรอให้ผ่านไปสัก 10-15 เกมก่อนถึงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ผมยังเชื่อว่า ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และทีมอื่นๆ ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ และหวังว่าเราจะอยู่ตรงนั้นด้วย”

จุดประกายฝัน!’สเตอร์ลิ่ง’ ผันตัวเป็นโค้ชเปิดคอร์สสอนบอลเยาวชน

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตกอับของเชลซี ไม่ปล่อยให้ช่วงเวลานอกสนามสูญเปล่า ล่าสุดเจ้าตัวใช้เวลาว่างจากการฝึกซ้อมเดี่ยวที่ศูนย์ฝึกค็อบแฮม ผันตัวเป็นโค้ชพิเศษให้กับเด็กนักเรียนในกรุงลอนดอน จุดประกายแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนผ่านกิจกรรมฟุตบอลสุดอบอุ่น

แม้จะยังต้องฝึกซ้อมแบบส่วนตัวร่วมกับทีมพัฒนาศักยภาพ นำโดย เบน โรเซนแบลตต์ อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษ เพื่อรักษาความฟิตและความพร้อมในสนาม แต่สเตอร์ลิ่งก็ยังไม่ลืมบทบาทของการเป็นแบบอย่างที่ดีนอกสนามเช่นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สเตอร์ลิ่งได้เปิดตัว RS7 Academy โครงการฝึกสอนฟุตบอลสำหรับเยาวชนในย่านลอนดอนตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมในกีฬา ผ่านความร่วมมือกับโรงเรียนท้องถิ่น

ล่าสุด คลินิกฟุตบอลที่เขาจัดขึ้นได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากผู้ปกครองและชาวเน็ต หลังมีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นภาพของสเตอร์ลิ่งที่กำลังให้คำแนะนำและกำลังใจแก่เด็กๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมถ่ายภาพหมู่กับนักเรียนด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

ทางเพจอย่างเป็นทางการของ RS7 Academy ยังได้โพสต์ภาพกิจกรรมพร้อมแคปชั่นว่า “จุดเริ่มต้นของอีกหลายๆ ครั้งต่อจากนี้” พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากโรงเรียนอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในอนาคต

 

View this post on Instagram

 

A post shared by RS7 Academy (@rs7academy)

‘อูไน’ เผย ‘เอลเลียตต์’ ยังไม่เฉิดฉายพอเป็นตัวจริง

อูไน เอเมรี่ กุนซือแอสตัน วิลล่า ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ของ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวอังกฤษ ที่ยังไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ แม้จะย้ายมาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัวจากลิเวอร์พูลเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

เอลเลียตต์ วัย 22 ปี ย้ายมาวิลล่าด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล พร้อมเงื่อนไขบังคับซื้อขาดที่มูลค่า 35 ล้านปอนด์ ทว่าจนถึงตอนนี้เขาลงสนามไปเพียง 5 นัด และเป็นตัวจริงแค่ 2 เกมเท่านั้น โดยล่าสุดในเกมยูโรป้าลีกที่พ่ายต่อ โก อะเฮด อีเกิลส์ เขายังถูกเก็บไว้บนม้านั่งสำรองเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน

“ฮาร์วี่ย์เป็นผู้เล่นหมายเลข 10 ในระบบของเรา เขาได้ลงเล่นบางนัด แต่ยังต้องปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างและแนวทางของทีมให้ได้มากกว่านี้”เอเมรี่กล่าว

“แน่นอนว่าเขาซ้อมได้ดีและมีความมุ่งมั่น แต่ผลงานในสนามของเขายังไม่ดีพอในตอนนี้ ขณะเดียวกันเราก็มีผู้เล่นคนอื่นที่เล่นตำแหน่งหมายเลข 10 ได้ และพวกเขากำลังทำผลงานได้ดีเช่นกัน”

ฟอร์มดี!’เป๊ป’ ชู ‘นูเนส’ มีแววเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กระดับโลก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความเชื่อมั่นว่า มาธีอุส นูเนส ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กที่ดีที่สุดของโลก หากรักษาความมุ่งมั่นและพัฒนาต่อเนื่อง

นูเนส ย้ายจากวูล์ฟแฮมป์ตันมาร่วมทัพเรือใบสีฟ้าเมื่อสองปีครึ่งก่อน ด้วยค่าตัว 53 ล้านปอนด์ โดยถูกวางตัวเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่กลับไม่สามารถสร้างอิทธิพลในแดนกลางได้ตามที่คาดหวัง จนล่าสุดถูกเป๊ปจับโยกไปเล่นในตำแหน่งแบ็กขวา ซึ่งเจ้าตัวกลับโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ

“เขามีพละกำลังมหาศาลและความสามารถในการไล่บอลกลับมาช่วยเกมรับ” เป๊ปกล่าว

“ถ้าเขามีสมาธิและรักษามาตรฐานได้ เขาจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกได้แน่นอน”

กุนซือชาวสเปนยังเผยว่า ได้พูดคุยกับนูเนสอย่างจริงจังเกี่ยวกับการปรับแนวคิดและทัศนคติในการเล่น ซึ่งเจ้าตัวตอบสนองได้ดีและแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจนในช่วงหลัง

“ในสองสามเกมที่ผ่านมา เขาเล่นได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆ”

“เขามีคุณสมบัติพิเศษที่เหมาะกับการเล่นด้านข้าง และตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเขาเองแล้ว”

ไม่สำคัญ!’อโมริม’ เผยไม่สนคำวิจารณ์ของ ‘สล็อท’

รูเบน อโมริม กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงตอบโต้ อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูลอย่างเผ็ดร้อน หลังถูกวิจารณ์เรื่องแท็กติกในเกมแดงเดือดที่ “ปีศาจแดง” บุกชนะถึงแอนฟิลด์ 2-1

สล็อทแสดงความไม่พอใจหลังเกม โดยกล่าวหาว่า ยูไนเต็ดเล่นเกมรับลึกและเน้นโยนยาวตลอดทั้งเกม ซึ่งเป็นสไตล์ที่เขามองว่าไม่กล้าหาญพอสำหรับทีมระดับนี้

“ผมไม่สนใจเลยว่า สล็อท หรือใครจะพูดอะไรเกี่ยวกับทีมของเรา ผมดูเกมเองได้ และรู้ว่าเราต้องพัฒนาให้ดีกว่านี้ แต่บางครั้งคุณก็ต้องปรับตามสถานการณ์ของเกมด้วย”อโมริมกล่าวตอบโต้

กุนซือชาวโปรตุกีสยังเน้นว่า เขาให้ความสำคัญกับคำพูดของ ฟาเบียน ฮูร์เซเลอร์ นายใหญ่ไบรท์ตัน มากกว่า เพราะเป็นคู่แข่งถัดไปที่ยูไนเต็ดจะต้องเปิดบ้านรับมือในคืนวันเสาร์นี้

“เรื่องลิเวอร์พูลมันจบไปแล้ว ไม่สำคัญแล้ว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือสิ่งที่ฟาเบียนพูด เพื่อช่วยให้เราเข้าใจว่าเกมกับไบรท์ตันจะออกมาแบบไหน”

“เราพูดถึงเรื่องจุดเปลี่ยนกันบ่อยเกินไป บางทีพอพูดเยอะ มันกลับกลายเป็นแย่กว่าเดิม เอาให้เป็นธรรมชาติดีกว่า เราชนะสองเกม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร จริง ๆ มันควรเกิดตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ”

“เกมกับไบรท์ตันจะยากมาก และเราต้องพยายามเล่นให้ดีกว่าเกมที่เจอลิเวอร์พูลให้ได้”

‘อาร์เตต้า’ เผย ‘กาเบรียล’ ยังไม่แน่ได้ลงช่วยทีมเจอพาเลซ

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซน่อล ออกมาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ กาเบรียล มากัลเญส กองหลังตัวหลักของทีม ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ที่ “ปืนใหญ่” มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ

แนวรับทีมชาติบราซิลรายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งตั้งแต่เปิดฤดูกาล แต่ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลังของเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่อาร์เซน่อลเปิดบ้านถล่ม แอตเลติโก้ มาดริด 4-0 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

“แก็บบี้มีอาการบางอย่างที่ทำให้เขาต้องออกจากสนามในเกมกับแอตเลติโก้ มาดริด เราจะประเมินอาการของเขาอีกครั้งใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อดูว่าเขาจะพร้อมสำหรับเกมกับพาเลซหรือไม่” อาร์เตต้ากล่าว

ขณะเดียวกัน กุนซือชาวสเปนยังยืนยันว่า มาร์ติน โอเดการ์ด, ไค ฮาเวิร์ตซ์ และ โนนี่ มาดูเอเก้ จะยังไม่สามารถลงสนามได้ในเกมนี้ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ

“ทั้งสามคนยังไม่พร้อมในสัปดาห์นี้แน่นอน”

‘ป๊อกบา’ เปิดตัวแบรนด์แฟชั่นสุดหรู POGBA MDXCIII

แม้จะยังไม่กลับมาลงสนามหลังพ้นโทษแบน 18 เดือนจากการใช้สารกระตุ้น แต่ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสวัย 32 ปี ไม่ปล่อยให้ช่วงเวลานอกสนามสูญเปล่า ล่าสุดเจ้าตัวเปิดตัวแบรนด์แฟชั่นของตัวเองในชื่อ POGBA MDXCIII อย่างเป็นทางการผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

แบรนด์ใหม่นี้ถูกนิยามบนเว็บไซต์ว่าเป็น “วิสัยทัศน์แห่งความหรูหราที่โดดเด่นและทันสมัย” โดยคอลเลกชั่นแรกประกอบด้วยหมวกเบสบอล เสื้อยืดสั่งทำพิเศษ ชุดวอร์ม และแจ็กเก็ตผ้าซาตินที่ป็อกบาสวมถ่ายภาพเปิดตัว พร้อมประดับด้วยลวดลายดาวอันเป็นเอกลักษณ์

ชื่อแบรนด์ MDXCIII คือเลขโรมันของปี 1593 ซึ่งอาจสื่อถึงวันเกิดของป็อกบา คือวันที่ 15 มีนาคม 1993 โดยสินค้าทั้งหมดออกแบบในไมอามี ร่วมกับช่างฝีมือและผู้ผลิตชั้นนำ โดยมีเป้าหมาย “ให้คำนิยามใหม่กับมาตรฐานกีฬาที่หรูหรา ผสมผสานความเป็นเลิศ ความแท้จริงของวัสดุ และอารมณ์ความรู้สึก”

ในภาพข่าวประชาสัมพันธ์ ป็อกบาไม่ได้มาเดี่ยว เขาเชิญภรรยาคนสวย ซูเลย์ นางแบบและนักออกแบบตกแต่งภายในชาวโบลิเวียที่มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 1.3 ล้านคน มาร่วมเป็นแบบ โดยเธอได้โพสต์ภาพตัวเองสวมหมวกของแบรนด์ พร้อมแคปชั่นว่า “การรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว สินค้าล็อตแรกมาถึงแล้ว!”

สำหรับราคาสินค้า หมวกเริ่มต้นที่ 70 ปอนด์ เสื้อยืดเริ่มต้นที่ 100 ปอนด์ ขณะที่แจ็กเก็ตผ้าซาตินมีราคาสูงสุดที่ 168 ปอนด์ และกางเกงวอร์มอยู่ที่ 130 ปอนด์

‘เป๊ป’ ปลื้มเห็นแข้งเรือที่ไม่ใช่ ‘ฮาลันด์’ ยิงประตู

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของทัพเรือใบสีฟ้า ยิ้มแก้มปริหลังเห็นชื่อผู้ทำประตูไม่ใช่แค่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะ บีญาร์เรอัล 2-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

ฮาลันด์ยังคงรักษามาตรฐานความโหด ยิงประตูเบิกร่องให้ “เรือใบสีฟ้า” ก่อนที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา จะเติมเต็มชัยชนะด้วยลูกโหม่งสุดเฉียบในครึ่งแรก ส่งผลให้ซิตี้คว้าชัยเกมเยือนในรายการนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 นัด

“ผมดีใจที่เออร์ลิ่งยิงได้อีกครั้ง แต่ที่เซอร์ไพรส์คือแบร์นาร์โด้ เขาไม่ใช่คนตัวสูง แต่โหม่งได้อย่างเมสซี่เลย คอแข็งเหมือนค้อน!”เป๊ปเผยความรู้สึกหลังเกม

ชัยชนะครั้งนี้ยังช่วยต่อยอดสถิติไร้พ่ายของแมนฯ ซิตี้เป็น 9 นัดรวดในทุกรายการ พร้อมเก็บ 7 คะแนนจาก 3 เกมแรกในรอบลีกเฟส ถือเป็นการเริ่มต้นที่สดใส หลังจากฤดูกาลก่อนตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

“ปีที่แล้วเรามีผู้เล่นให้ใช้งานแค่ 15-16 คน พอถึงนาทีที่ 70 ก็หมดแรง เพราะต้องเล่นทุกสามวัน ปีนี้เรามีขุมกำลังที่สมบูรณ์กว่า”

“เราคุมเกมได้ดี แต่ยังมีบางช่วงที่พวกเขาครองบอลมากเกินไป ถ้าอยากเป็นแชมป์ เราต้องเข้มงวดกับตัวเองกว่านี้”

“คลีนชีตและสามแต้มคือสิ่งที่เราภูมิใจ แต่เกมยังไม่ปิดตายตอนนำ 2-0 พวกเขายังมีโอกาส เราเองก็มีหลายจังหวะที่ควรปิดเกมให้เร็วกว่านี้ ผมมั่นใจว่าเราจะพัฒนาได้แน่นอน”

สู้ต่อไป!’โซบอสซ์ไล’ ปลุกใจแข้งหงส์ก่อนดวลแฟร้งค์เฟิร์ต

โดมินิค โซบอสซ์ไล มิดฟิลด์ทีมชาติฮังการีของลิเวอร์พูล ออกโรงปลุกขวัญเพื่อนร่วมทีมก่อนเกมสำคัญในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พบกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต หลัง “หงส์แดง” สะดุดแพ้รวด 4 นัดติดต่อกัน

แข้งวัย 24 ปี ยอมรับว่านี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพค้าแข้ง แต่ยังเชื่อมั่นว่าทีมจะพลิกสถานการณ์ได้ หากทุกคนยังยืนหยัดร่วมกันและไม่ยอมแพ้

“มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผมมาก่อน และคงไม่บ่อยนักที่ใครในทีมจะเจอแบบนี้” โซบอสซ์ไลเผย

“แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่แตกแถว เราคุยกันเยอะ ประชุมกันหลายครั้ง และเรารู้ดีว่าช่วงเวลานี้จะพิสูจน์ว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันได้แค่ไหน”

เขายังกล่าวถึงเกมกลางสัปดาห์ว่า นักเตะทุกคนพร้อมตอบสนองด้วยผลงานในสนาม และเชื่อว่าโชคจะกลับมาเข้าข้างลิเวอร์พูลอีกครั้ง หากทีมยังคงทำงานหนักและไม่ยอมแพ้

“เหมือนที่โคดี้ (กัคโป) ยิงชนเสาไปสามครั้งในเกมกับยูไนเต็ด เราสร้างโอกาสได้มาก แต่บางทีมันก็ไม่เป็นใจ ตอนนี้เราต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น”