Home 365kubx
LINE: @365KUBx

งานหยาบ!’ปาเยต์’ ถูกแฉนอกใจภรรยาลักลอบมีสัมพันธ์ทนายสาวชาวบราซิล

ดิมิทรี ปาเยต์ อดีตดาวเตะชื่อดังของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่าเขาได้แอบมีความสัมพันธ์ลับกับหญิงสาวชาวบราซิล ขณะที่เจ้าตัวกำลังค้าแข้งอยู่กับสโมสรวาสโก ดา กามา ในลีกเซเรีย อา ของบราซิล ปัจจุบัน ปาเยต์ วัย 37 ปี ย้ายจากมาร์กเซย ทีมดังในลีกเอิง ฝรั่งเศส มาร่วมทัพวาสโกตั้งแต่ปี 2023

ตามรายงานระบุว่า ลูดิวีน ภรรยาของปาเยต์ ซึ่งเป็นแม่ของลูกทั้ง 4 คนของเขา มักเดินทางจากฝรั่งเศสมาเยี่ยมสามีที่บราซิลเป็นประจำทุก ๆ สามเดือน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อลาริสสา เฟอร์รารี อินฟลูเอนเซอร์และทนายสาวชื่อดังชาวบราซิล วัย 28 ปี ออกมาเปิดเผยว่าเธอได้มีความสัมพันธ์ลับกับดาวเตะชาวฝรั่งเศสรายนี้มานานกว่า 7 เดือน โดยระบุว่าเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากความเหงาของปาเยต์ในช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร

ในแถลงการณ์ที่เฟอร์รารีโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย เธอชี้แจงว่า “ฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเงินเลยสักนิด ฉันไม่มีคำแก้ตัวหรืออะไรจะมาอธิบายได้มากกว่านี้ แต่ที่แน่ ๆ คือ ฉันไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน ไม่เคยทำทั้งในอดีตและตอนนี้ อย่างครั้งล่าสุดที่ไปริโอ ฉันถึงขั้นนั่งรถบัสไปเอง”

เธอกล่าวต่อว่า “ตอนแรกเราไม่ได้ตั้งใจให้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งขนาดนี้ แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น เพราะฉันเพิ่งหย่ามา และเขาก็มักจะรู้สึกเหงาอยู่บ่อย ๆ ความใกล้ชิดทำให้เราเจอกันบ่อยขึ้น ฉันไปบ้านของดิมิทรีทุก ๆ 12 วัน และอยู่ที่นั่นประมาณ 3-4 วัน เขาแสดงความรักกับฉันเสมอ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือผ่านข้อความ ด้วยความรู้สึกที่เรามีให้กันมากขนาดนี้ มันยากที่จะไม่ผูกพัน”

เฟอร์รารียังทิ้งท้ายด้วยการขอโทษครอบครัวของลูดิวีน โดยเฉพาะลูก ๆ ของปาเยต์ พร้อมระบุว่าเธอตัดสินใจจะพักจากโซเชียลมีเดียชั่วคราวเพื่อ “ให้จิตใจได้ผ่อนคลาย” หลังจากกลายเป็นข่าวฉาวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

พร้อมคืนชีพ!ลือปืนเล็งดึง ‘ซาเน่’ จากเสือใต้ฟรีหน้าร้อนนี้

มีรายงานว่า อาร์เซนอล ทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจในการคว้าตัว เลรอย ซาเน่ ปีกความเร็วสูงของ บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก

ซาเน่ วัย 29 ปี ซึ่งเคยร่วมงานกับ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล สมัยที่ทั้งคู่ยังอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของ “ปืนใหญ่” หลังจากที่สัญญาของเขากับ บาเยิร์น มิวนิค กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายนนี้

โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม “เสือใต้” ทำให้เกิดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับอนาคตของแนวรุกทีมชาติเยอรมนีรายนี้อย่างต่อเนื่อง

ตามแหล่งข่าวจากเยอรมนีระบุว่า อาร์เซนอล มองว่า ซาเน่ จะเป็นการเสริมทัพที่สมบูรณ์แบบในตำแหน่งปีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมต้องเผชิญปัญหาการบาดเจ็บของ บูกาโย ซาก้า ดาวเตะตัวหลัก ซึ่งทำให้เห็นถึงการพึ่งพาผู้เล่นในตำแหน่งนี้มากเกินไปในฤดูกาลที่ผ่านมา การเข้ามาของ ซาเน่ อาจช่วยเพิ่มมิติในเกมรุกและลดภาระของซาก้าได้

ในฤดูกาลนี้ ซาเน่ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับ บาเยิร์น มิวนิค โดยยิงไป 9 ประตูและทำอีก 4 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 35 นัด อย่างไรก็ตาม อนาคตของเขากับสโมสรยังคงไม่แน่นอน และช่วงเวลาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะเป็นตัวชี้วัดว่าเขาจะอยู่ต่อหรือย้ายออกจากถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า

หากอาร์เซนอลสามารถคว้าตัว ซาเน่ มาร่วมทีมได้สำเร็จ การกลับมาร่วมงานกับ อาร์เตต้า อาจจุดประกายฟอร์มเก่งของเขาให้กลับมาอีกครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่น่าจับตามองในช่วงซัมเมอร์นี้

ขอลองใหม่!เผยผีเตรียมหวนล่าตัว ‘ลองสตาฟฟ์’ ซัมเมอร์นี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมกลับมาล่าตัว ฌอน ลองสตาฟฟ์ กองกลางของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด อีกครั้งในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ หลังจากที่เคยให้ความสนใจมาแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน

ย้อนกลับไปในปี 2019 สมัยที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ยังคุมทัพ “ปีศาจแดง” เขาเคยพยายามคว้าตัวมิดฟิลด์รายนี้มาเสริมทีม แต่ดีลต้องล่มลง เนื่องจาก นิวคาสเซิ่ล ตั้งค่าตัวไว้สูงถึง 50 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้การเจรจาไม่บรรลุผล

ในฤดูกาลนี้ ลองสตาฟฟ์ วัย 27 ปี กลับได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 8 นัดเท่านั้น และล่าสุดยังถูกดร็อปเป็นสำรองในเกมที่ นิวคาสเซิ่ล เอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 คว้าแชมป์คาราบาว คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สถานการณ์นี้ทำให้อนาคตของเขากับทีม “สาลิกาดง” เริ่มไม่แน่นอน

ตามรายงานจาก Chronicle Live ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน ต่างจับตามองสถานการณ์ของ ลองสตาฟฟ์ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อสัญญาของเขากับ นิวคาสเซิ่ล จะเหลือเพียง 1 ปีในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้ทั้งสองทีมยื่นข้อเสนอในราคาที่สมเหตุสมผล

แม้ว่าจะมีข่าวความสนใจจากทีมอื่น แต่รายงานยังเผยว่า ลองสตาฟฟ์ อาจไม่ต้องการย้ายออกจาก นิวคาสเซิ่ล ซึ่งเป็นทีมที่เขารัก อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ปรารถนาที่จะได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอมากกว่านี้ เพื่อรักษาฟอร์มการเล่นและพัฒนาฝีเท้า

สำหรับ นิวคาสเซิ่ล การปล่อยตัว ลองสตาฟฟ์ ออกไปในช่วงซัมเมอร์นี้อาจกลายเป็นดีลที่สร้างกำไรล้วน ๆ ตามกฎ Profitability and Sustainability Rules (PSR) ของพรีเมียร์ลีก เนื่องจากเขาเป็นเด็กปั้นจากอะคาเดมี่ของสโมสรเอง ซึ่งหมายความว่ารายได้จากการขายจะนับเป็นกำไรทั้งหมด

ของจริง!’แม็คโทมิเนย์’ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมสก็อตแลนด์ 2 ปีซ้อน

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลางตัวเก่งของสโมสร นาโปลี คว้ารางวัลผู้เล่นทีมชาติยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคมนักข่าวฟุตบอลสก็อตแลนด์ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ

ดาวเตะวัย 28 ปี เพิ่งย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่ปั้นเขามาตั้งแต่เด็ก ไปร่วมทัพ นาโปลี เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยลงเล่นใน เซเรีย อา ไปแล้ว 26 นัด ซัดไป 6 ประตู และทำ 4 แอสซิสต์ ช่วยทีมทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

ในระดับทีมชาติ แม็คโทมิเนย์ ยังคงเป็นกำลังหลักของทีมชาติสก็อตแลนด์ ภายใต้การคุมทีมของ สตีฟ คลาร์ก โดยตลอดปี 2024 เขาลงสนามให้ทัพ “ตาร์ตัน” 11 นัด ยิงได้ 3 ประตู ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขาลงเล่นนัดแรกของปี 2025 และเป็นผู้ซัดจุดโทษพาทีมบุกเฉือน กรีซ 1-0 ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม็คโทมิเนย์ เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ โดยเอาชนะคู่แข่งร่วมชาติอย่าง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, บิลลี่ กิลมอร์, เบน โด๊ก และ ไรอัน คริสตี้ ไปได้อย่างสง่างาม

เจ้าตัวเปิดใจหลังรับรางวัลว่า “ฟุตบอลคือกีฬาที่เล่นกันเป็นทีม แต่รางวัลส่วนตัวแบบนี้ทำให้ผมและครอบครัวรู้สึกภูมิใจมาก มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมคงมาไม่ถึงจุดนี้ได้ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทีมทุกคน พวกเขาทำงานร่วมกับ สตีฟ คลาร์ก ได้อย่างสุดยอด และผมขอบคุณพวกเขาจากใจ”

“การเปลี่ยนแปลงบางครั้งก็เป็นเรื่องดี ถึงแม้การย้ายทีมอาจมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ถ้าคุณทำมันด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทเต็มที่ คุณจะไม่มีอะไรให้เสียใจ ผมกำลังเตรียมตัวกลับไปเข้าแคมป์เพื่อเจอกับ กรีซ อีกครั้งในเลกสอง และหวังว่าเราจะได้พบกันในฟุตบอลโลกปีหน้า!” แม็คโทมิเนย์ กล่าวทิ้งท้าย แม้ว่าทีมชาติสก็อตแลนด์จะยังไม่ได้เริ่มต้นรอบคัดเลือกสำหรับทัวร์นาเมนต์ที่อเมริกาเหนือก็ตาม

เสือใต้ลุ้นหนัก!เผย ‘นอยเออร์’ เจ็บซํ้าต้องหยุดพักเพิ่ม

มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูและกัปตันทีมบาเยิร์น มิวนิค ต้องเผชิญกับข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่ออาการบาดเจ็บที่น่องกำเริบซ้ำระหว่างการพักฟื้น ส่งผลให้เขาต้องพักยาวนานกว่าที่คาดไว้ในฤดูกาลนี้

นายทวารวัย 38 ปี ได้รับบาดเจ็บครั้งแรกจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่บาเยิร์นพบกับเลเวอร์คูเซ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้น นอยเออร์ต้องถอนตัวจากทีมชุดใหญ่ โดย โยนาส เออร์บิก ผู้รักษาประตูวัย 21 ปี ได้รับโอกาสลงสนามแทน

ล่าสุด สโมสรบาเยิร์น มิวนิค ออกแถลงการณ์ว่า นอยเออร์ ซึ่งอยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อน่อง กลับมีอาการ “ตอบสนองไม่ดี” ต่อการฝึกซ้อม ทำให้ทีมแพทย์ตัดสินใจให้เขาหยุดพักเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยง ขณะเดียวกัน โยนาส เออร์บิก เองก็ประสบปัญหาบาดเจ็บที่เท้าขณะรับใช้ทีมชาติเยอรมนี รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และได้เดินทางกลับสโมสรเพื่อเข้ารับการรักษาเรียบร้อยแล้ว

นอยเออร์ ผู้เคยพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกามาแล้วถึง 11 สมัย ต้องเผชิญกับฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากอาการบาดเจ็บ โดยก่อนหน้านี้เขาเคยมีปัญหาที่ซี่โครงและต้นขามาก่อน สถานการณ์นี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับบาเยิร์น ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ในลีกสูงสุดของเยอรมนี

หลังพักเบรกทีมชาติ บาเยิร์น มิวนิค มีคิวกลับมาลงสนามในศึกบุนเดสลีกา โดยจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ซังต์ เพาลี ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ แฟนบอลต่างลุ้นว่าทีม “เสือใต้” จะรับมือกับวิกฤตผู้รักษาประตูครั้งนี้ได้อย่างไรในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

‘ทูเคิ่ล’ ชี้ต้องช่วย ‘จู๊ด’ ปรับสไตล์พาสิงโตไปให้ไกลกว่าเดิม

โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ออกมาเปิดเผยว่าเขามีหน้าที่สำคัญในการช่วย จู๊ด เบลลิ่งแฮม กองกลางตัวเก่ง ปรับปรุงระเบียบวินัยในการเล่น เพื่อให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงเวลาที่สำคัญ พร้อมแนะนำดาวเตะจาก เรอัล มาดริด ถึงการจัดการอารมณ์ให้ดียิ่งขึ้น

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เบลลิ่งแฮม โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นด้วยการลงเล่นครบ 90 นาที และทำ 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ “สิงโตคำราม” เปิดบ้านเอาชนะ แอลเบเนีย 2-0 ในนัดแรกของศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ภายใต้การคุมทีมของ ทูเคิ่ล ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของทีมชาติอังกฤษ

ก่อนเกมต่อไปที่อังกฤษจะเปิดบ้านพบกับ ลัตเวีย ทูเคิ่ล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มการเล่นของ เบลลิ่งแฮม โดยเฉพาะประเด็นที่ถูกถามว่า ดาวเตะวัย 21 ปีรายนี้ พยายามทำทุกอย่างมากเกินไปในศึก ยูโร 2024 ซึ่งทีมคว้ารองแชมป์มาแล้วหรือไม่

“ถูกต้องเลย จู๊ด มักจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีมอยู่เสมอ แต่เราต้องช่วยเขาให้อยู่ในกรอบการเล่นที่เหมาะสม เพื่อให้เขาใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่าและสร้างผลกระทบต่อเกมได้มากขึ้น” ทูเคิ่ล ตอบถึงกองกลางคนสำคัญของทีม

“เขาเป็นหนึ่งในผู้นำและกำลังหลักของเรา เราต้องทำให้แน่ใจว่าแนวทางการเล่นและจังหวะของทุกคนในทีมสอดคล้องกัน พวกเขาต้องช่วยเหลือกันและกัน และบางครั้งก็ต้องเล่นด้วยวินัยที่มากขึ้น เพื่อเก็บพลังไว้สำหรับช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย”

ทูเคิ่ล ยังกล่าวถึงนิสัยของ เบลลิ่งแฮม ว่า “จู๊ด ชอบพูดคุยกับผู้ตัดสินและผู้กำกับเส้นบ่อยๆ เขาเป็นนักเตะที่มีอารมณ์ร่วมสูงมาก เพราะเขาเกลียดการพ่ายแพ้ และแสดงความมุ่งมั่นออกมาอย่างชัดเจน”

“เขาต้องรักษาความกระตือรือร้นนั้นไว้ แต่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้สักหน่อย อย่างไรก็ตาม นั่นไม่เคยเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา เราชอบที่ จู๊ด เป็นตัวของตัวเอง และเราจะพยายามดึงศักยภาพของเขาออกมาให้ได้มากที่สุด” กุนซือชาวเยอรมันทิ้งท้าย

ขอสักหน่อย!เผยสาลิกาเตรียมฉลองแชมป์บาวคัพกลางเมือง 29 มีนานี้

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เตรียมจัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ หลังคว้าแชมป์คาราบาว คัพ อันเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยงานจะมีขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2568 ใจกลางเมืองนิวคาสเซิ่ล

งานฉลองนี้จะจัดขึ้นที่สวนสาธารณะทาวน์ มัวร์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางเมือง โดยทางสโมสรยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด แต่ยืนยันว่างานนี้จะเป็นแบบกลางแจ้ง เปิดให้แฟนบอลเข้าร่วมได้ฟรี โดยภายในงานจะมีการแสดงดนตรีสด การปรากฏตัวของแขกรับเชิญพิเศษ การฉายไฮไลต์เส้นทางสู่แชมป์ รวมถึงการฉายเกมรอบชิงชนะเลิศแบบเต็มแมตช์

ไฮไลต์ของงานคือช่วงที่ เอ็ดดี้ ฮาว และลูกทีมจะขึ้นเวทีเพื่อชูถ้วยแชมป์คาราบาว คัพ ซึ่งนับเป็นแชมป์ในประเทศครั้งแรกในรอบ 70 ปีของ “สาลิกาดง” จากนั้นงานจะปิดท้ายด้วยการแสดงพิเศษจาก Sela ผู้สนับสนุนหลักของสโมสร พร้อมทั้งอาจมีกิจกรรมเพิ่มเติมที่รอการประกาศในภายหลัง

งานเฉลิมฉลองจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 29 มีนาคม และคาดว่าจะดำเนินไปจนถึงประมาณ 20.00 น. โดยคาดว่าจะมีแฟนบอลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ส่งผลให้มีการปิดถนนบางส่วนในบริเวณนั้น และทางสโมสรแนะนำให้แฟนบอลใช้บริการรถสาธารณะเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

ปืนเซ็งเผย ‘คาลาฟิออรี่’ เจ็บเข่าต้องพักราว 2-3 วีก

สื่อในอิตาลีเปิดเผยว่า ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ กองหลังดาวรุ่งของ อาร์เซน่อล ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นข้อเข่าด้านนอก ส่งผลให้เขาต้องพักรักษาตัวราว 2-3 สัปดาห์ และต้องลุ้นหนักว่าจะฟิตทันช่วยทีมในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่จะพบกับ เรอัล มาดริด หรือไม่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเกมเนชันส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศนัดแรก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งทีมชาติอิตาลีพ่ายต่อ เยอรมนี 1-2 คาลาฟิออรี่ ลงเล่นเต็ม 90 นาที แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เขาประสบปัญหาที่หัวเข่าหลังจากลื่นล้มและดูเหมือนว่าเข่าจะบิดไปด้วย ลูเซียโน่ สปัลเลตติ เฮดโค้ชทีมชาติอิตาลี กล่าวยืนยันหลังเกมว่านักเตะรู้สึกถึงอาการผิดปกติที่บริเวณหัวเข่า

หลังจบการแข่งขัน คาลาฟิออรี่ วัย 22 ปี ยังถูกพบเห็นเดินกะโผลกกะเผลกขณะผ่านโซนสื่อมวลชน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับทั้งทีมชาติและสโมสรต้นสังกัดอย่าง อาร์เซน่อล

ตามรายงานของ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต ระบุว่า อาการบาดเจ็บของเขาคือปัญหาที่เอ็นข้อเข่าด้านนอก คาดว่าจะต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ ส่งผลให้เขาจะพลาดเกมสำคัญของทีมชาติอิตาลี ที่จะบุกไปเยือน เยอรมนี ในวันอาทิตย์นี้ รวมถึงเกมหลายนัดของ อาร์เซน่อล ในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับ อาร์เซน่อล ทีมดังจากลอนดอนเหนือ มีโปรแกรมลงสนามพบ ฟูแล่ม ในวันอังคารที่ 1 เมษายน ต่อด้วยการดวลกับ เอฟเวอร์ตัน ในวันที่ 5 เมษายน จากนั้นจะเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก คืนวันที่ 8 เมษายน ตามด้วยเกมลีกที่เจอกับ เบรนท์ฟอร์ด และปิดท้ายด้วยการบุกไปเยือน เรอัล มาดริด ในนัดที่สอง วันที่ 16 เมษายน

อาการบาดเจ็บครั้งนี้ทำให้แฟนบอลและทีมงานของ อาร์เซน่อล ต้องลุ้นกันว่า คาลาฟิออรี่ จะสามารถเรียกความฟิตกลับมาทันลงช่วยทีมในเกมสำคัญกับยักษ์ใหญ่จากสเปนได้หรือไม่

‘วินิซิอุส’ แจงเหตุ ‘ราฟินญ่า’ ผลักออกจากสนามช่วยป้องกันโดนใบเหลือง

วินิซิอุส จูเนียร์ แนวรุกตัวเก่งของ เรอัล มาดริด ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่ ราฟินญ่า เพื่อนร่วมทีมชาติบราซิล ผลักเขาออกจากสนามในเกมที่ บราซิล เฉือนชนะ โคลอมเบีย 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ โดยระบุว่าเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เขาได้รับใบเหลืองมากกว่าที่จะมีปัญหากัน

ในนัดดังกล่าว วินิซิอุส กลายเป็นฮีโร่ของทีม “แซมบ้า” ด้วยการยิงประตูชัยในนาทีที่ 90+9 ช่วยให้ บราซิล เก็บ 3 คะแนนสำคัญ และขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนน

อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกมเกิดประเด็นดราม่าเมื่อ วินิซิอุส ซึ่งกำลังจะถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 90+12 พยายามถ่วงเวลา จนทำให้ ราฟินญ่า และ มาเธอุส คุนญ่า เข้ามาต่อว่าและผลักเขาออกจากสนาม สร้างข้อสงสัยในหมู่แฟนบอลว่าทั้งคู่มีปัญหากันหรือไม่

หลังจบเกม วินิซิอุส ได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อ Movistar+ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ความขัดแย้งแต่อย่างใด โดยเขากล่าวว่า “ราฟินญ่า แค่พยายามช่วยผม เขาอยากให้ผมรีบออกจากสนามเพื่อป้องกันไม่ให้ผมโดนใบเหลือง ซึ่งอาจทำให้ผมพลาดเกมสำคัญกับ อาร์เจนติน่า ในนัดหน้า เกมรอบคัดเลือกมันเข้มข้นมาก แค่สองใบเหลืองก็เพียงพอให้โดนแบนแล้ว บางครั้งแค่ฟาวล์ครั้งเดียวก็เสี่ยงแล้วด้วยซ้ำ และผมไม่อยากพลาดเกมต่อไป”

ด้าน ราฟินญ่า เองก็อยู่ในสถานการณ์ลุ้นใบเหลืองเช่นกัน แต่โชคดีที่รอดพ้นจากการถูกลงโทษในเกมนี้ ทำให้ทั้งคู่ยังคงพร้อมลงสนามในนัดสำคัญที่ บราซิล จะบุกไปเยือน อาร์เจนติน่า ในแมตช์ถัดไป ซึ่งถือเป็นเกมที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด

ไม่สบาย!เผย ‘ทิมเบอร์’ ถอนตัวกังหันเพราะป่วย

เยอร์เรียน ทิมเบอร์ กองหลังตัวเก่งของอาร์เซน่อล ต้องถอนตัวจากทีมชาติเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ หลังจากมีอาการป่วยกะทันหันก่อนเกมรีแมตช์กับทีมชาติสเปน ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

ทิมเบอร์ เดิมทีมีชื่ออยู่ในทีม 24 คนของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน และถูกคาดหมายว่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเลกแรกเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 อย่างสุดระทึก อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่มีส่วนร่วมในเกมดังกล่าวเนื่องจากอาการป่วยที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

สถานการณ์ของทัพ “อัศวินสีส้ม” ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อ จอร์เรล ฮาโต้ แบ็คซ้ายตัวหลัก ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 81 ของเกมแรก ทำให้เขาจะพลาดลงเล่นในเลกสองที่สเปนอย่างแน่นอน เดิมที คูมัน หวังว่า ทิมเบอร์ จะฟื้นตัวทันเวลาและลงเล่นทดแทนได้ แต่ล่าสุด สมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ (KNVB) ออกมายืนยันว่า อาการป่วยของดาวเตะวัย 23 ปียังไม่ดีขึ้น ส่งผลให้เขาต้องถอนตัวจากทีมชาติในที่สุด

เพื่อแก้ปัญหาแนวรับที่เริ่มขาดแคลน คูมัน ตัดสินใจเรียกตัว เอียน มาตเซ่น แบ็คซ้ายจากแอสตัน วิลล่า เข้ามาเสริมทัพแทนที่ของ ทิมเบอร์ ในเกมสำคัญที่กำลังจะมาถึง

สำหรับอาร์เซน่อล ข่าวร้ายนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับทีม เนื่องจาก “ปืนใหญ่” กำลังเผชิญวิกฤตนักเตะบาดเจ็บ โดยเฉพาะในแนวรับ ที่ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ กองหลังทีมชาติอิตาลี ก็ได้รับบาดเจ็บจากเกมทีมชาติเช่นกัน ช่วงพักเบรคทีมชาติครั้งนี้จึงกลายเป็นฝันร้ายของ มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล ที่ต้องลุ้นอย่างหนักให้ลูกทีมฟิตสมบูรณ์ทันเกมพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญกับฟูแล่ม ในวันที่ 1 เมษายนนี้

เปิดตัวสวย!’ทูเคิ่ล’ ชม ‘สเคลลี่,จู๊ด’ ฟอร์มเยี่ยมเกมชนะแอลเบเนีย 2-0

โธมัส ทูเคิ่ล เริ่มต้นเส้นทางคุมทีมชาติอังกฤษได้อย่างสวยงาม ด้วยการพาทีม “สิงโตคำราม” คว้าชัยชนะนัดแรกในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป หลังเปิดบ้านเอาชนะแอลเบเนีย 2-0 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

เกมนี้ ดาวรุ่งพุ่งแรงจากอาร์เซนอล ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ ที่ได้รับโอกาสประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก กลายเป็นฮีโร่ ซัดประตูเปิดสกอร์ตั้งแต่ครึ่งแรก จากการแอสซิสต์สุดเฉียบของ จู๊ด เบลลิงแฮม ก่อนที่ แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมตัวเก่ง จะมาปิดท้ายด้วยประตูที่สองในครึ่งหลัง ช่วยให้อังกฤษเก็บสามแต้มแรกได้สำเร็จ

แม้ทีมจะคว้าชัย แต่ทูเคิ่ลยังชี้ว่าทีมมีจุดที่ต้องปรับปรุง “เราทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังมีศักยภาพให้พัฒนาอีกเยอะ” กุนซือชาวเยอรมันวัย 51 ปีกล่าวหลังจบเกม

“ครึ่งแรกเราเริ่มต้นได้ดี บอลเคลื่อนที่เร็วและมีพลัง แต่แอลเบเนียตั้งรับลึกและเหนียวแน่น ทำให้เราเจาะยาก ส่วนครึ่งหลัง เราเล่นช้าลงและขาดการเคลื่อนที่เพื่อฉีกแนวรับคู่แข่ง”

ไฮไลต์สำคัญของเกมอยู่ที่ฟอร์มอันน่าประทับใจของ ลูอิส-สเคลลี่ วัย 18 ปี ที่ไม่เพียงประเดิมสนามได้อย่างสวยงาม แต่ยังได้รับคำชื่นชมจากทูเคิ่ลอย่างเต็มเปี่ยม “เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมทั้งฝีเท้าและคาแร็กเตอร์ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา เขาก็ชนะใจทุกคนในทีมได้ทันที คุณภาพของเขาชัดเจน และเขาสมควรได้โอกาสนี้”

นอกจากนี้ ทูเคิ่ลยังยกย่อง จู๊ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ตัวเก่งที่เป็นหัวใจสำคัญของทีม “จู๊ดคือผู้เล่นคนสำคัญ การจ่ายบอลให้ประตูแรกนั้นสุดยอดมาก เราคาดหวังจากเขาเยอะ และเขาก็พร้อมรับความรับผิดชอบ ทีมต้องช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้เขาแสดงศักยภาพได้เต็มที่”

ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นการออกสตาร์ทที่ดีของทูเคิ่ลในการคุมทีมชาติอังกฤษ โดยมีเป้าหมายพาทีมคว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลโลกในอนาคตต่อไป

หงส์ช็อก!’โคนาเต้’ เจ็บถูกเปลี่ยนตัวจากเกมทีมชาติล่าสุด

ลิเวอร์พูล ต้องเผชิญหน้ากับข่าวร้ายอีกครั้งในช่วงพักเบรกทีมชาติ เมื่อ อิบราฮิม่า โคนาเต้ กองหลังตัวหลัก ได้รับบาดเจ็บและต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครึ่งแรก ในเกมที่ทีมชาติฝรั่งเศส พบกับ โครเอเชีย ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เลกแรก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

โคนาเต้ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ แต่ฟอร์มในครึ่งแรกไม่น่าประทับใจนัก หลังจากทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษจนเสียจุดโทษให้ โครเอเชีย โชคดีที่ ไมค์ เมญ็อง ผู้รักษาประตูของฝรั่งเศส สามารถเซฟลูกยิงของ อังเดรจ ครามาริช เอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศส กลับตกเป็นฝ่ายตามหลังในนาทีที่ 26 เมื่อ อันเต บูดิมีร์ โหม่งบอลผ่านมือ เมญ็อง เข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกสำหรับฝรั่งเศส เมื่อ โครเอเชีย หนีห่างเป็น 2-0 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก จากฝีเท้าของ อีวาน เปริซิช ปีกจอมเก๋าที่ซัดประตูเพิ่มให้ทีมได้สำเร็จ

ท้ายที่สุด โคนาเต้ ไม่สามารถฝืนเล่นต่อได้ และถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามก่อนจบครึ่งแรก โดย ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังจาก บาเยิร์น มิวนิค ถูกส่งลงมาแทนที่

อาการบาดเจ็บของ โคนาเต้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับ ลิเวอร์พูล ที่กำลังเผชิญปัญหานักเตะบาดเจ็บสะสมในฤดูกาลนี้ คาดว่าทีมแพทย์ของสโมสรจะประเมินอาการของเขาทันทีที่กลับจากรับใช้ชาติ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโปรแกรมที่เหลือของฤดูกาล