Home 365kubx
LINE: @365KUBx

อวยยับ!’วิเอรี่’ ยก ‘ฮอยลุนด์’ หนึ่งในท็อป 5 กองหน้าดีสุดของโลก

คริสเตียน วิเอรี่ ตำนานกองหน้าทีมชาติอิตาลี ออกโรงยกย่อง ราสมุส ฮอยลุนด์ ดาวยิงทีมชาติเดนมาร์กของนาโปลี ว่ามีศักยภาพก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งใน 5 กองหน้าที่ดีที่สุดของโลกได้ในอนาคต

หัวหอกวัย 22 ปี ซึ่งนาโปลียืมตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งโชว์ฟอร์มร้อนแรง เหมาคนเดียวสองประตู พาทีมบุกเอาชนะ เครโมเนเซ่ 2-0 ในเกมเซเรีย อา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ “อัซซูร่า” รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น

ฤดูกาลนี้ ฮอยลุนด์ ทำผลงานได้น่าประทับใจ ยิงไปแล้ว 9 ประตูจากการลงสนาม 20 นัดรวมทุกรายการ ซึ่งฟอร์มดังกล่าวทำให้ วิเอรี่ อดีตดาวยิงระดับตำนานที่ค้าแข้งยาวนานระหว่างปี 1991-2009 อดชื่นชมไม่ได้

“ผมมองว่า ฮอยลุนด์ มีศักยภาพมากพอจะก้าวไปติด 1 ใน 5 กองหน้าที่ดีที่สุดของโลก” วิเอรี่ กล่าว

“เขาไม่ได้แค่ยิงประตูได้เท่านั้น แต่ยังรู้วิธีโจมตีพื้นที่แนวลึก ทำให้กองหลังคู่แข่งต้องทำงานหนักตลอดทั้งเกม”

“เขามีเท้าซ้ายที่แข็งแกร่ง ร่างกายยอดเยี่ยม และเล่นลูกกลางอากาศได้ดีมาก พูดง่ายๆ คือ ฮอยลุนด์ มีครบทุกอย่างที่กองหน้าชั้นนำควรมี”

วิเอรี่ ยังมองถึงการแข่งขันภายในทีม โดยเฉพาะกับ โรเมลู ลูกากู ดาวยิงชื่อดังว่า “ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ ลูกากู จะเข้ามาแย่งตำแหน่งจาก ฮอยลุนด์ แม้ลูกากูจะมีจุดเด่นในการช่วยให้เพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายขึ้นก็ตาม”

“นาโปลีต้องการกองหน้าทั้งสองคน และสุดท้ายการตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับ อันโตนิโอ คอนเต้ นี่คือปัญหาที่น่ายินดีสำหรับสโมสรอย่างแท้จริง”

ไม่ใช่เรื่องจริง!’พูลิซิช’ เคลื่อนไหวปัดข่าวลือเดต ‘สวีนีย์’

คริสเตียน พูลิซิช แนวรุกตัวเก่งของเอซี มิลาน ออกมาเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรก หลังตกเป็นข่าวลือบนโลกออนไลน์ว่ากำลังกุ๊กกิ๊กกับนักแสดงสาวชื่อดัง ซิดนีย์ สวีนีย์ โดยเจ้าตัวยืนยันชัดเจนว่าเป็น “ข่าวปลอม” และเรียกร้องให้หยุดสร้างเรื่องแต่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสรายงานอ้างว่าดาวเตะทีมชาติสหรัฐอเมริกากำลังเดตกับนักแสดงหญิงจากภาพยนตร์เรื่อง Christy อย่างไรก็ตาม แฟนบอลจำนวนมากตั้งข้อสงสัยถึงความน่าเชื่อถือของข่าว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างก็มีคู่รักอยู่แล้ว

ล่าสุด พูลิซิชได้ออกมาชี้แจงผ่าน Instagram Story เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า “พอได้แล้วกับเรื่องแต่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของผม ต้องรับผิดชอบแหล่งข่าวกันด้วย เรื่องพวกนี้ส่งผลต่อชีวิตคนได้”

นอกจากนี้ แข้งวัย 26 ปี ยังเข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ที่เผยแพร่ข่าวลือดังกล่าว พร้อมย้ำหนักแน่นว่า“ข่าวปลอมครับทุกคน เลิกเล่นกับข่าวลือไร้สาระพวกนี้ได้แล้ว”

ขณะที่ฝั่งของ ซิดนีย์ สวีนีย์ วัย 28 ปี ก่อนหน้านี้เพิ่งมีรายงานว่าเธอกำลังสนิทสนมกับ สกูเตอร์ บราวน์ อดีตผู้จัดการความสามารถพิเศษชื่อดัง หลังทั้งคู่ถูกพบเห็นร่วมงานกันหลายครั้ง นับตั้งแต่งานแต่งงานช่วงฤดูร้อนของ เจฟฟ์ เบโซส์ และ ลอเรน ซานเชซ ที่อิตาลี ก่อนจะมีการยืนยันในเวลาต่อมาว่าความสัมพันธ์เป็นไปในลักษณะ “คบกันแบบสบาย ๆ” และยังคงถูกพบเห็นออกเดตร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

ด้านพูลิซิชเอง ก็มีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับ อเล็กซ่า เมลตัน นักกอล์ฟสาว โดยเริ่มมีข่าวคบหากันตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปี 2024 ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการผ่านอินสตาแกรม และมักโพสต์ภาพคู่หวานให้แฟนๆ ได้เห็นอยู่เสมอ

‘โรนัลโด้’ ประกาศล่า 1,000 ประตูพร้อมส่งสัญญาณคัมแบ็คลีกยุโรป

คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังวัย 40 ปี ส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อการกลับไปค้าแข้งในยุโรปอีกครั้ง พร้อมย้ำเป้าหมายสำคัญในชีวิตนักฟุตบอลคือการทำประตูให้ครบ 1,000 ลูกในอาชีพ

กองหน้าชาวโปรตุเกสเพิ่งยิงเพิ่มอีกสองประตู ช่วยให้ อัล-นาสร์ เปิดบ้านเอาชนะ อัล อัคดูด 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดประตูรวมตลอดอาชีพของเขาขยับขึ้นเป็น 956 ประตู เข้าใกล้หลักพันมากขึ้นทุกขณะ

ก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ เคยเปิดใจว่าตั้งใจจะเล่นฟุตบอลต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งถึงสองปี และยอมรับว่าศึกฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายในเส้นทางการค้าแข้งของเขา

ล่าสุด ระหว่างร่วมงานประกาศรางวัลที่นครดูไบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อดีตดาวยิงเรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าความกระหายในการเล่นฟุตบอลยังไม่ลดลง พร้อมพูดถึงอนาคตของตัวเองอย่างชัดเจน

“ความหลงใหลของผมยังสูงมาก และผมอยากเล่นต่อไป จะเล่นที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลางหรือยุโรป ผมยังสนุกกับฟุตบอลเสมอ และต้องการเดินหน้าต่อไป” โรนัลโด้ กล่าว

การเหมาสองประตูในเกมล่าสุด ยังทำให้เขาทำสถิติยิงรวมในปีปฏิทินนี้ถึง 40 ประตู และนับเป็นปีที่ 14 ในอาชีพที่เขายิงได้เกิน 40 ประตูต่อปี สะท้อนถึงมาตรฐานระดับสูงที่ยังคงรักษาไว้ได้แม้อายุเข้าสู่หลัก 40

ความฟิตของโรนัลโด้ยังคงเป็นที่กล่าวถึง โดยเจ้าตัวดูแลร่างกายอย่างเข้มงวด ทั้งการเล่นพิลาทิส ว่ายน้ำเป็นประจำ และเข้ายิมสัปดาห์ละ 5 ครั้ง โปรแกรมฝึกซ้อมประกอบด้วยคาร์ดิโอ 25–30 นาที การสปรินต์ความเข้มข้นสูง และการยกเวทเฉพาะส่วน รวมเวลาออกกำลังกายวันละราว 3–4 ชั่วโมง

ในด้านโภชนาการ เขาเลือกแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ ถึง 6 มื้อต่อวัน แทนการรับประทานแบบเช้า-กลางวัน-เย็นทั่วไป เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ โรนัลโด้ เดินทางมาร่วมงาน Globe Soccer Awards ที่ดูไบ และสามารถคว้ารางวัล “ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งตะวันออกกลาง” เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยภายในงานมีบุคคลดังจากวงการกีฬาระดับโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ โนวัค ยอโควิช, อุสมาน เดมเบเล่ และ ลามีน ยามาล

รอแค่เวลา!หึ่ง ‘เซิร์กซี’ โอเคย้ายซบโรม่ามกรานี้

มีรายงานจากอิตาลีระบุว่า โจชัว เซิร์กซี กองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอบตกลงที่จะย้ายไปร่วมทีม โรม่า ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้แล้ว โดยสโมสรดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรียอา มั่นใจว่าดีลจะแล้วเสร็จภายในกลางเดือนมกราคม

หัวหอกทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลายรายของ “ปีศาจแดง” ที่รู้สึกผิดหวังกับโอกาสลงสนามในฤดูกาลนี้ หลังไม่ได้รับความไว้วางใจให้ลงเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ โดยเขาไม่มีชื่อเป็น 11 ตัวจริงในเกมลีก 11 นัดแรกของฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บของ เบนยามิน เชชโก้ และ มาเตอุส คุนญ่า เปิดโอกาสให้ เซิร์กซี ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมพบ เอฟเวอร์ตัน, คริสตัล พาเลซ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่หลังจากนั้นอดีตกองหน้าของ โบโลญญ่า ก็กลับไปนั่งเป็นตัวสำรองอีกครั้ง และไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมล่าสุดที่พบกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้ว่า ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ อาหมัด ดิยัลโล่ จะไม่พร้อมลงสนามก็ตาม

เซิร์กซี ถูกส่งลงสนามหลังเกมผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ผลงานในสนามไม่เป็นที่น่าประทับใจนัก ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เน้นรักษาสกอร์ โดยมีหลายจังหวะที่ รูเบน อโมริม กุนซือของทีม แสดงท่าทีไม่พอใจกับการเล่นของกองหน้ารายนี้อย่างชัดเจน

แม้ อโมริม จะยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ยูไนเต็ด จะปล่อยนักเตะออกจากทีมได้ก็ต่อเมื่อสามารถหาตัวแทนเข้ามาเสริมทัพได้แล้ว แต่สถานการณ์ล่าสุดบ่งชี้ว่า เซิร์กซี กำลังเข้าใกล้การอำลา โอลด์ แทรฟฟอร์ด มากขึ้นเรื่อย ๆ

รายงานจาก Gazzetta dello Sport ระบุว่า ดาวยิงเจ้าของส่วนสูง 195 เซนติเมตร ได้ตอบรับข้อเสนอจาก โรม่า เป็นที่เรียบร้อย หลังมีการพูดคุยกับ จาน ปิเอโร กัสเปรินี กุนซือของ “หมาป่าเหลืองแดง” เมื่อไม่กี่วันก่อนเกมพบ นิวคาสเซิล ซึ่งเขาได้รับการการันตีบทบาทสำคัญในทีม

นอกจากนี้ เซิร์กซี ยังได้หารือกับฝ่ายบริหารของโรม่า นำโดย เฟรเดริก มาสซาร่า ผู้อำนวยการกีฬา ส่งผลให้นักเตะแสดงความ “เห็นชอบอย่างเต็มที่” ต่อการย้ายทีมครั้งนี้

โรม่า เชื่อมั่นว่าข้อตกลงจะลุล่วงภายในกลางเดือนมกราคม โดยเป็นสัญญายืมตัวในเบื้องต้น พร้อมเงื่อนไขบังคับซื้อขาดมูลค่า 40 ล้านยูโร เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล และหลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ เอ็มเบอโม่ และ อาหมัด ดิยัลโล่ กลับมาจากภารกิจรับใช้ชาติในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ซึ่งรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มกราคมนี้

‘อาร์เตต้า’ เผย ‘คาลาฟิออรี่’ มีอาการเจ็บปริศนาก่อนเกม

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซน่อล ออกมาเปิดเผยถึงอาการบาดเจ็บสุดโชคร้ายของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ซึ่งเกิดขึ้นในลักษณะที่ค่อนข้างผิดปกติ ระหว่างช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเกมที่ “ปืนใหญ่” เปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เอาชนะ ไบรท์ตัน 2-1

แนวรับทีมชาติอิตาลีถูกใส่ชื่อเป็นตัวจริงสำหรับเกมพบ “นกนางนวล” แต่ในช่วงวอร์มอัพกลับมีอาการไม่สู้ดี จนต้องตัดสินใจถอนตัวกะทันหัน และเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวทันที โดยเป็น ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ ดาวรุ่งของทีม ที่ถูกส่งลงสนามทำหน้าที่แทน

อาร์เตต้า เปิดใจว่า คาลาฟิออรี่ เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติมาตั้งแต่วันก่อนลงแข่งขัน และอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นจนไม่สามารถเสี่ยงใช้งานได้

“เขารู้สึกบางอย่างตั้งแต่เมื่อวาน มันเป็นอาการที่แปลกและไม่ปกติเลย พอมาถึงวันนี้และลองวอร์มอัพ เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายตัว เราเลยไม่อยากเสี่ยง” กุนซือชาวสเปนกล่าว

สำหรับเกมนี้ อาร์เซน่อล ต้องออกแรงไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกม แต่ยังรักษาสกอร์เอาชนะไบรท์ตันได้สำเร็จ จากประตูของ มาร์ติน โอเดการ์ด และการทำเข้าประตูตัวเองของ จอร์จินโญ่ รุตแตร์ ก่อนที่ ดิเอโก้ โกเมซ จะยิงตีไข่แตกให้ทีมเยือน อย่างไรก็ตาม ชัยชนะนัดนี้ก็เพียงพอให้ “ปืนใหญ่” กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาอาการบาดเจ็บยังคงเป็นเรื่องที่อาร์เตต้าต้องปวดหัวต่อไป เพราะนอกจาก คาลาฟิออรี่ แล้ว เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ก็ไม่มีชื่อในเกมนี้เช่นกัน หลังได้รับบาดเจ็บจากช่วงท้ายเกมที่เอาชนะ คริสตัล พาเลซ ก่อนหน้านี้

เมื่อถูกถามว่าปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายราย ส่งผลให้ทีมยิ่งมีความสามัคคีกันมากขึ้นหรือไม่ อาร์เตต้า ตอบอย่างมั่นใจว่า

“แน่นอน เรามีปัญหาทั้งกรณีของ เยอร์เรียน ที่ลงพื้นไม่ดี และของ ริชี่ (คาลาฟิออรี่) ซึ่งมันแปลกมากจริง ๆ แต่สิ่งที่ผมชอบคือทัศนคติของนักเตะ”

“ตอนที่ผมไปบอก เดแคลน ว่าเขาต้องขยับไปเล่นตำแหน่งปีกขวา เขาตอบกลับมาทันทีว่า ‘โอเค ผมพร้อม’ และจะทำให้ดีที่สุด นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีมากกับทีมชุดนี้”

‘ฟาน ไดจ์ค’ ยกย่องแข้งหงส์หัวใจนักสู้ก่อนเก็บ 3 แต้ม

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกโรงยกย่องหัวใจนักสู้ของเพื่อนร่วมทีม หลังช่วยกันประคองเกมจนเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญในศึกพรีเมียร์ลีก

เกมดังกล่าว “หงส์แดง” เดินหน้าคว้าชัยเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้ประตูขึ้นนำในครึ่งแรกจาก ไรอัน กราเฟนเบิร์ค และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ที่ซัดคนละลูกภายในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่ครึ่งหลังทีมเยือนมาได้ประตูไล่จาก ซานติอาโก้ บูเอโน่ แต่ลูกทีมของ อาร์เน่อ สล็อท ยังช่วยกันเล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่นจนรักษาสกอร์เอาไว้ได้

“เราคุมเกมได้ทั้งหมด เล่นตามแผนที่วางไว้ เกมรับก็แข็งแกร่งมาก แทบไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งเลย สองประตูที่เราได้มาเป็นสิ่งที่สมควร โดยเฉพาะการยิงได้ถึงสองลูกในเวลาแค่สองนาที มันสร้างความได้เปรียบอย่างมาก”ฟาน ไดจ์คกล่าว

“การเสียประตูเร็วในครึ่งหลังทำให้วูล์ฟส์มีความมั่นใจและกดดันเราอย่างหนัก เราต้องอดทนและสู้ในทุกจังหวะ บางช่วงอาจไม่สวยงามนัก แต่สิ่งสำคัญคือการทุ่มเททุกลูกบอล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เรามีนักเตะบาดเจ็บและขาดหายหลายคน”

“ท้ายที่สุดแล้ว การหาทางคว้าชัยชนะให้ได้คือเรื่องที่สำคัญที่สุด และผมภูมิใจในสปิริตของทีมมาก”

ซ้ำรอย!’เป๊ป’ ดราม่าปะทะช่างภาพขวางทางฉลองชัย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือจอมแท็กติกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังแสดงอาการไม่พอใจกับตากล้องข้างสนาม ระหว่างจังหวะกำลังจะเข้าไปฉลองชัยชนะร่วมกับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ในเกมบุกเฉือน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าวเป็นการแข่งขันที่สูสี โดย แมนฯ ซิตี้ ได้ รายาน แชร์กี้ สวมบทฮีโร่ แอสซิสต์ให้ ทิจจานี่ ไรจ์นเดอร์ส ซัดประตูขึ้นนำ ก่อนที่ โอมารี ฮัตชินสัน จะยิงตีเสมอให้เจ้าถิ่นฟอเรสต์ อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกม แชร์กี้ มาซัดประตูชัยพาทีมเก็บสามแต้มแบบหืดจับ

หลังเสียงนกหวีดสุดท้าย เป๊ป ตั้งใจเดินไปปรบมือขอบคุณแฟนบอลซิตี้ที่ตามมาเชียร์ถึงข้างสนาม แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อมีตากล้องเดินเข้ามาขวางทางในจังหวะพอดี ทำให้กุนซือชาวสเปนแสดงอาการหัวเสียอย่างชัดเจน

ภาพจากการถ่ายทอดสดเผยให้เห็นว่า เป๊ป ยกแขนขึ้นด้วยความไม่พอใจ พร้อมจ้องไปที่กล้อง ก่อนจะแสดงท่าทางโอเวอร์ ๆ ส่งสัญญาณให้ตากล้องหลบออกไป ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมถอยออกด้านข้างในที่สุด จากนั้น เป๊ป จึงได้เดินเข้าไปใกล้แฟนบอลและปรบมือขอบคุณเสียงเชียร์ตามที่ตั้งใจไว้

ชัยชนะในเกมนี้ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแบบชั่วคราว ก่อนจะถูก อาร์เซน่อล แซงกลับในวันเดียวกัน หลัง “ปืนใหญ่” เปิดบ้านเฉือน ไบรท์ตัน 2-1

ทั้งนี้ เหตุการณ์ปะทะกับตากล้องไม่ใช่ครั้งแรกของ เป๊ป ในฤดูกาลนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยมีปากเสียงกับช่างภาพหลังเกมที่ แมนฯ ซิตี้ พ่าย นิวคาสเซิ่ล เมื่อเดือนก่อน ถึงขั้นดึงหูฟังของตากล้องเพื่อแสดงความไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม เป๊ป ได้ออกมายอมรับในภายหลังว่าเขารู้สึกอับอายกับพฤติกรรมดังกล่าว และได้กล่าวขอโทษไปแล้วเรียบร้อย

‘มาเรสก้า’ โทษประตูตีเสมอจุดเปลี่ยนทำสิงห์พ่ายวิลล่า

เอ็นโซ่ มาเรสก้า นายใหญ่ทีมเชลซี ยอมรับว่าการเสียประตูตีเสมอคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมไม่สามารถคุมเกมได้ต่อเนื่อง ก่อนถูก แอสตัน วิลล่า บุกแซงคว้าชัยถึงถิ่น แสตมฟอร์ด บริดจ์ 2-1

เกมนี้ “สิงห์บลูส์” ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อ เจา เปโดร อาศัยจังหวะเตะมุมซัดประตูขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นเกม และครองรูปเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจนตลอดครึ่งแรก อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังการเปลี่ยนตัวของทีมเยือนส่งผลทันตาเห็น โดย โอลลี่ วัตกินส์ ถูกส่งลงมาจากม้านั่งสำรองก่อนเหมาคนเดียวสองประตู พลิกสถานการณ์ให้วิลล่าคว้าสามแต้มกลับบ้าน

ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ เชลซี หลุดจากท็อปโฟร์ ไปรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน ขณะที่ มาเรสก้า ซึ่งติดโทษแบนได้เพียงนั่งชมเกมจากอัฒจันทร์ ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า

“ผมคิดว่าประตูแรกที่เราเสียไปคือจุดเปลี่ยนของเกม ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวพร้อมกันสามคนของวิลล่าหรือไม่ แต่ก่อนหน้านั้นประมาณหนึ่งชั่วโมง เราคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด”มาเรสก้ากล่าว

“เราควรจะเฉียบคมกว่านี้และยิงเพิ่มให้ได้อีกสองหรือสามประตู หลังจากเสียประตูแรก รูปเกมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เราควรคุมสถานการณ์ให้ดีกว่านี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนา”

“เราจำเป็นต้องกลับไปวิเคราะห์ว่าเหตุใดเราถึงไม่สามารถควบคุมเกมได้หลังจากเสียประตู มันอาจเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ และเราต้องทำความเข้าใจตรงจุดนี้ให้มากขึ้น”

มาเรสก้า ยังถูกถามถึงปฏิกิริยาหงุดหงิดของ โคล พาลเมอร์ หลังถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 69 ขณะสกอร์เสมอ 1-1 โดยกุนซือชาวอิตาเลียนยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ

“ผมไม่มีปัญหาอะไร พาลเมอร์ ทำผลงานได้ดีมากทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล เรามีโปรแกรมลงเล่นอีกภายใน 48 ชั่วโมง และเราก็มีความสุขที่ได้เขากลับมาช่วยทีม”

ส่วนกรณีที่ มาร์ค คูคูเรญ่า ถูกเปลี่ยนตัวออกพร้อมกับ พาลเมอร์ มาเรสก้า ชี้แจงว่าเป็นเหตุผลด้านสภาพร่างกาย

“คูคูเรญ่า มีอาการตึงที่แฮมสตริงและขอเปลี่ยนตัวออก เรายังไม่แน่ใจว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บรุนแรงหรือไม่ ต้องรอประเมินอีกครั้ง”

‘เวียร์ตซ์’ ปลดล็อกประตูแรกสำเร็จมั่นใจยังไงก็ยิงได้

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ มิดฟิลด์ค่าตัว 116 ล้านปอนด์ของลิเวอร์พูล เปิดใจอย่างมั่นใจหลังทำประตูแรกในสีเสื้อ “หงส์แดง” ได้สำเร็จ พร้อมเป็นประตูชัยช่วยทีมเปิดสนามแอนฟิลด์เฉือนเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญในศึกพรีเมียร์ลีก

ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ยอมรับว่าแม้ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะปลดล็อกสกอร์แรกกับต้นสังกัดใหม่ แต่ไม่เคยสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองแม้แต่น้อย

“ผมมั่นใจเสมอว่าผมจะยิงได้ในสักวันหนึ่ง แน่นอนว่าผมอยากยิงและทำแอสซิสต์ให้ได้เร็วกว่านี้ แต่บางครั้งฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ ผมต้องยอมรับมันและเดินหน้าต่อไป ผมรู้ว่ามันจะมาแน่ แค่ต้องพยายามอย่างต่อเนื่อง” เวียร์ตซ์ กล่าว

เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อน แต่สามารถเร่งเครื่องกลับมาแซงคว้าชัยได้ โดยเวียร์ตซ์ชื่นชมผลงานของทีมในช่วงต้นเกม แต่ยอมรับว่ายังมีจุดที่ต้องปรับปรุง

“เราทำได้ยอดเยี่ยมมากในครึ่งแรก แม้จะโดนยิงนำ แต่เราก็กลับมาได้ ทุกคนทำงานหนักมาก อย่างไรก็ตาม ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย เราทำให้เกมยากขึ้นเอง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม และนี่คือสิ่งที่เราต้องแก้ไข”

“นี่คือแนวทางที่เราต้องการ เราอยากยืนอยู่บนจ่าฝูง มันไม่ใช่การเริ่มต้นฤดูกาลที่ง่ายสำหรับเรา แต่ตอนนี้เราทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ และกำลังเก็บแต้มสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง”

จุดอ่อน!’สล็อท’ เตือนแข้งหงส์ต้องเร่งแก้ปัญหาลูกตั้งเตะ

อาร์เน่ สล็อท เฮดโค้ชลิเวอร์พูล ออกโรงกระตุ้นทีมงานและนักเตะให้เร่งแก้ไขปัญหาการเล่นลูกตั้งเตะโดยด่วน หากหวังพาหงส์แดงก้าวไปสู่ระดับศักยภาพสูงสุดในฤดูกาลนี้

ลิเวอร์พูลเริ่มตั้งหลักได้อีกครั้งหลังผ่านช่วงฟอร์มสะดุดในฤดูใบไม้ร่วง โดยทำสถิติไม่แพ้ใคร 6 นัดติดต่อกัน และมีโอกาสขยายผลงานเป็น 7 เกม เมื่อเตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมบ๊วยของตาราง ในคืนวันเสาร์นี้ อย่างไรก็ตาม สล็อทย้ำชัดว่า เกมดังกล่าวไม่มีที่ว่างสำหรับความประมาท

กุนซือชาวดัตช์ยอมรับว่า เขาเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกทีมว่าจะยกระดับผลงานได้มากกว่านี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาครุ่นคิดมากที่สุดคือประสิทธิภาพจากลูกตั้งเตะที่ตกลงอย่างน่าเป็นห่วง ทั้งที่เคยเป็นอาวุธสำคัญของสโมสรในฤดูกาลแห่งความสำเร็จ และยังถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของฟุตบอลยุคปัจจุบัน

สถิติจากลูกเตะมุมและฟรีคิกสะท้อนปัญหาได้ชัดเจน เมื่อฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลทำได้เพียง 3 ประตูจากเซตพีซ แต่กลับเสียไปถึง 11 ลูก ต่างจากเมื่อราว 12 เดือนก่อนที่ทำได้ 2 ประตูและเสียเพียง 3 ประตูเท่านั้น

แม้จะรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเลขดังกล่าว แต่สล็อทยังมองในแง่ดีว่า หากทีมปรับรายละเอียดเล็กน้อยให้ถูกทาง ผลลัพธ์ของฤดูกาลนี้อาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“สิ่งที่ดีที่สุดของทีมนี้ยังมาไม่ถึง และผมคิดว่าทุกคนก็มองเห็นแบบเดียวกัน” สล็อทกล่าว

“ถ้าคุณดูสถิติลูกตั้งเตะของเรา ไม่มีทีมไหนในโลกที่ติดลบถึง 8 ประตูจากเซตพีซ แต่ยังอยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ของลีกได้ ถ้าคุณเจอทีมแบบนั้น บอกผมด้วย เราคือทีมที่สร้างโอกาสจากเกมเปิดได้ดีที่สุดในลีก แต่แทบไม่มีใครพูดถึง”

“เราถูกวิจารณ์เยอะ ซึ่งก็เข้าใจได้ถ้ามองจากผลการแข่งขัน แต่ถ้าตัดเรื่องลูกตั้งเตะออกไป ภาพรวมจะดูแตกต่างมาก และเราอาจมีแต้มเพิ่มอีก 5 หรือ 6 คะแนนด้วยซ้ำ”

“หลายคนบอกว่าลูกตั้งเตะก็เป็นส่วนหนึ่งของเกม ซึ่งมันก็จริง แต่สำหรับผม ฟุตบอลในเกมเปิดกับลูกตั้งเตะเหมือนอยู่คนละโลกกัน เป้าหมายหลักคือการเล่นโดยรวม ส่วนลูกตั้งเตะคือสิ่งที่ต้องต่อยอดให้ดีขึ้น”

ไปได้ไกล!’เป๊ป’ มั่นใจ ‘แชร์กี้’ มีศักยภาพมากกว่านี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความเชื่อมั่นว่า รายาน แชร์กี้ แนวรุกดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส มีศักยภาพก้าวไปถึงระดับสูงสุดของวงการฟุตบอลได้ หากเจ้าตัวมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

แชร์กี ทำผลงานได้น่าประทับใจตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม โดยฤดูกาลแรกของเขามีส่วนร่วมกับประตูทั้งยิงและแอสซิสต์เฉลี่ยทุก ๆ 74 นาที และในช่วงหลังกลายเป็นหนึ่งใน 11 ตัวจริงที่กวาร์ดิโอล่าเลือกใช้งานอย่างสม่ำเสมอ

แนวรุกวัย 22 ปี ที่ย้ายมาจากโอลิมปิก ลียง ด้วยค่าตัว 31 ล้านปอนด์ โชว์ลีลาสร้างสรรค์ในพื้นที่สุดท้ายได้อย่างโดดเด่น ล่าสุดเพิ่งทำแอสซิสต์สุดสวยด้วยท่าราโบน่าให้ ฟิล โฟเด้น ในเกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

แม้จะพอใจอย่างมากกับฟอร์มของลูกทีมรายนี้ แต่กวาร์ดิโอล่ายังมองว่าแชร์กีมีจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเล่นให้เรียบง่ายขึ้น รวมถึงการช่วยเกมรับในยามที่ทีมไม่ได้ครองบอล อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการเริ่มต้นชีวิตในพรีเมียร์ลีกของแข้งรายนี้ถือว่ายอดเยี่ยมเกินความคาดหมาย

“ท้องฟ้าคือขีดจำกัด อย่างที่ใครๆ พูดกันนั่นแหละ” กวาร์ดิโอล่ากล่าว

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเขาเองว่าอยากไปไกลแค่ไหน เขาสามารถทำได้ทุกอย่าง เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อย่างเหลือเชื่อ”

‘ซานเชซ’ ชื่นชมแผงหลังช่วยกันเก็บคลีนชีทต่อเนื่อง

โรเบิร์ต ซานเชซ นายทวารของทีม ออกมาแสดงความชื่นชมผลงานของแนวรับ หลังช่วยกันทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง จนทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีทได้มากที่สุดร่วมในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

ผู้รักษาประตูวัย 26 ปี เก็บไปแล้ว 9 คลีนชีทจากการลงสนาม 17 นัดในลีก เทียบเท่ากับ ดาบิด รายา มือกาวของอาร์เซน่อล และขาดอีกเพียงนัดเดียวก็จะเทียบเท่าสถิติของตัวเองเมื่อฤดูกาลก่อน

ซานเชซ กล่าวชื่นชมบรรดาแนวรับที่ช่วยกันสร้างผลงานแข็งแกร่งจนทำให้เขามีสถิติยอดเยี่ยม โดยย้ำว่าความสำเร็จนี้เป็นผลจากการเล่นเป็นทีมมากกว่าผลงานส่วนตัว

“ผมกับแนวรับของทีมมาถึงจุดที่เราเข้าใจกันและกันอย่างแท้จริง ทุกคนรู้ว่าควรเล่นอย่างไรเพื่อช่วยให้เพื่อนทำผลงานออกมาได้ดีที่สุด” ซานเชซ กล่าว

“เรามีความสม่ำเสมอมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่ายังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง แต่ทุกคนกำลังทุ่มเทอย่างเต็มที่ในทุกเกม”

“ถ้าเราไม่เสียประตู อย่างน้อยทีมก็มีแต้มติดมือ จากนั้นนักเตะเกมรุกจะช่วยเปลี่ยนมันให้เป็นชัยชนะ เราจึงต้องทำให้แน่ใจว่าเราจะรักษาคลีนชีทเอาไว้ให้ได้ เพราะมันทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับทั้งทีม”