Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘อโมริม’ ชื่นชม ‘ฮอยลุนด์’ หลังปลดล็อกประตูสำเร็จ

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถยุติสถิติไร้สกอร์ที่ยาวนานของตัวเองได้สำเร็จในเกมที่ทีมเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ โดย รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” ออกมากล่าวชื่นชมผลงานของดาวยิงรายนี้ พร้อมเผยความเสียดายที่โมเมนตัมของทีมต้องสะดุดลงชั่วคราวเนื่องจากช่วงพักเบรกทีมชาติ

ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นไฮไลท์ที่สามในรอบสัปดาห์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อโมริมยอมรับว่า การหยุดชะงักจากโปรแกรมทีมชาติเป็นสิ่งที่เขาเสียใจเพียงเรื่องเดียวในตอนนี้

อโมริมกล่าวถึงฮอยลุนด์ว่า “มันสำคัญมากสำหรับราสมุส เขากำลังทำทุกอย่างได้อย่างถูกต้อง ทั้งการช่วยทีมและการต่อสู้เพื่อแย่งบอลในทุกจังหวะ ประตูที่เขาทำได้นั้นยอดเยี่ยมมาก ผมเชื่อว่าเขาเหมาะสมที่จะได้รับสิ่งนี้มากกว่าใคร ๆ”

“การยิงประตูแบบนั้นมันยาก โดยเฉพาะการใช้เท้าขวาในจังหวะแบบนั้น แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือเราต้องหยุดชั่วคราวในช่วงที่ทีมกำลังมีความมั่นใจ เพราะตารางทีมชาติเข้ามาแทรก”

ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสยังเผยว่า “วันนี้เห็นได้ชัดว่านักเตะของผมเริ่มถึงขีดจำกัดแล้ว เราจะใช้ช่วงพักนี้ให้เป็นประโยชน์เพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย เมื่อกลับมา เราจะดีขึ้นแน่นอน มันเหมือนการได้เริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แรก”

‘ฟลิค’ รับแฮปปี้ทีมพลิกแซงตราหมีกลับขึ้นจ่าฝูงลาลีกา

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ศึก ลาลีกา สเปน ดุเดือดสุดขีด เมื่อ บาร์เซโลนา ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค โชว์ฟอร์มสุดยอด พลิกสถานการณ์จากตามหลัง แอตเลติโก มาดริด 0-2 กลับมาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ 4-2 ที่คัมป์ นู ส่งผลให้ “เจ้าบุญทุ่ม” กลับขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง

เกมนี้ แอตเลติโก ของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรง ขึ้นนำไปก่อนถึง 2-0 แต่ บาร์ซ่า ไม่ยอมจำนน และระเบิดฟอร์มในช่วง 20 นาทีสุดท้าย โดยยิง 4 ประตูรวด พลิกเกมกลับมาคว้าชัยชนะได้อย่างน่าทึ่ง ทำเอาแฟนบอลในสนามและกุนซือชาวเยอรมันถึงกับยิ้มไม่หุบ

หลังจบเกม ฟลิค เปิดใจกับสื่อว่า “มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก จากการที่เราตามหลัง 2-0 แต่ด้วยทัศนคติที่ทีมแสดงออกมา เราไม่เคยยอมแพ้เลยในเกมนี้ ผมมีความสุขมากกับลูกทีม เพราะพวกเขาคู่ควรกับชัยชนะครั้งนี้จริงๆ เราเล่นได้ดีมาก และปฏิกิริยาของทีมก็ยอดเยี่ยมสุดๆ”

หนึ่งในฮีโร่ของเกมนี้คือ แฟร์ราน ตอร์เรส กองหน้าตัวสำรองที่ลงมาซัดคนเดียว 2 ประตู ช่วยทีมพลิกสถานการณ์ ซึ่ง ฟลิค ไม่พลาดที่จะชื่นชมลูกทีมคนเก่งรายนี้ “แฟร์ราน ทำได้สุดยอดมาก เขาซ้อมหนักเสมอ และอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม เขาทุ่มเทเต็มที่ทุกครั้งที่ลงสนาม”

นอกจากนี้ กุนซือวัย 60 ปียังยกย่องความทุ่มเทของทีมสำรองว่า “นักเตะที่ลงมาเปลี่ยนเกม พวกเขาฝึกซ้อมได้ดีมาก ตอนนี้เราดูเหมือนจะมี 11 ตัวจริงในใจแล้ว แต่ผู้เล่นบนม้านั่งสำรองก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่ไม่แพ้กัน มันเป็นสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีม”

‘กีมาไรส์’ ปลื้มคว้าแชมป์บาวคัพเปรียบเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิต

บรูโน่ กีมาไรส์ กัปตันทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เปิดใจด้วยความตื้นตันว่าวันนี้คือ “วันที่ดีที่สุดในชีวิต” หลังจากพาทีม “สาลิกาดง” เอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศศึกคาราบาว คัพ ที่สนามเวมบลี่ย์ คว้าแชมป์เมเจอร์ในประเทศครั้งแรกในรอบ 70 ปี นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายในเอฟเอ คัพ ปี 1955

เกมนี้ แดน เบิร์น และ อเล็กซานเดอร์ อิซาค เป็นสองฮีโร่ที่ช่วยกันยิงประตูให้ทีมคว้าชัย โดยกีมาไรส์ มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนวัย 27 ปี ลงเล่นครบ 90 นาที และให้สัมภาษณ์หลังจบเกมด้วยน้ำตาแห่งความสุข พร้อมยกย่องแฟนบอลที่เป็นแรงผลักดันสำคัญ

“วันนี้เราสามารถพูดได้เต็มปากอีกครั้งว่าเราคือแชมป์เปี้ยน ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต” กีมาไรส์ กล่าว “ทุกอย่างนี้ผมยกให้แฟนบอล พวกเขาคู่ควรกับความสำเร็จนี้ ตั้งแต่วันแรกที่ผมย้ายมา ผมบอกว่าอยากสร้างประวัติศาสตร์กับสโมสรแห่งนี้”

“สำหรับแฟน ๆ นี่คือแชมป์ที่มีค่าดั่งฟุตบอลโลก ผมพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ มีคนรุ่นหนึ่งที่เติบโตมาโดยไม่เคยเห็นนิวคาสเซิลคว้าแชมป์ ผมเพิ่งเป็นกัปตันทีมปีแรก แต่ความรู้สึกนี้มันเหลือเชื่อมาก”

เจ้าตัวยังเผยว่านิวคาสเซิลกลายเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของเขาแล้ว “เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน วันที่ผมต้องลาสโมสรนี้ไป ผมหวังว่าแฟนบอลจะร้องเพลงชื่อผม เหมือนที่พวกเขาทำให้ อลัน เชียร์เรอร์ เขาส่งข้อความมาให้กำลังใจผมก่อนเกมด้วย วันนี้ผมอิ่มเอมไปด้วยความรู้สึก”

ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการยุติการรอคอยอันยาวนานของสโมสร แต่ยังเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทีมและแฟนบอล ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาอย่างยาวนาน

อวยสุด!’อาร์เตต้า’ ชู ‘สิงห์’ เกมรุกโหดสุดในพรีเมียร์ลีก

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ออกโรงยกย่อง เชลซี ว่าเป็นทีมที่มีเกมรุกดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกแบบทิ้งห่างคู่แข่ง หลังจากที่ทีมของเขาสามารถเปิดบ้านเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิด 1-0 ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พร้อมทั้งชื่นชมลูกทีมที่แสดงทัศนคติยอดเยี่ยมและเกมรับที่แข็งแกร่ง

ในการสัมภาษณ์หลังจบเกม อาร์เตต้า เผยว่า “ผมพอใจมากกับผลการแข่งขันวันนี้ ผมชอบทัศนคติของลูกทีมตั้งแต่เริ่มเกม เราเล่นอย่างดุดันในจังหวะที่ได้ประตู เราเองก็มีโอกาสหลายครั้งที่ควรจะเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ แต่เมื่อทำไม่ได้ เราก็แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมในเกมรับ ซึ่งทำให้เรามีช่องว่างสำหรับการสวนกลับหลายหน แม้ว่าเราจะพลาดโอกาสเหล่านั้นไปก็ตาม”

กุนซือชาวสเปนยังกล่าวถึงความทุ่มเทของทีมว่า “ลูกทีมวิ่งกลับมาตั้งรับระยะทางกว่า 70 เมตร และแทบไม่ปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสเลย นอกจากจังหวะเซฟสุดพิสดารของ ดาบิด ราย่า ที่ช่วยเราไว้ ผมต้องให้เครดิตกับนักเตะทุกคนในทีมอย่างมาก”

อาร์เตต้า ไม่ลังเลที่จะยกย่องคู่แข่ง โดยระบุว่า “จากมุมมองของผม เชลซี คือทีมที่เกมรุกดีที่สุดในลีกแบบทิ้งห่างทีมอื่นเป็นไมล์ สถิติต่างๆ ก็ยืนยันแบบนั้น ในจังหวะโอเพ่นเพลย์ พวกเขาสามารถฉีกแนวรับคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย และมีความอันตรายในการสวนกลับ แผงกองหลังของ เชลซี ทุกคนสามารถเติมเกมรุกและสร้างโอกาสได้อย่างน่ากลัว”

เขายังกล่าวถึงจุดเด่นของทีมสิงห์บลูส์ว่า “เชลซี มีคุณภาพเฉพาะตัวของผู้เล่นสูงมาก พวกเขาสามารถประสานงานกันได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะขาดผู้เล่นหลักบางคนไปก็ตาม”

เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่ เชลซี จะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในฤดูกาลหน้า อาร์เตต้า ตอบอย่างมั่นใจว่า “แน่นอน ถ้าพวกเขาไม่ต้องลงเล่นในวันพฤหัสบดี (บอลถ้วยยุโรป) และสามารถลดปัญหาอาการบาดเจ็บลงได้ เชลซี จะเป็นทีมที่มีลุ้นแน่นอน เพราะพวกเขามีทั้งผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมและขุมกำลังนักเตะคุณภาพสูง”

รอลุ้นอีกครั้ง!’อโมริม’ เผยยังต้องรอเช็กอาการเจ็บ ‘เฮฟเว่น’

รูเบน อโมริม กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความกังวลต่ออาการบาดเจ็บของ เอย์เดน เฮฟเว่น กองหลังดาวรุ่งพุ่งแรง หลังเจ้าตัวถูกหามออกจากสนามในเกมที่ทีมบุกไปถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ 3-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ดาวเตะวัยรุ่นรายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในนัดที่เจอกับ อาร์เซน่อล และ เรอัล โซเซียดาด ก่อนจะมาเคาะสนิมความยอดเยี่ยมต่อในครึ่งแรกของเกมนี้ ทว่าเพียงแค่ต้นครึ่งหลัง เฮฟเว่น ต้องเผชิญชะตากรรมน่าเห็นใจ เมื่อปะทะกับ แพตสัน ดาก้า หัวหอกของเลสเตอร์ จนได้รับบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกทันที โดย โทบี้ คอลลีเยอร์ ถูกส่งลงมาแทนในนาทีที่เกมหยุดไปราว 5 นาที

หลังจบเกม อโมริม เปิดเผยว่า ทีมยังไม่สามารถสรุปความรุนแรงของอาการบาดเจ็บได้ในทันที และต้องรอผลการตรวจอย่างละเอียดในสัปดาห์นี้ “เรายังต้องรอประเมินอาการของเขาอีกครั้ง เอย์เดน ยังเด็กมาก และยังบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองได้ไม่ชัดเจนนัก ทำให้เรายังไม่รู้ว่ามันร้ายแรงแค่ไหน” กุนซือชาวโปรตุเกสกล่าว

“ตอนนี้เขาดูสงบลงแล้ว แต่เรายังต้องติดตามกันต่อ เป็นเรื่องน่าเสียดายจริง ๆ เพราะเขากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี ถ้าต้องพักยาวก็คงน่าเสียใจมาก ทุกคนในทีมหวังว่าเขาจะฟื้นตัวกลับมาไวๆ”

อโมริม ยังยกย่องผลงานของลูกทีมรายนี้ว่า “เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าเล่นได้ดีแค่ไหน ตั้งแต่เกมกับ อาร์เซน่อล มาจนถึงนัดนี้ ซึ่งถือเป็นบททดสอบที่ยากที่สุดของเขา หลังจากทำได้ดีในเกมเจอ เรอัล โซเซียดาด คนมักจะคาดหวังให้ดาวรุ่งรักษามาตรฐานนั้นไว้ แต่เขาก็มีสมาธิและทำผลงานได้น่าประทับใจมาก ผมหวังจริง ๆ ว่าอาการบาดเจ็บจะไม่รุนแรง”

แพ้ที่แผน!’สล็อท’ เผยหงส์ตามเกมนิวไม่ทันทำชวดแชมป์บาวคัพ

อาร์เน่ สล็อท นายใหญ่ลิเวอร์พูล ออกมาเปิดเผยว่าทีมของเขาถูกดึงให้เล่นตามสไตล์ของคู่แข่ง ทำให้พลาดท่าพ่ายนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 2-1 ในนัดชิงคาราบาว คัพเมื่อคืนที่ผ่านมา

กุนซือชาวดัตช์วัย 46 ปี กล่าวหลังจบเกมว่า นิวคาสเซิลใช้ “เกมธรรมชาติ” ที่เน้นการปะทะทางร่างกายและความแข็งแกร่งในการดวลตัวต่อตัว ซึ่งทำให้ลิเวอร์พูลเสียเปรียบตลอดทั้งเกม “เราโดนพวกเขาเล่นงานในแบบที่พวกเขาถนัด มันไม่เกี่ยวกับการวิ่งหรือความเข้มข้น แต่วันนี้เป็นเรื่องของการดวลกัน และเราตกเป็นรอง” สล็อทระบุ

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้นิวคาสเซิลคว้าแชมป์รายการใหญ่ในประเทศได้เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ขณะที่ลิเวอร์พูลต้องเผชิญกับความผิดหวังเป็นนัดที่สองติดต่อกัน หลังจากเพิ่งตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยน้ำมือของปารีส แซงต์-แชร์กแมง

“ผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นน่าผิดหวังมาก มันต่างจากเกมที่เราแพ้เปแอสเชโดยสิ้นเชิง การแพ้สองนัดติดเป็นครั้งแรกของเราในฤดูกาลนี้ แต่บางทีมันอาจเป็นเพราะเราอยู่ในช่วงท้ายของการแข่งขันที่หนักหน่วง” สล็อทกล่าวเสริม

เขายังวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า “เกมวันนี้ช้าลงเกินไป ไม่มีความเข้มข้นที่เราต้องการ นิวคาสเซิลข้ามการเพรสซิ่งของเราได้หมด และบังคับให้เราเล่นในแบบที่พวกเขาถนัด ทั้งการต่อสู้และการปะทะกันหนักๆ ซึ่งไม่ใช่จุดแข็งของเราในวันนี้”

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้แฟนบอลหงส์แดงต้องรอคอยถ้วยแชมป์ต่อไป ขณะที่นิวคาสเซิลฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ที่เวมบลีย์

อย่ากังวล!’เป๊ป’ มั่นใจเรือดีพอคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดเผยว่า เขาสัมผัสได้ถึงความกังวลและแรงกดดันจากแฟนบอลในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม หลังทีมทำผลงานสะดุด แต่ยังคงเชื่อมั่นว่า “เรือใบสีฟ้า” จะสามารถคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

ในเกมล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์เก่า บุกไปเสมอกับไบรท์ตัน ทีมคู่แข่งในการลุ้นโควต้าถ้วยยุโรป ด้วยสกอร์ 2-2 ทำให้พลาดโอกาสกลับขึ้นไปอยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ของตารางพรีเมียร์ลีก สถานการณ์นี้สร้างความผิดหวังให้กับทั้งทีมและกองเชียร์

เป๊ป ยอมรับว่า บรรยากาศในสนามบ้านเกิดความตึงเครียดที่เห็นได้ชัด “แน่นอนว่าทุกคนรู้สึกถึงมัน” เขากล่าวหลังจบการแข่งขัน

“ความกดดันมีอยู่จริง เราต้องยอมรับสิ่งนี้ และทีมต้องตอบสนองด้วยผลงานที่ดีกว่านี้ เมื่อนั้นแฟน ๆ จะกลับมาสนับสนุนเราเหมือนเดิม”

“ในวันที่ทีมฟอร์มดี แฟนบอลพร้อมอยู่เคียงข้างเราเสมอ แต่เมื่อผลงานไม่เป็นไปตามนั้น พวกเขาก็แสดงความรู้สึกออกมา ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ” กุนซือชาวสเปนกล่าวเสริม

ถึงแม้สถานการณ์จะท้าทาย แต่เป๊ป ยังคงแสดงความมั่นใจในศักยภาพของทีมที่มีโปรแกรมเหลืออีก 9 นัดในฤดูกาลนี้ “ผมมั่นใจในทีมเสมอ ผมมีประสบการณ์กับเรื่องแบบนี้มาเยอะ” เขากล่าวอย่างหนักแน่น “บางครั้งผมอาจมีช่วงที่สงสัยบ้าง แต่สุดท้ายผมก็มองเห็นหนทางและคิดในแง่บวกได้เสมอ”

“มันจะไม่ง่ายแน่นอน มีหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เรายังมี 9 เกมข้างหน้า ซึ่งผมมองว่าเหมือน 9 นัดชิงชนะเลิศ เราจะสู้เพื่อเป้าหมายของเรา” เป๊ป ทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น

รักที่นี่!ลือหนัก ‘แอนโทนี’ ติดใจพร้อมย้ายซบเบติสถาวร

มีรายงานว่า แอนโทนี ปีกตัวแพงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมผลักดันการย้ายทีมแบบถาวรไปยัง เรอัล เบติส หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในช่วงยืมตัว

ดาวเตะชาวบราซิลที่ได้รับฉายาว่า “เอล เบย์เบลด” ย้ายจาก อาแย็กซ์ มาร่วมทัพ “ปีศาจแดง” ด้วยค่าตัวสูงถึง 82 ล้านปอนด์ แต่กลับไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ ส่งผลให้เขาตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แอนโทนี ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เรอัล เบติส ด้วยสัญญายืมตัว และสามารถระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกลาลีกา โดยทำไปถึง 4 ประตูและ 4 แอสซิสต์ ซึ่งผลงานดังกล่าวทำให้ทีมดังจากแดนกระทิงดุต้องการคว้าตัวเขาไว้กับทีมแบบถาวรในฤดูกาลหน้า

ตามการเปิดเผยของ The Sun ระบุว่า แอนโทนี เองก็ปรารถนาที่จะค้าแข้งในสเปนต่อไป โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดนักเตะเผยว่าเขาต้องการอยู่กับ เรอัล เบติส อย่างยาวนาน ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เรอัล โซเซียดาด อีกหนึ่งทีมจากลาลีกาก็กำลังจับตาสถานการณ์ของเขาอยู่เช่นกัน

ด้วยสถานการณ์ทางการเงินที่ย่ำแย่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน คาดว่าสโมสรอาจพิจารณาปล่อยตัว แอนโทนี ออกไป หากมีข้อเสนอที่น่าสนใจยื่นเข้ามา แม้ว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับการขาดทุนก้อนโตจากค่าตัวมหาศาลที่เคยจ่ายไปในการคว้าตัวเขามาร่วมทีมก็ตาม

เล็งไว้ก่อน!เผยปืนเตรียมเดินหน้าล่าตัว ‘นิโก้’ เสริมเกมรุกซัมเมอร์นี้

มีรายงานว่า อาร์เซน่อล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก ได้เริ่มต้นการเจรจากับตัวแทนของ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ ปีกฟอร์มร้อนแรงจาก แอธเลติก บิลเบา เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการคว้าตัวมาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” กำลังมองหาตัวเลือกใหม่ในแนวรุก หลังจากที่ฤดูกาลนี้ทีมประสบปัญหาการขาดแคลนผู้เล่นในแดนหน้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ โดยตามรายงานจากสื่อดังอย่าง Bild ระบุว่า อาร์เตต้า ได้วางตัว วิลเลี่ยมส์ เป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ เพื่อยกระดับเกมรุกของทีม

ล่าสุด อาร์เซน่อล ได้เริ่มเปิดฉากพูดคุยกับตัวแทนของดาวเตะวัย 22 ปีแล้ว เพื่อหารือถึงเงื่อนไขและโอกาสในการย้ายทีม ซึ่งแหล่งข่าวเผยว่า “ปืนใหญ่” หวังใช้โอกาสนี้ปิดดีลให้ได้ในราคาที่สมเหตุสมผล โดยค่าฉีกสัญญาของ วิลเลี่ยมส์ อยู่ที่ราว 48-67 ล้านปอนด์ หาก อาร์เซน่อล สามารถเจรจาลงตัวในราคาต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ได้ ก็นับว่านี่จะเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสร

อย่างไรก็ตาม การคว้าตัว วิลเลี่ยมส์ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อมีคู่แข่งอย่าง บาเยิร์น มิวนิค, เชลซี และ ลิเวอร์พูล ที่ต่างก็จับตามองสถานการณ์ของปีกทีมชาติสเปนรายนี้อยู่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ บาเยิร์น ที่กำลังมองหาผู้เล่นริมเส้นคนใหม่มาเสริมทัพ

ถึงแม้ว่าในฤดูกาลนี้ วิลเลี่ยมส์ จะยังไม่สามารถระเบิดฟอร์มได้เทียบเท่ากับช่วงที่พาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยูโร 2024 แต่เขาก็ยังคงโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการยิงไป 4 ประตู และทำ 5 แอสซิสต์ ในศึกลาลีกากับ แอธเลติก บิลเบา ซึ่งทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมที่หลายทีมทั่วยุโรปต้องการตัว

งงต่อไป!’เป๊ป’ ไม่เผยสาเหตุหลังเลือกเปลี่ยน ‘แบร์นาร์โด้’ ออกไว

ความเคลือบแคลงเกิดขึ้นในหมู่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมคนเก่ง ตัดสินใจเปลี่ยนตัว แบร์นาร์โด้ ซิลวา ออกระหว่างเกมที่เสมอกับ ไบรท์ตัน 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยที่ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าว

ในเกมนี้ แบร์นาร์โด้ ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองในนาทีที่ 58 แต่หลังจากลงเล่นได้เพียง 18 นาที เขากลับถูกเปลี่ยนตัวออก โดยที่เจ้าตัวไม่ได้แสดงอาการบาดเจ็บใด ๆ ซึ่งสร้างความงุนงงให้กับทั้งแฟนบอลและนักวิเคราะห์ฟุตบอล

เมื่อถูกสื่อถามถึงเหตุผลหลังจบเกม กวาร์ดิโอล่า ตอบแบบคลุมเครือว่า “ผมยังไม่รู้เลย ผมยังไม่ได้คุยกับทีมแพทย์ แต่ แบร์นาร์โด้ เป็นคนที่แข็งแกร่งมาก” คำตอบดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับแท็คติกและการบริหารทีมของกุนซือชาวสเปน

เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ หวังเก็บสามแต้มเพื่อขยับขึ้นไปอยู่ในกลุ่มท็อปโฟร์ แต่สุดท้ายต้องจบลงด้วยการแบ่งแต้มกับ ไบรท์ตัน ด้วยสกอร์ 2-2 กวาร์ดิโอล่า กล่าวถึงภาพรวมของเกมว่า “มันเป็นเกมที่สูสีมาก ผมรู้ดีว่าเรากำลังอยู่ในช่วงปรับตัว นักเตะทุกคนทุ่มเทเต็มที่ เราได้หนึ่งแต้ม และต้องมองไปข้างหน้า”

นอกจากนี้ เขายังชื่นชมผลงานของทีม โดยเฉพาะนักเตะดาวรุ่งและเกมรับที่ทำได้ดี “ผมยังมั่นใจในทีมเสมอ โดยเฉพาะดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ เกมรับของเราก็ฉลาดมาก วันนี้เรามีโอกาสชนะ แต่ก็น่าเสียดายที่ทำไม่ได้” เป๊ป กล่าวทิ้งท้าย

การตัดสินใจเปลี่ยนตัวครั้งนี้ รวมถึงผลการแข่งขันที่ไม่เป็นไปตามเป้า ทำให้แฟนบอลจับตาดูว่า กวาร์ดิโอล่า จะแก้เกมและพาทีมกลับมาคว้าชัยในนัดต่อ ๆ ไปได้หรือไม่ โดยโปรแกรมถัดไปของแมนฯ ซิตี้ จะต้องเจอกับความท้าทายที่ไม่ง่ายเช่นกัน

เล่นแค่ 10 นาที!’อัลลี’ ช็อกคัมแบ็กรอบ 2 ปี แต่โดนใบแดง

เดเล่ อัลลี มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ กลับมาลงสนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 748 วัน แต่กลายเป็นฝันร้าย เมื่อเขาถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเวลาไม่ถึง 10 นาที หลังลงมาเป็นตัวสำรองให้กับ โคโม่ ในเกมที่บุกไปพ่าย เอซี มิลาน 2-1 ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

เหตุการณ์วุ่นวายนี้ยังลุกลามถึงข้างสนาม เมื่อ เชสก์ ฟาเบรกัส กุนซือของโคโม่ ออกอาการไม่พอใจจนถูกผู้ตัดสินชูใบแดงไล่ออกตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจบเกม ฟาเบรกัส ให้สัมภาษณ์อย่างใจเย็น โดยยอมรับว่าการตัดสินของกรรมการนั้น “ชัดเจน” และไม่ติดใจอะไร

“เดเล่ อัลลี เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการทำประตู แต่บางทีวันนี้อาจไม่ใช่วันของเขา เขาเพิ่งกลับมาร่วมซ้อมกับเราได้แค่ 2 สัปดาห์ และยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ” ฟาเบรกัส กล่าว

กุนซือชาวสเปนยังวิจารณ์ลูกทีมอย่างตรงไปตรงมาว่า “อัลลี ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ซึ่งเราไม่ควรเห็นจากผู้เล่นที่มีประสบการณ์แบบเขา การทำให้ทีมเหลือ 10 คน ในช่วงเวลาที่เรากำลังลุ้นตีเสมอนั้น เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้”

“นี่คือจุดบอดที่ใหญ่ที่สุดของเราในเกมนี้ แต่เราจะไม่จมอยู่กับมัน ทีมต้องเดินหน้าต่อไป ไม่มีอะไรต้องพูดมากกว่านี้” ฟาเบรกัส ทิ้งท้าย

การคัมแบ็กที่ควรจะเป็นโมเมนต์แห่งการเฉลิมฉลองของเดเล่ อัลลี กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง ขณะที่โคโม่ยังต้องลุ้นหนักเพื่อความอยู่รอดในลีกสูงสุดของอิตาลีต่อไป

เหนื่อยเกิน!’อันเช่’ ขู่บอยคอตหากราชันได้พักไม่ถึง 72 ชม.

คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด ออกโรงประกาศกร้าวว่า “ราชันชุดขาว” จะไม่ยอมลงสนามอีก หากต้องเผชิญตารางแข่งขันที่ให้เวลาพักฟื้นตัวน้อยกว่า 72 ชั่วโมง หลังทีมต้องลงเตะต่อเนื่องแบบหามรุ่งหามค่ำในช่วงที่ผ่านมา

ความไม่พอใจของกุนซือชาวอิตาเลียนปะทุขึ้น หลังเกมล่าสุดที่เรอัล มาดริด บุกเฉือน บีญาร์เรอัล 2-1 ในศึกลาลีกา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 66 ชั่วโมง หลังจากที่พวกเขาเพิ่งผ่านสมรภูมิหนักในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ แอตเลติโก้ มาดริด ที่ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

อันเชล็อตติ เผยว่า ทีมเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อลาลีกา โดยอ้างถึงแนวทางของฟีฟ่าในปี 2023 ที่ระบุว่านักเตะควรได้รับเวลาพักอย่างน้อย 72 ชั่วโมงระหว่างแมตช์ เพื่อรักษาสภาพร่างกายและป้องกันอาการบาดเจ็บ

“ทีมนี้มีสิ่งพิเศษ ทั้งความมุ่งมั่นและหัวจิตหัวใจ” อันเชล็อตติ กล่าวชื่นชมนลูกทีมหลังชัยชนะเหนือบีญาร์เรอัล “เราใส่เต็มที่ในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังนักเตะหมดแรงกันหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก ชัยชนะนัดนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความลึกของทีมเรา”

“ต้องขอบคุณนักเตะทุกคนที่ทุ่มเทมาตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม แต่ผมขอย้ำว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เรายอมลงเล่นโดยมีเวลาพักน้อยกว่า 72 ชั่วโมง เราเคยร้องขอให้ลาลีกาปรับตารางแข่งถึงสองครั้ง แต่ไม่มีการตอบสนองใดๆ” เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเดือดดาล

หากเรอัล มาดริด เดินหน้าประท้วงจริง อาจกลายเป็นประเด็นร้อนที่เขย่าวงการฟุตบอลสเปน และจุดกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูปโปรแกรมการแข่งขันในอนาคต