Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘แม็คก้า’ รับหงส์ปลี่ยนแปลงมากเกินไปทำฟอร์มสะดุด

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ มิดฟิลด์ทีมชาติอาร์เจนตินาของ ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับตรงไปตรงมาว่า การเปลี่ยนแปลงภายในทีมจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “หงส์แดง” เปิดฉากฤดูกาลในฐานะแชมป์เก่าได้อย่างน่าผิดหวัง และแทบหมดลุ้นป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว

ลิเวอร์พูลทุ่มเงินมหาศาลในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยการคว้านักเตะใหม่ถึง 7 ราย รวมมูลค่ากว่า 446 ล้านปอนด์ เพื่อหวังต่อยอดความสำเร็จจากฤดูกาลก่อน แต่การยกเครื่องทีมครั้งใหญ่กลับส่งผลกระทบมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะการปรับตัวของผู้เล่นใหม่และความลงตัวของทีม

ผลงานในสนามของลูกทีม อาร์เน่ สล็อท ยังขาดความสม่ำเสมอ เกมรับเสียประตูง่าย ขณะที่เกมรุกใช้โอกาสเปลือง นักเตะใหม่ตัวความหวังอย่าง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ยิงได้เพียงประตูเดียว ส่วน อเล็กซานเดอร์ อิซัค ทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น อีกทั้งยังเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มตกของผู้เล่นหลายราย รวมถึงการเสีย ดิโอโก้ โชต้า ตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศและสภาพจิตใจของทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“หลายอย่างเปลี่ยนไปมาก มีนักเตะเข้ามาและออกไปพร้อมกัน เราเปลี่ยนแปลงเร็วและเยอะเกินไป ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย ผมขอเก็บบางรายละเอียดไว้กับตัวเอง แต่ชัดเจนว่านี่คืออุปสรรคสำคัญของเรา”แม็ค อัลลิสเตอร์กล่าว

“ผมไม่อยากพูดแบบนี้ แต่มันชัดเจนมาก อาร์เซนอลกำลังอยู่ในช่วงที่ยอดเยี่ยม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ยังไล่จี้อยู่ใกล้ ๆ ส่วนเรา ยังตามหลังทั้งฟอร์มและผลการแข่งขัน ผมไม่เห็นทางที่เราจะกลับไปเป็นแชมป์ได้ในตอนนี้”

“มันน่าเจ็บปวด เพราะนี่ควรเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขกับแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เพิ่งได้มา และควรอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่านี้มาก”

“เรามีนักเตะที่มีคุณภาพมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้เราเป็นทีมให้ได้ ถ้าไม่มีทีม ต่อให้ผมเก่งแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย ทุกคนต้องช่วยกัน คิดถึงเพื่อนร่วมทีม และยกระดับกันไปพร้อม ๆ กัน”

“แชมเปี้ยนส์ลีกยังเป็นเป้าหมายใหญ่ และเราจะสู้เต็มที่แน่นอน รวมถึงเอฟเอ คัพ ซึ่งมีความหมายกับฟุตบอลอังกฤษมาก เมื่อคุณเล่นให้ลิเวอร์พูล คุณต้องต่อสู้เพื่อทุกถ้วยเสมอ”

ห่างชั้น!’สล็อท’ ยอมรับหงส์ตามหลัง ‘ปืน, เรือ’ อีกไกล

อาร์เน่ สล็อท นายใหญ่ทีมลิเวอร์พูล ยอมรับตามตรงว่า อาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังอยู่ในระดับที่เหนือกว่าทีมของเขา หลัง “หงส์แดง” ออกสตาร์ตฤดูกาลได้ไม่สม่ำเสมอ และมีแนวโน้มสูงที่จะพลาดการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก

สถานการณ์ล่าสุด อาร์เซน่อล นำเป็นจ่าฝูงโดยทิ้งห่างลิเวอร์พูลถึง 12 คะแนน ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามมาเป็นอันดับรองโดยมีแต้มมากกว่าทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์ 8 คะแนน หลังเกมวันขึ้นปีใหม่ที่ลิเวอร์พูลทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-0

“ความเป็นจริงคือสองทีมนี้ค่อนข้างห่างไกลจากพวกเรา และเราไม่ควรเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพวกเขาในตอนนี้”สล็อท กล่าว

กุนซือชาวดัตช์ยอมรับว่า แม้ลิเวอร์พูลจะไม่แพ้ใครในลีกมาแล้ว 7 นัดติดต่อกัน แต่ฟอร์มโดยรวมยังไม่ถึงขั้นน่าประทับใจ

“เรามีปัญหาของตัวเองมาตลอด ตอนนี้เราไม่แพ้ใครก็จริง แต่ความรู้สึกมันไม่ใช่ว่าเรากำลังโบยบินในลีกเลย ทุกนัดคือการทำงานหนัก”

“ส่วนใหญ่แล้วเราเป็นทีมที่ดีกว่า แต่แค่นั้นมันยังไม่พอ”

“ผมและนักเตะจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไปอยู่ในสถานการณ์ที่เราสามารถสร้างความแตกต่างได้ และหวังว่าเราจะเจอช่วงเวลาที่เราสามารถโบยบินได้ในฤดูกาลนี้”

“ตลอด 19 นัดที่ผ่านมา มันคือการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ใกล้เคียงกับทีมอื่น บางครั้งก็โชคดี บางครั้งก็โชคร้าย”

‘เนโต้’ เปิดใจแอบช็อกหลัง ‘มาเรสก้า’ อำลาสิงห์

เปโดร เนโต้ แนวรุกของ เชลซี ยอมรับว่ารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างกับการตัดสินใจอำลาตำแหน่งของ เอนโซ มาเรสก้า กุนซือชาวอิตาลี ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในสัปดาห์นี้ พร้อมกล่าวขอบคุณอดีตนายใหญ่ที่มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของเขา

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกมพรีเมียร์ลีกนัดส่งท้ายปีก่อนที่ “สิงห์บลูส์” เปิดบ้านเสมอกับ บอร์นมัธ โดยหลังจบเกม มาเรสก้า ไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่ง วิลลี่ กาบาเญโร่ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ชี้แจงว่าเฮดโค้ชวัย 45 ปีมีอาการป่วย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับอนาคตของเขาที่ถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุด มาเรสก้า ก็แยกทางกับ เชลซี ทันทีเมื่อเข้าสู่ช่วงปีใหม่

เนโต้ ซึ่งย้ายมาร่วมถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงเวลาเดียวกับที่ มาเรสก้า เข้ามารับงาน ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับการจากไปของกุนซือรายนี้

“ตอนที่ผมได้ยินข่าวครั้งแรก ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์เล็กน้อย เพราะเขาเป็นโค้ชที่ทำผลงานได้ดีมาก” เนโต้ กล่าว

“ฤดูกาลที่แล้วเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม และฤดูกาลนี้ก็ยังถือว่าดี สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกเศร้า เพราะเขาเป็นคนที่ช่วยผมไว้มากจริงๆ”

“ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากเขา เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก สิ่งเดียวที่ผมพูดได้ก็คือ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

‘เคียซ่า’ เปิดทางกลับม้าลายแต่ไม่เร่งย้ายออกจากหงส์

กาซเซตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อดังอิตาลี รายงานว่า เฟเดริโก้ เคียซ่า แนวรุกทีมชาติอิตาลี เปิดใจไม่ปิดโอกาสย้ายกลับไปค้าแข้งกับ ยูเวนตุส อดีตต้นสังกัด แต่ในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ไม่ได้เร่งรัดหรือกดดันเพื่อขอย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล แต่อย่างใด

เคียซ่า กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ “ม้าลาย” กำลังจับตามอง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก หลังจากเคยค้าแข้งกับสโมสรแห่งตูรินมาก่อน และอำลาทีมไปเมื่อปี 2024

แม้ปัจจุบันดาวเตะวัย 28 ปีจะยังไม่ใช่ผู้เล่นตัวหลักของ “หงส์แดง” แต่เขาได้รับโอกาสลงสนามมากกว่าฤดูกาลก่อน และยังไม่มีความคิดที่จะผลักดันให้เกิดการย้ายทีมในช่วงนี้

ย้อนกลับไปในปี 2024 เคียซ่าจำเป็นต้องย้ายออกจาก ยูเวนตุส ในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย เพื่อมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในยุคที่ คริสเตียโน่ จุนโตลี่ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬา และ ธิอาโก้ มอตต้า เป็นเฮดโค้ช

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ ยูเวนตุส ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก และหากได้กลับไปเล่นที่ตูรินอีกครั้ง เคียซ่าจะได้ร่วมงานกับ ลูเซียโน่ สปัลเลตติ ในฐานะกุนซือ รวมถึง จอร์จิโอ คิเอลลินี่ ที่รับบทผู้อำนวยการสโมสร

ทั้งนี้ เคียซ่า ไม่ใช่นักเตะเพียงรายเดียวที่ ยูเวนตุส ให้ความสนใจ โดยสโมสรมีแนวโน้มต้องการดึงแข้งทีมชาติอิตาลีกลับมาด้วยสัญญายืมตัวมากกว่า

ด้าน ลิเวอร์พูล ไม่ต้องการปล่อยตัว เคียซ่า ออกไปแบบยืมใช้งานระยะสั้นเพียง 6 เดือน แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินอนาคตของนักเตะอย่างชัดเจน ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ว่าจะอยู่กับทีมต่อไปหรือไม่ในระยะยาว

ใจแกร่ง!’อาร์เตต้า’ ชม ‘กาเบรียล’ แก้ตัวยิงตีเสมอพาปืนเฉือนบอร์นมัธ

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือทีมอาร์เซน่อล ออกโรงชื่นชมความแข็งแกร่งทางจิตใจของ กาเบรียล มากัลเญส หลังแนวรับชาวบราซิเลียนตอบสนองต่อความผิดพลาดด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ช่วยทีมบุกเอาชนะ บอร์นมัธ 3-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก

เกมนี้ กาเบรียล ลงเป็นตัวจริงแต่กลับมีส่วนกับการเสียประตูตั้งแต่นาทีที่ 9 เมื่อจ่ายบอลพลาดไปเข้าทาง อีวานิลซอน ได้ยิงในเขตโทษ ส่งให้ “ปืนใหญ่” ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อน

อย่างไรก็ตาม เซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัยหนุ่มแก้ตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเติมขึ้นมายิงประตูตีเสมอให้ทีม ก่อนที่ เดแคลน ไรซ์ จะเหมาคนเดียวสองประตู พาอาร์เซน่อลพลิกแซงคว้าชัย พร้อมนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยแต้มทิ้งห่าง 6 คะแนน

“กาเบรียล ทำพลาดครั้งใหญ่จนเราเสียประตู แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือวิธีที่เขาตอบสนองหลังจากนั้น ฟอร์มการเล่นของเขาส่งพลังงานบวกไปยังเพื่อนร่วมทีมอย่างชัดเจน”อาร์เตต้ากล่าว

“ฟุตบอลคือการตอบสนองหลังความผิดพลาด คุณต้องมีความจำสั้นมากพอ เพื่อรักษามาตรฐานในระดับท็อปให้ได้อย่างสม่ำเสมอ มันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเรามีเดิมพันสูงในทุกเกม แต่สิ่งที่ กาเบรียล แสดงให้เห็นในวันนี้ ทำให้ผมประทับใจมากจริงๆ”

‘อาร์เตต้า’ ปลุกใจแข้งปืนเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่

มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล ออกโรงกระตุ้นลูกทีมให้ทำลาย “อาถรรพ์หลังปีใหม่” และเดินหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี หลังจากที่ “เดอะกันเนอร์ส” เคยพลาดโอกาสมาแล้วถึง 5 ครั้ง แม้จะครองตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อสิ้นปีปฏิทิน

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา “เดอะ กันเนอร์ส” มักสะดุดทุกครั้งที่จบปีปฏิทินด้วยการเป็นจ่าฝูง โดยพวกเขาเคยพลาดแชมป์มาแล้วถึง 5 หน ในปี 2003, 2008, 2014, 2016 และ 2023 แม้จะเคยคว้าแชมป์ได้ในปี 2004 ก็ตาม ขณะที่ฤดูกาล 2022-23 อาร์เซนอลครองตำแหน่งจ่าฝูงยาวนานถึง 248 วัน แต่สุดท้ายกลับถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงหน้าคว้าแชมป์ไปก่อนจบฤดูกาล 6 นัด

อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 สถานการณ์ดูสดใสกว่าที่เคย เมื่ออาร์เซนอลมีคะแนนนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 4 แต้ม หลังทีมแชมป์เก่าเปิดบ้านเสมอกับซันเดอร์แลนด์ในเกมล่าสุด

เเมื่อถูกสื่อถามถึงสถิติอาถรรพ์ดังกล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเกม อาร์เตต้า ตอบอย่างมั่นใจว่า “มาทำลายสถิตินี้กันเถอะ”

“นั่นคือสิ่งที่พวกเขาถ่ายทอดให้กันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อยู่กับเรา ฝึกซ้อม หรือลงเล่นทุกนัด คุณจะเห็นได้ถึงความปรารถนาของพวกเขา คุณจะเห็นพลังงานที่พวกเขาทุ่มเทลงไป ว่าพวกเขาต้องการมันมากแค่ไหน และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการ”

“ยังเหลือเวลาอีกห้าเดือน และค่อยๆ ทำไปทีละวัน จงสนุกกับกระบวนการที่เราอยู่ ณ จุดนี้ และมุ่งมั่นต่อไป”

อกหัก!เผย ‘ราฮีม’ เมินซบขุนค้อนเปิดโอกาสให้เจ้าสัว

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แนวรุกตกอับของ เชลซี ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ต้องการยืมตัวเขาไปร่วมทีมในช่วงตลาดหน้าหนาว แต่ยังเปิดทางสำหรับการย้ายไปอยู่กับ ฟูแล่ม หากเงื่อนไขเหมาะสม

ปีกทีมชาติอังกฤษกำลังมองหาทางย้ายออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมชุดใหญ่และต้องแยกซ้อมตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล โดยเขากับ อักเซล ดิซาซี่ คือสองแข้งที่ยังคงตกค้างจากกลุ่มที่ถูกเรียกว่า “bomb squad” ซึ่งต่างต้องการโอกาสลงสนามกับสโมสรใหม่

เวสต์แฮม ได้ติดต่อหา เชลซี เพื่อขอยืมตัว สเตอร์ลิ่ง ไปใช้งานในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ทว่าแข้งวัย 31 ปี ไม่สนใจดีลยืมตัวแบบไม่มีอนาคตถาวร ขณะที่ “สิงห์บลูส์” เองก็ต้องการปล่อยนักเตะแบบขายขาด หรืออย่างน้อยเป็นสัญญายืมตัวที่มีเงื่อนไขบังคับซื้อ

ก่อนหน้านี้ สเตอร์ลิ่ง เคยตกเป็นข่าวกับ คริสตัล พาเลซ และ ฟูแล่ม มาแล้วในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเจ้าตัวยังคงต้องการค้าแข้งในกรุงลอนดอนต่อไป รายงานจาก เดอะ ไทม์ส ระบุว่าเขาเปิดกว้างกับการย้ายไปเล่นให้ “เจ้าสัวน้อย” และดีลดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ หาก ฟูแล่ม สามารถปล่อย อาดาม่า ตราโอเร่ ออกจากทีม หลังได้รับความสนใจจาก เวสต์แฮม เช่นกัน

ฤดูกาลนี้ สเตอร์ลิ่ง ยังไม่ได้ลงสนามในเกมทางการแม้แต่นัดเดียว ส่วนซีซั่นก่อนเขาถูกปล่อยให้ อาร์เซน่อล ยืมตัว และทำได้ 1 ประตูจากการลงเล่น 28 นัด

อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2022 โดยมีสัญญายาวถึงปี 2027 และรับค่าเหนื่อยสูงถึงราว 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ยังไม่สนุก!’แฟร้งค์’ รับคุมไก่ต้องอดทนเพื่ออนาคต

โธมัส แฟร้งค์ เฮดโค้ชท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ยอมรับตามตรงว่ายังไม่รู้สึกสนุกกับการทำงานในช่วงเวลานี้ หลังต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลงานในสนามที่ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของแฟนบอล อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวเดนมาร์กมั่นใจว่าความยากลำบากในระยะเริ่มต้น จะกลายเป็นบทเรียนล้ำค่าในอนาคต

สถานการณ์ของสเปอร์สยิ่งตึงเครียดขึ้น หลังเกมพรีเมียร์ลีกวันปีใหม่ที่ทำได้เพียงบุกเสมอ เบรนท์ฟอร์ด 0-0 โดยระหว่างการแข่งขัน แฟนบอลทีมเยือนถึงกับร้องเพลงแซวว่า “น่าเบื่อ น่าเบื่อ สเปอร์ส” สะท้อนความไม่พอใจต่อรูปแบบการเล่นของทีมในเวลานี้

แฟร้งค์ เปิดใจว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของแฟนบอลเป็นอย่างดี และยอมรับว่าตัวเขาเองก็ไม่พอใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ยังเชื่อมั่นว่าการอดทนในช่วงสั้น ๆ จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว

“ถ้าถามกันตรง ๆ ตอนนี้ผมยังไม่สนุกกับงานนี้” แฟร้งค์ กล่าว

“แต่ถ้ามองในภาพรวม มันคือสิทธิพิเศษอย่างมากที่ได้คุมสโมสรระดับนี้ ในช่วงเวลาที่กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ มีคนบอกผมว่าแค่ระดับผู้บริหาร สโมสรเปลี่ยนไปแล้วถึง 8 คน”

เฮดโค้ชวัย 51 ปี ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นถือว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์สโมสรอันยาวนานกว่า 140 ปี แต่ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าศักยภาพของทีมยังมีอยู่สูงมาก

“มันคือช่วงเวลาที่โหด แต่ผมรอวันที่จะหันกลับมามองมัน แล้วบอกตัวเองว่านี่คือบทเรียนครั้งใหญ่ และวันนั้นผมจะมีความสุขกับมัน”

“ตอนที่ต้องฝืนวิ่ง มันไม่สนุกหรอก แต่เรารู้ว่าต้องทำ เพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น หรือเพื่อชัยชนะ”

“ตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงนั้น ต้องกัดฟัน ต้องวิ่งต่อไป มันคือมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น และแม้ตอนนี้จะเป็นช่วงกิโลเมตรที่หนักที่สุด แต่เราก็ต้องก้มหน้าแล้วไปต่อ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า”

ไม่น่าเชื่อ!’เป๊ป’ มองสิงห์พลาดปลด ‘มาเรสก้า’

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาแสดงความเห็นต่อการแยกทางอย่างกะทันหันระหว่างเชลซีกับเอ็นโซ มาเรสก้า โดยระบุว่า “สิงห์บลูส์” ได้เสียกุนซือและบุคคลที่ยอดเยี่ยมไป โดยคำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นในงานแถลงข่าวก่อนเกมพรีเมียร์ลีกที่จะพบกันในวันอาทิตย์นี้

อนาคตของ มาเรสก้า เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่ เชลซี จะยืนยันการยุติบทบาทของกุนซือรายนี้แบบสายฟ้าแลบ ส่งผลให้ “สิงห์บลูส์” ต้องลงสนามโดยไม่มีกุนซือถาวรในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะพบกับ แมนฯ ซิตี้

“จากมุมมองของผม เชลซี ได้เสียทั้งกุนซือและคนที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อไปแล้ว แต่ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของผู้บริหารสโมสร ผมคงพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้”กวาร์ดิโอล่ากล่าวถึงมาเรสก้า

“ในฟุตบอลไม่มีอะไรน่าเซอร์ไพรส์ มันยิ่งตอกย้ำว่าผมโชคดีแค่ไหนกับสโมสรที่ผมอยู่ ที่นี่คือสโมสรที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า มาเรสก้า ถูกมองเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะรับช่วงต่อจาก กวาร์ดิโอล่า ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวสเปนย้ำชัดถึงสถานะของตนเองว่า

“ผมยังมีสัญญาอยู่ ผมพูดเรื่องนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ผมอยู่ที่นี่มา 10 ปี แน่นอนว่าสักวันผมจะจากไป แต่ตอนนี้ผมยังอยากสู้เพื่อทีมของผม”

“ผู้บริหารเคารพผม และพวกเขาพิสูจน์แล้วจากการหนุนหลังผมในช่วงที่เราชนะใครไม่ได้อยู่หลายเดือน ผมยังมีสัญญาอีกหนึ่งปี และผมมีความสุขกับสโมสรแห่งนี้ ดังนั้นเรารอดูกันต่อไป”

รอผมก่อน!’มูดริก’ ส่งสารไม่ยอมแพ้คดีสารกระตุ้น

มิคายโล มูดริก ปีกชาวยูเครนของเชลซี ออกมาส่งข้อความถึงแฟนบอลในวันปีใหม่ ขอให้พวกเขาอย่าเพิ่งหมดหวังในตัวเขา พร้อมยืนยันว่าเจ้าตัวยังไม่ยอมแพ้ แม้จะถูกแบนจากการตรวจพบสารต้องห้ามครบ 12 เดือน และกำลังรอผลการตัดสินคดีอยู่

ปีกวัย 24 ปี ย้ายจาก ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค มาร่วมทัพ “สิงห์บลูส์” ด้วยค่าตัวสูงถึง 88 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนมกราคม 2023 แต่ยังไม่ได้ลงสนามให้ทีมเลยนับตั้งแต่เกมยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2024

มูดริก ถูกสั่งพักแข้งชั่วคราวในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน หลังผลตรวจพบสารต้องห้าม ก่อนที่สมาคมฟุตบอลจะตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งเจ้าตัวออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเก็บตัวเงียบเป็นส่วนใหญ่ นับจากนั้นมีเพียงการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียเป็นครั้งคราว

ล่าสุด แข้งทีมชาติยูเครนได้โพสต์ข้อความถึงแฟนบอลในวันขึ้นปีใหม่ แสดงความขอบคุณต่อกำลังใจที่ได้รับ พร้อมยืนยันว่าเขายังไม่ยอมแพ้

“สวัสดีปีใหม่แฟนๆ ทุกคน ผมอยากขอบคุณสำหรับการสนับสนุน ผมเห็นทุกข้อความและซาบซึ้งมาก ดังนั้นได้โปรดอย่าถอดใจในตัวผม เพราะผมเองก็ไม่เคยยอมแพ้ในตัวเอง หวังว่าจะได้เจอทุกคนอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้”

ทั้งนี้ หากมีการพิสูจน์ได้ว่า มูดริก ใช้สารต้องห้ามจริง เขาอาจต้องเผชิญโทษแบนยาวสูงสุดถึง 4 ปี ขณะที่กระบวนการพิจารณาคดียังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด

พาเลสเปิดตัว ‘จอห์นสัน’ จากไก่ค่าตัวสถิติสโมสร 35 ลป.

คริสตัล พาเลซ เริ่มต้นเสริมทัพสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะช่วงหน้าหนาวด้วยความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา หลังบรรลุข้อตกลงคว้าตัว เบรนแน่น จอห์นสัน ปีกความเร็วสูงของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มาร่วมทีมด้วยค่าตัวราว 35 ล้านปอนด์

“ปราสาทเรือนแก้ว” มองหาการเพิ่มมิติในแนวรุกเป็นเป้าหมายหลัก และชื่อของ จอห์นสัน คือเป้าหมายอันดับแรก โดยฝั่ง สเปอร์ส ก็พร้อมเปิดทางให้ย้ายทีม หลังแข้งวัย 24 ปีไม่ใช่ตัวหลักในแผนการทำทีมของ โธมัส แฟรงค์

การเจรจาระหว่างสองสโมสรเป็นไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงค่าตัวที่ประมาณ 35 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับการย้ายทีมของปีกทีมชาติเวลส์รายนี้

จอห์นสัน เดินทางไปพบและพูดคุยกับ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เฮดโค้ชของพาเลซ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนจะตกลงเซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปีครึ่ง พร้อมรับเสื้อหมายเลข 11 อย่างเป็นทางการ

การย้ายทีมครั้งนี้เกิดขึ้นทันเวลา ทำให้ จอห์นสัน มีลุ้นถูกใส่ชื่อในทีมสำหรับเกมพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญ ที่คริสตัล พาเลซ จะบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์นี้

“ผมตื่นเต้นและมีความสุขมาก พาเลซ เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยม และเป็นหนึ่งในทีมที่ผมชื่นชมมาโดยตลอด” จอห์นสัน กล่าว

“การได้ย้ายมาที่นี่และมีส่วนร่วมกับเส้นทางของสโมสร ถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับผมจริงๆ”

สำหรับ เบรนแน่น จอห์นสัน เป็นผลผลิตจากอคาเดมีของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ โดยฤดูกาล 2021/22 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกที่เขาลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว เจ้าตัวมีส่วนสำคัญพาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ด้วยผลงาน 16 ประตูจาก 46 นัดในลีก

ฤดูกาลถัดมา จอห์นสัน ทำได้ 10 ประตูจาก 44 นัดรวมทุกรายการ จนเป็นเหตุให้ สเปอร์ส ตัดสินใจคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวราว 47.5 ล้านปอนด์

แข้งทีมชาติเวลส์รายนี้ยังเป็นดาวซัลโวของ “ไก่เดือยทอง” ในฤดูกาลที่ผ่านมา จากผลงาน 18 ประตูใน 51 นัด และเป็นผู้ทำประตูสำคัญพาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกอีกด้วย

‘สล็อท’ ชม ‘โจนส์’ วิ่งไม่มีหมดยืนระยะครบ 90 นาทีทุกเกม

อาร์เน่ สล็อท กุนซือของลิเวอร์พูล ออกโรงยกย่องผลงานของ เคอร์ติส โจนส์ มิดฟิลด์ลูกหม้อที่ก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักในแดนกลางของทีมอย่างเต็มตัว หลังได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในศึกพรีเมียร์ลีกติดต่อกันถึง 4 นัด และลงเล่นครบ 90 นาทีทุกเกม

กุนซือชาวดัตช์มองว่า จุดเด่นที่สุดของ โจนส์ คือความกล้าเล่นและความกระหายที่จะมีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา รวมถึงสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจ ก่อนที่ “หงส์แดง” จะเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด

“จุดเด่นที่สุดของเคอร์ติสคือเขาเป็นนักเตะที่อยากได้บอลตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ยากแค่ไหนก็ตาม ซึ่ง 99 จาก 100 ครั้ง มันเป็นเรื่องที่ดีมาก” สล็อท กล่าว

“แม้บางจังหวะผมอาจคิดว่าการถอยออกมาห่างบอลหรือไม่เสี่ยงในพื้นที่อันตรายอาจฉลาดกว่า แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขารับมือกับความกดดันได้”

สล็อทยกตัวอย่างถึงเกมกับวูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่ง โจนส์ ถูกผู้เล่นคู่แข่งรุมกดดันบริเวณมุมธง แต่ยังเอาตัวรอดพร้อมจ่ายบอลให้ ไรอัน กราเฟนเบิร์ค ได้อย่างยอดเยี่ยม

นอกจากนี้ เฮดโค้ชลิเวอร์พูลยังเน้นย้ำถึงความฟิตของกองกลางวัย 24 ปีว่าเป็นสิ่งที่น่าพอใจที่สุด

“สิ่งที่ผมแฮปปี้มากคือเรื่องสภาพร่างกาย เขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถเล่นเต็ม 90 นาทีได้ติด ๆ กัน 4-5 นัด โดยไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเลย”

“แน่นอนว่าเขาได้เล่นเต็มเกมเพราะผลงานเขาดีจริง ๆ แต่ถ้าคุณหันไปดูม้านั่งสำรองตอนนี้ คุณแทบจะไม่เห็นกองกลางที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกเกิน 10 นาทีเลยด้วยซ้ำ”

“นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงภูมิใจกับผลงานของทีมมากในช่วงนี้ เพราะถ้าเราสะดุด ผู้คนก็คงจะพูดถึงนักเตะที่บาดเจ็บกันไม่หยุด แต่พอเรายังชนะต่อเนื่อง ทุกอย่างก็เงียบไป… สงสัยทุกคนจะมัวแต่พูดเรื่องเงินที่เราใช้ซื้อนักเตะกันหมดแล้วล่ะ!”