Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘มาเรสก้า’ ชูสิงห์ดีกว่าปืนชัดเจนหากผู้เล่นเท่ากัน

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือ “สิงห์บลูส์” เชลซี ออกมายืนยันว่าทีมของเขากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง หลังเปิดบ้านเสมอกับคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนอย่างอาร์เซนอล 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา

มาเรสก้าเผยว่าช่วงที่ทั้งสองทีมยังมีผู้เล่นครบ 11 คน เชลซีเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ทางฝั่งของมาโล กุสโต้ และเอสเตเวา ซึ่งสร้างความกดดันให้แนวรับของอาร์เซนอลได้ต่อเนื่อง

“ผมคิดว่าพวกเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเดินมาถูกทาง วันนี้เราเป็นทีมที่ดีกว่าในช่วง 11 ต่อ 11 แต่เมื่อเหลือผู้เล่น 10 คน ทุกอย่างย่อมยากขึ้น แต่เราก็ยังจัดการได้อย่างยอดเยี่ยม” มาเรสก้ากล่าว

“เราดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว เราเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น เดี๋ยวรอดูว่าในเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม เราอยู่ตรงไหน แล้วค่อยประเมินเป้าหมายอีกครั้ง”

เผยสิงห์เตรียมพิจารณาปล่อย ‘เนโต้’ พ้นทีม

มีการรายงานออกมาว่า เชลซี กำลังพิจารณาอนาคตของ เปโดร เนโต้ ปีกทีมชาติโปรตุเกส หลังจากที่เพิ่งปฏิเสธข้อเสนอราว 54 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

แม้ เนโต้ จะเป็นผู้เล่นที่ได้รับความนิยมทั้งในและนอกสนามที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่แหล่งข่าวเชื่อว่านี่อาจไม่ใช่จุดจบของข่าวการย้ายทีม เนื่องจากอนาคตของดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสรายนี้กำลังเริ่มไม่แน่นอน และอาจมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในปีหน้า

โดยปัจจัยหลักมาจากการที่ เอสเตเวา วิลเลียน กำลังได้รับเสียงเรียกร้องจากแฟนๆให้ลงเล่นเป็นตัวจริงมากขึ้นเรื่อยๆ จากฟอร์มที่โดดเด่น และถูกมองว่าอาจก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีในอนาคต

ด้านกราบซ้ายเองก็มีการแข่งขันสูงหลัง อเลฮานโดร การ์นาโช และ เจมี่ กิตเทนส์ เข้ามาเพิ่มตัวเลือกให้กับทีมชุดใหญ่ ทำให้พื้นที่ในแนวรุกของสิงห์บลูส์เริ่มคับแคบยิ่งขึ้น

นอกจากนี้สถานการณ์ของ เนโต้ ยังซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อเชลซีได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว จีโอวานี เควนด้า ปีกดาวรุ่งจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัว 44 ล้านปอนด์ โดยนักเตะจะย้ายมาร่วมทีมในซัมเมอร์หน้า ซึ่งจะเพิ่มการแข่งขันในตำแหน่งปีกขวาโดยตรง

‘ไคเซโด้’ เปิดใจเคยเกือบย้ายซบปืนก่อนขอเลือกย้ายไปสิงห์

มอยเซส ไคเซโด้ กองกลางตัวเก่งของเชลซี ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังการตัดสินใจย้ายจาก ไบรท์ตัน มาร่วมทีม เชลซี ด้วยค่าตัวมหาศาล 115 ล้านปอนด์เมื่อปี 2023 โดยยืนยันว่าแม้จะได้รับความสนใจอย่างจริงจังจาก อาร์เซนอล แต่หัวใจของเขามุ่งมั่นที่จะเล่นให้กับ “สิงห์บลูส์” ทีมรักในวัยเด็กเท่านั้น

“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นด้วยเหตุผลครับ ผมเกือบจะย้ายไปอาร์เซนอลแล้ว แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่นี่ (เชลซี) และผมมีความสุขมาก ๆ จังหวะเวลามันลงตัวสุดๆ” ไคเซโด้กล่าว

“ผมรอคอยเชลซีมาตลอด ผู้คนหัวเราะเยาะผมเยอะมาก บอกว่าผมเลือกผิดทีม แต่บางครั้งการย้ายมาสโมสรใหญ่ คุณก็ต้องใช้เวลาปรับตัว ซึ่งผมต้องการแบบนั้น”

ไคเซโด้ เผยต่อว่า ตอนนั้นอาร์เซนอลยื่นข้อเสนอถึง 70 ล้านปอนด์ในรอบสุดท้าย แต่ไบรท์ตันปฏิเสธและรอขายให้เชลซีในช่วงซัมเมอร์ด้วยค่าตัวสูงถึง 115 ล้านปอนด์ (สถิติกองกลางแพงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกขณะนั้น)

หลังย้ายมา ฤดูกาลแรก (2023/24) เขาต้องเจอเสียงวิจารณ์หนัก เพราะฟอร์มยังไม่คงที่ แต่ในฤดูกาลนี้ ภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า อดีตเด็กสร้างไบรท์ตันรายนี้กลายเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับ-บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ที่ดีที่สุดของลีกไปแล้ว

“ผมอยากทุ่มเททุกอย่างให้เชลซี เพราะสโมสรไม่เคยสงสัยในตัวผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว”

“ผมเลือกเชลซีเพราะพวกเขามีความทะเยอทะยานสูงมาก ผมอยากคว้าแชมป์และอยากคว้าแชมป์ให้มากกว่านี้กับสโมสรนี้”

“ผมอยากอยู่ที่นี่ไปนาน ๆ อยากเล่นแบบนี้ต่อไป แต่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นทุกวัน และที่สำคัญที่สุด ผมอยากคว้าแชมป์ให้มากที่สุดกับเชลซี”

‘อโมริม’ ชี้ ‘ดอร์กู’ ยังต้องเรียนรู้วิธีรับมือแรงกดดัน

รูเบน อโมริม กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ปาทริค ดอร์กู แบ็กซ้ายดาวรุ่งทีมชาติเดนมาร์ก กำลังเผชิญปัญหาความมั่นใจอย่างหนักในช่วงที่ค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ดอร์กู วัย 21 ปี คือการเซ็นสัญญาคนแรกในยุคอโมริม เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 25.3 ล้านปอนด์จากเลชเช่ และในฤดูกาลนี้เขาได้ลงตัวจริงในตำแหน่งวิงแบ็กซ้ายถึง 8 จาก 12 นัดในพรีเมียร์ลีก ขณะที่อีก 4 นัดที่เหลือเป็น ดิโอโก ดาโลต์ ที่ถูกโยกจากฝั่งขวามาทำหน้าที่แทน

“คุณรู้สึกได้ถึงความวิตกกังวลทุกครั้งที่แพทริคสัมผัสบอล ผมสัมผัสได้ถึงความกังวลนั้นจริง ๆ” อโมริมกล่าวถึงดอร์กู

“ตอนที่ผมเห็นเขาลงเล่นให้ทีมชาติเดนมาร์ก เขายิงประตูสวย ๆ ได้ในเกมกับสกอตแลนด์ การตัดสินใจของเขาภายใต้ความกดดันมันต่างจากตอนอยู่กับเราอย่างสิ้นเชิง”

“ผมจำลูกยิงที่เขาพลาดในเกมกับเอฟเวอร์ตันได้ดี การตัดสินใจครั้งนั้นมันง่ายกว่าตอนที่เขาเผชิญหน้ากับแนวรับสกอตแลนด์เสียอีก ผมเคยเห็นเขาทำแบบนั้นได้ตอนอยู่ที่อิตาลี”

“แต่ที่นี่มันต่างออกไป ความกดดันมันหนักสำหรับนักเตะบางคนในช่วงแรก ๆ เขายังมีเวลาให้พัฒนา”

‘แฟรงค์’ ออกโรงป้อง ‘วิคาริโอ้’ หลังถูกแฟนบอลโห่ใส่เกมพ่ายเจ้าสัว

โทมัส แฟรงค์ ออกโรงปกป้อง กูกลิเอลโม วิคาริโอ ผู้รักษาประตูท็อตแนม หลังถูกแฟนบอลเจ้าบ้านบางส่วนโห่ใส่ในเกมที่ทีมแพ้ ฟูแล่ม คารัง โดยย้ำว่าเสียงโห่ดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่แฟนท็อตแนมตัวจริงควรทำ

เกมนี้เริ่มต้นอย่างย่ำแย่สำหรับไก่เดือยทอง เมื่อความผิดพลาดของ วิคาริโอ ที่ออกมาตัดบอลพลาด ทำให้ทีมเสียประตูที่สองตั้งแต่หกนาทีแรก และตกเป็นเป้าเสียงเยาะเย้ยจากแฟนบอลบางกลุ่ม

“เมื่อคุณตามหลัง 2-0 ตั้งแต่ 6 นาทีแรก มันเหมือนมีภูเขามากมายให้ปีน สิ่งที่คลาสสิกคือ ตอนที่คุณกำลังแย่ ทุกอย่างมันก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก ลูกแรกแฉลบ ลูกที่สองคือความผิดพลาดของวิค”แฟรงค์กล่าว

“แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบเลยคือ แฟนบอลของเราโห่ใส่เขาทันทีหลังจากนั้น สำหรับผม มันรับไม่ได้เลย คนพวกนั้นไม่ใช่แฟนท็อตแน่มตัวจริง เพราะแฟนตัวจริงต้องสนับสนุนทีมในสนาม โดยเฉพาะตอนที่เรายากลำบาก”

“ผมเข้าใจนะ ถ้าจะโห่หลังจบเกม ผมไม่มีปัญหา แต่ระหว่างเกม เราต้องร่วมมือกันเพื่อพลิกสถานการณ์”

ด้าน กูกลิเอลโม วิคาริโอ้ ได้โพสต์ข้อความขอโทษผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวหลังเกม

“มันเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล ผมโตพอที่จะรับมือได้ แต่เราไม่สามารถปล่อยให้เสียงจากอัฒจันทร์มากระทบเราได้”

“แฟนบอลมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น แต่สุดท้ายมันขึ้นอยู่กับเราที่จะต้องสงบสติและโฟกัสที่ตัวเอง”

หลังแน่นเกิน!’เป๊ป’ โล่งอกเรือเฉือนยูงทอง 3-2

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับทีมเจอปัญหาหนักจากแท็กติกปรับครึ่งหลังของลีดส์ แต่โล่งอกสุดๆ ที่ฟิล โฟเด้น โชว์คุณภาพซัดสองตุง ช่วย “เรือใบสีฟ้า” เปิดบ้านอัด “ยูงทอง” 3-2 ศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

เกมที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ดราม่าสุดมันส์! ซิตี้นำห่าง 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกจากฟิล โฟเด้น (น.1) และโยชโก้ กวาร์ดิโอล (น.25) แต่ครึ่งหลังลีดส์ฮึดสู้ตีเสมอ 2-2 อย่างรวดเร็ว ดอมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (น.49) และลูคัส เอ็นเมช่า (น.68) จุดประกายความหวังให้ทีมเยือน

อย่างไรก็ตาม นาทีทดเจ็บ 90+1 โฟเด้น คนเดิมลากบอลเข้าเขตโทษก่อนซัดลูกที่สองของตัวเองเสียบเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยแมนซิตี้เก็บสามคะแนนสำคัญ ขึ้นไปรั้งอันดับ 2 มี 25 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซน่อล 4 คะแนน ส่วนลีดส์แพ้ 4 นัดรวด รั้งอันดับ 18 มี 11 คะแนน

“ผมโล่งอกมากที่เรายิงได้ในนาทีสุดท้าย เราแสดงคาแรกเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ออกมา” เป๊ปกล่าวหลังเกม

“ครึ่งแรกเราไม่สมบูรณ์แบบ แต่รู้สึกผ่อนคลาย เรามีโอกาสมากมาย น่าจะปิดเกมตั้งแต่พักครึ่ง”

“ครึ่งหลัง ดาเนียล ฟาร์เก้ เปลี่ยนมาเล่นระบบเดียวกับที่เลเวอร์คูเซ่นใช้เจอเรา คือ 5-3-2 ทำให้เราเสียประตูตั้งแต่นาทีแรก โครงสร้างของลีดส์ส่งผลต่อการเล่นของเรา พวกเขาใช้บอลยาวให้คัลเวิร์ต-เลวินและเอ็นเมช่า วิ่งหลังแนวรับ นั่นเป็นปัญหาใหญ่เสมอ”

“หลังจากนั้นมันกลายเป็นเรื่องอารมณ์ เราเสียประตูที่สอง แต่ยกระดับเกมขึ้นมา ตอบสนองได้ดีมาก เราส่งผู้เล่นเข้าเขตโทษมากขึ้น ผ่านบอลเข้าเขตโทษเร็วขึ้น และฟิล โฟเด้นก็แสดงคุณภาพอีกครั้ง เขาเป็นผู้เล่นพิเศษ ช่วยให้เราชนะเกมนี้”

ด้านดาเนียล ฟาร์เก้ กุนซือลีดส์ ชื่นชมลูกทีมที่สู้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ผิดหวังกับจังหวะผู้รักษาประตูซิตี้ล้มเจ็บช่วงครึ่งหลัง ทำให้เป๊ปเรียกนักเตะมาคุยแท็กติกข้างสนาม

“เราสมควรได้อย่างน้อยหนึ่งแต้ม แต่เสียใจกับผลการแข่งขัน” ฟาร์เก้กล่าว

‘อลอนโซ่’ มั่นใจ ‘เทรนท์’ เฉิดฉายแน่หลังปรับตัวได้

ชาบี้ อลอนโซ่ กุนซือของ เรอัล มาดริด แสดงความเชื่อมั่นว่า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะพัฒนาฟอร์มการเล่นได้ดียิ่งขึ้น หลังเริ่มปรับตัวกับการย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาสู่แดนกระทิงดุในฤดูกาลนี้

แบ็คขวาชาวอังกฤษวัย 27 ปี ต้องแบ่งตำแหน่งกับ ดานี่ การ์บาฆาล และเจอความยากลำบากในช่วงแรก โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่ทำให้เขาต้องพักไปหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เทรนท์กลับมาลงสนามเต็ม 90 นาทีติดต่อกัน 2 นัดล่าสุด ทั้งเกมพบ เอลเช่ และ โอลิมเปียกอส ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อทีม

“ผมว่าเราจะได้เห็นเทรนท์ที่ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นเรื่องดีที่เห็นเขาเล่นเต็มเกมหลังผ่านอาการเจ็บมา ”อลอนโซ่กล่าว

“ปีแรกย่อมมีช่วงปรับตัว แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเป็นตัวของตัวเองแล้ว และเราต้องอยู่เคียงข้างเขาในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

นอกจากนั้น กุนซือชาวสเปนยังกล่าวชม จู๊ด เบลลิงแฮม อีกหนึ่งแข้งอังกฤษที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นต่อเนื่อง

“การพูดคุยกับจู๊ดนั้นดีมาก เขาเป็นสตาร์ระดับท็อปแต่ยังมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ผมชอบนักเตะที่มีความอยากรู้และถามเสมอว่าเราจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้บ้าง”

กลับไหม!เผยเสือใต้ส่อโบกมือลาเซ็น ‘แจ๊คสัน’ ถาวร

สื่ออังกฤษรายงานว่า ความเป็นไปได้ที่ บาเยิร์น มิวนิค จะใช้ออปชั่นบังคับซื้อ นิโคลัส แจ็คสัน กองหน้าชาวเซเนกัลจาก เชลซี เป็นไปได้ยาก หลังตัวเลขการลงสนามของเขาแทบไม่ถึงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

แจ็คสัน วัย 24 ปี ย้ายมาร่วมทีม “เสือใต้” ด้วยสัญญายืมตัวมูลค่า 14.2 ล้านปอนด์ พร้อมเงื่อนไขบังคับซื้อสูงถึง 56.2 ล้านปอนด์ หากเขาลงเล่นเป็นตัวจริงครบ 40 นัดในฤดูกาลนี้ แต่จนถึงตอนนี้เขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงเพียง 5 เกมเท่านั้น

บาเยิร์นยังเหลือโปรแกรมในบุนเดสลีกา 23 นัด และอีก 12 นัดในแชมเปี้ยนส์ลีก หากเขาได้ลงเล่นทุกเกมก็ยังพอมีโอกาส

แต่ปัญหาสำคัญคือการแข่งขัน แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ที่จะทำให้เขาต้องเดินทางไปรับใช้ทีมชาติเซเนกัลตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ซึ่งจะทำให้พลาดการลงสนามกับต้นสังกัดอย่างน้อยหนึ่งเกมแน่นอน และหากทีมชาติไปถึงรอบลึก เขาอาจหายไปจนถึงกลางเดือนมกราคม

สถานการณ์นี้ทำให้แทบจะชัดเจนแล้วว่า แจ็คสัน จะกลับไปยัง เชลซี หลังสิ้นสุดฤดูกาล แม้การย้ายทีมครั้งนี้จะเป็นดีลที่ทั้งสามฝ่ายนักเตะ, บาเยิร์น และ เชลซีต่างพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น แต่บทสรุปอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

เดินหน้าต่อ!’เป๊ป’ เร่งเรือใบคืนฟอร์มด่วนหลังพ่ายนิว

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือคนเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงกระตุ้นลูกทีมให้กลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ หลังความพ่ายแพ้ต่อ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” หล่นตามหลัง อาร์เซน่อล จ่าฝูงถึง 7 คะแนน

กวาร์ดิโอล่า ยอมรับว่าการแข่งขันในฤดูกาลนี้ไม่เปิดโอกาสให้ทีมทำผิดพลาดได้อีก หากยังต้องการรักษาโอกาสลุ้นแชมป์ โดยชี้ว่าฟอร์มการเล่นอันแข็งแกร่งและต่อเนื่องของ “ปืนใหญ่” ทำให้ทุกแต้มมีความหมายอย่างยิ่ง

“แน่นอนที่สุด เราไม่สามารถแพ้เกมได้ มันคือความจริง” กุนซือชาวสเปนกล่าว

“พวกเขาแข็งแกร่งและคว้าชัยชนะได้ต่อเนื่อง เหมือนกับที่เราเคยเจอกับลิเวอร์พูลในอดีต ซึ่งแทบไม่ปล่อยให้แต้มหลุดมือเลย นั่นคือเหตุผลที่เราต้องลุกขึ้นสู้ และนี่คือสิ่งที่เราจะทำให้ได้”

“ตอนนี้เราต้องเอาชนะและกลับไปอยู่ตรงนั้น เพราะฤดูกาลยังอีกยาวไกล”

ผลงานไม่ดี!บ่อนผู้ดีปรับราคาจ่าย ‘สล็อท’ เต็ง 2 โดนเด้ง

บรรดาร้านรับพนันถูกกฎหมายในอังกฤษพร้อมใจกันปรับลดอัตราต่อรองอย่างฮวบฮาบ กรณีที่ อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูล จะกลายเป็นผู้จัดการทีมคนต่อไปที่ตกเก้าอี้ หลังพาทีมบุกพ่าย พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ในเกมยุโรปกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

ฟอร์มของ “หงส์แดง” กำลังดิ่งลงเหวต่อเนื่อง และความพ่ายแพ้ล่าสุดทำให้ชื่อของ สล็อท ถูกขยับขึ้นมาเป็นเต็งสองทันที รองจาก แดเนี่ยล ฟาร์เก้ นายใหญ่ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ยังคงถูกมองว่าเสี่ยงที่สุดต่อการถูกปลด

อัตราต่อรองของ สล็อท ถูกปรับจาก 16/1 เมื่อสัปดาห์ก่อน เหลือเพียง 7/4 ในตอนนี้ แซงหน้า มาร์โก ซิลวา กุนซือฟูแล่ม และ สกอตต์ พาร์เกอร์ ของเบิร์นลี่ย์ไปเรียบร้อย ขณะที่รายงานจากสื่ออังกฤษระบุว่า ราคาจ่ายที่เขาจะถูกไล่ออกนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิม 100/1 เหลือเพียง 7/4 ภายในเวลาไม่ถึงเดือน

อัตราต่อรองผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกคนต่อไปที่จะถูกปลด

1. แดเนี่ยล ฟาร์เก้ 8/11
2. อาร์เน่ สล็อท 7/4
3. มาร์โก ซิลวา 10/1
4. สกอตต์ พาร์เกอร์ 12/1
5. ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ 16/1
6. เอ็ดดี้ ฮาว 20/1
7. โธมัส แฟร้งค์ 20/1
8. นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ 20/1
9. เดวิด มอยส์ 25/1
10. รูเบน อโมริม 33/1

‘มาเรสก้า’ ชี้เกมดวลปืนยังไม่ใช่จุดชี้ชะตาแชมป์

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือทีมเชลซี ออกมาลดความคาดหวังและแรงกดดันก่อนเกมพรีเมียร์ลีกบิ๊กแมตช์กับอาร์เซน่อล โดยยืนยันว่าผลการแข่งขันในนัดนี้ยังไม่ใช่ตัวตัดสินเส้นทางการลุ้นแชมป์ของทีมในฤดูกาลนี้ แม้จะเป็นเกมที่แฟนบอลจับตามองเป็นพิเศษก็ตาม

เฮดโค้ชชาวอิตาเลียนเผยว่า ตอนนี้ยังเป็นเพียงช่วงต้นซีซั่น ผลลัพธ์ในเดือนพฤศจิกายนไม่เพียงพอที่จะใช้ประเมินความสำเร็จระยะยาวของทีม พร้อมมองว่าช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่แท้จริงจะมาในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ซึ่งจะเห็นชัดว่าทีมมีศักยภาพแค่ไหนในการไล่ล่าความสำเร็จ

“มันยังเร็วเกินไป ไม่ว่าจะชนะหรือไม่ชนะ เราเพิ่งอยู่ในเดือนพฤศจิกายน เหลือเวลาอีกหลายเดือน สิ่งสำคัญคือเราจะอยู่ในตำแหน่งไหนเมื่อถึงกุมภาพันธ์หรือมีนาคม จากนั้นค่อยประเมินว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน” มาเรสก้ากล่าว

เขายังเสริมว่า ปีนี้สถานการณ์ต่างจากฤดูกาลก่อน เพราะทีมมีเวลาเรียนรู้และพัฒนาร่วมกันมากขึ้น พร้อมชี้ว่าหากยังรักษาฟอร์มและความสม่ำเสมอจนถึงเดือนเมษายนได้ ก็จะเริ่มมองเห็นภาพความสำเร็จชัดเจนยิ่งขึ้น

“นักเตะพิสูจน์มาแล้วหลายครั้งว่าพวกเขาสามารถต่อกรและเอาชนะคู่แข่งได้ เราแข่งขันได้เสมอ บางครั้งชนะ บางครั้งทำไม่ได้ แต่เส้นทางที่เรากำลังเดิน ถือว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้อง”

‘อโมริม’ รับปัญหาเกมเยือนผีผลงานห่วยยังเป็นปริศนา

รูเบน อโมริม กุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับตรงไปตรงมาว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาสาเหตุแบบเฉพาะเจาะจงว่าทำไมทีมของเขาถึงยังทำผลงานเกมเยือนได้ไม่ดีนัก ก่อนมีโปรแกรมบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ในวันอาทิตย์นี้

ฤดูกาลปัจจุบัน “ปีศาจแดง” คว้าชัยชนะเกมเยือนได้เพียงนัดเดียว นั่นคือเกมสำคัญที่บุกชนะ ลิเวอร์พูล คู่ปรับร่วมลีก ต่างจากผลงานเกมเหย้าที่ฟอร์มดูดีขึ้น โดยชนะ 4 จาก 6 นัดในสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

“มันยากที่จะระบุว่าเพราะอะไรเราถึงไม่ชนะเกมเยือน ปัญหามีหลายด้านและเรากำลังพยายามปรับปรุง เรามีโอกาสปิดเกมในบางนัด แต่เราต้องเรียนรู้วิธีปิดเกมให้ได้มากกว่านี้”อโมริมกล่าว

กุนซือชาวโปรตุเกสยังยกตัวอย่างผลงานในเกมเยือนพบ ฟอเรสต์ และ สเปอร์ส ที่ทีมแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น แต่กลับพลาดท่าเพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

ในขณะที่ฟอร์มเกมเหย้าฤดูกาลนี้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับซีซั่นก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังทำพลาดในเกมล่าสุดที่แพ้ เอฟเวอร์ตัน ทั้งที่คู่แข่งเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ซึ่งอโมริมชี้ว่าทีมขาดความกระตือรือร้นและไม่สามารถควบคุมเกมได้อย่างที่ควร

“ผมรู้สึกว่าปีนี้เราเล่นเกมเหย้าด้วยพลังและความกระตือรือร้นมากกว่าเดิม แต่ในเกมวันจันทร์มันไม่ถึงระดับนั้น เราทำได้ดีกว่านั้นมาก และเราควรชนะเกมนั้นด้วยซ้ำ”

“เรารู้ดีว่าถ้าไม่ชนะจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง แม้เราจะเปลี่ยนผลการแข่งขันไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือเตรียมตัวให้ดีที่สุดสำหรับเกมหน้า”