Home 365kubx
LINE: @365KUBx

เหลือ 7 เกม!’นักบุญ’ สร้างประวัติศาสตร์ทีมแรกตกชั้นพรีเมียร์ลีกไวสุด

เซาแธมป์ตัน กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ต้องตกชั้นสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดยยังเหลือเกมให้ลงสนามถึง 7 นัด หลังจากพ่ายแพ้ต่อ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยสกอร์ 3-1 ในเกมล่าสุด

ชะตากรรมของ “นักบุญแดนใต้” ดูเหมือนจะถูกกำหนดมานานแล้วในฤดูกาลนี้ และความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดได้ตอกย้ำการร่วงสู่ลีกรองอย่างเป็นทางการ โดยการตกชั้นครั้งนี้ยังทำลายสถิติเดิมของทีมที่ตกชั้นเร็วที่สุด ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อเหลือเกม 6 นัด กลายเป็นการตกชั้นที่ไวที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดของอังกฤษ

ทีมภายใต้การคุมทัพของ อิวาน ยูริช เก็บได้เพียง 10 คะแนนเท่านั้นจนถึงตอนนี้ และยังมีโอกาสสร้างสถิติที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้อีก หากพวกเขาไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยใน 7 เกมที่เหลือ เซาแธมป์ตันจะกลายเป็นทีมที่ทำคะแนนได้น้อยที่สุดในฤดูกาลเดียวของพรีเมียร์ลีก แซงหน้า ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ซึ่งเคยทำไว้ที่ 11 คะแนนในฤดูกาล 2007/08

ในทางกลับกัน ชัยชนะของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในเกมนี้ช่วยให้ทีมของ แอนจ์ ปอสเตโคกลู เรียกความมั่นใจกลับมาได้บ้าง หลังจากที่พวกเขาขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 13 ของตาราง และลดความกดดันที่มีต่อกุนซือชาวออสเตรเลียลงไปได้ส่วนหนึ่ง โดยสเปอร์สมีคิวลงสนามในศึกยูโรป้าลีก รอบก่อนรองชนะเลิศนัดแรก พบกับ ไอน์ทรัคท์ แฟรงเฟิร์ต ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีสำหรับเกมสำคัญที่กำลังจะมาถึง

‘เป๊ป’ ชี้ ‘นูเนส’ เหมาะเป็นแบ็คขวามากกว่าเล่นมิดฟิลด์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงชื่นชม มาเตอุส นูเนส กองกลางชาวโปรตุเกส ว่ามีศักยภาพพัฒนากลายเป็นแบ็คขวาชั้นยอดได้ ด้วยคุณสมบัติทางร่างกายที่โดดเด่น แต่ยอมรับว่านักเตะรายนี้ยังขาดความเฉลียวฉลาดในการเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์

นูเนส วัย 26 ปี สร้างชื่อในฐานะมิดฟิลด์ตัวกลางสมัยค้าแข้งกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ก่อนย้ายมาร่วมทีม “เรือใบสีฟ้า” เมื่อปี 2023 อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป๊ป ตัดสินใจจับเขามายืนแบ็คขวาในหลายนัด รวมถึงเกมล่าสุดที่บุกไปเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

“มาเตอุส สามารถเป็นแบ็คขวาที่ดีได้ จากคุณภาพร่างกายของเขา” เป๊ป กล่าวหลังจบเกมดาร์บี้แมตช์ “เขาไม่สามารถเล่นตรงกลางได้ เพราะเขาไม่มีความฉลาดมากพอในแง่ของความเยือกเย็นและการตัดสินใจ”

“แต่ในด้านอื่น ๆ เขามีทักษะที่น่าทึ่ง และกำลังเรียนรู้อย่างมาก คุณคงเห็นว่าฟูลแบ็คมักเสียสมาธิและพลาดได้ง่ายเมื่อเจอลูกครอสไปเสาไกล อย่างในเกมนี้ บรูโน่ แฟร์นานเดส พยายามใช้ลูกครอสแบบนั้นใส่เราหลายครั้ง แต่ นูเนส รับมือได้ดีมาก เขามีสมาธิและร่างกายที่แข็งแกร่งสำหรับบทบาทนี้”

เป๊ป ยังเผยถึงความเซอร์ไพรส์ในการปรับตำแหน่งผู้เล่นในฤดูกาลนี้ว่า “หากตอนต้นฤดูกาล คุณบอกผมว่าเราจะใช้ นูเนส เป็นแบ็คขวา และ นิโก้ โอเรลลี่ เป็นแบ็คซ้าย ผมคงถามว่าคุณพูดเรื่องอะไรกัน? แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว และใน 2-3 เกมหลังสุด แผงแบ็คโฟร์ของเราทำได้ยอดเยี่ยม ซึ่งเราต้องใช้สิ่งนี้เป็นรากฐานเพื่อพัฒนาต่อไป”

ค่อยๆดีขึ้น!’เป๊ป’ รับเรือยังต้องการเวลาคืนฟอร์มเก่ง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดใจหลังเกมที่ทีมของเขาเสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไร้สกอร์ 0-0 โดยยอมรับว่าทีม “เรือใบสีฟ้า” ยังคงต้องการเวลาเพื่อกลับไปสู่จุดสูงสุดของฟอร์มการเล่นอีกครั้ง

ในเกมดาร์บี้แมตช์ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เป๊ปเผยว่า “เราครองเกมได้ แต่ในครึ่งแรกเราไม่สามารถสร้างความอันตรายให้กับพวกเขาได้มากพอ ครึ่งหลังช่วงต้นเราทำได้ดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่ต้องการ”

เขากล่าวถึงคู่แข่งอย่าง “ปีศาจแดง” ว่า “ยูไนเต็ดเป็นทีมที่อันตรายในการโต้กลับ พวกเขาตั้งรับลึก และมีนักเตะอย่าง การ์นาโช่ ที่ใช้ความเร็วได้ดีเยี่ยม การเชื่อมเกมในแนวลึกของพวกเขาทำได้ดี และรู้ว่าต้องทำอะไร เรายังได้ 1 คะแนน ซึ่งถึงแม้เราจะอยากชนะมากกว่านี้ แต่ก็ยังอยู่ในเส้นทางของเรา”

กุนซือชาวสแปนิชยังวิเคราะห์ถึงจุดที่ทีมต้องปรับปรุง “นักเตะรู้ดีว่าต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเมื่อบอลอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แต่เกมนี้เรายังทำได้ไม่ดีพอ การเจอกับระบบ 5-4-1 ที่แคบและแน่นมาก เราควรจะอยู่ในตำแหน่งที่เราพยายามจะเข้าไป แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเจาะพวกเขาได้”

เป๊ป ยังชี้ว่า “ใน 2-3 เกมหลัง เราทำได้ดีกว่านี้มาก แนวรับก็แข็งแกร่งขึ้น แต่วันนี้กระบวนการของเรายังไม่สมบูรณ์ ถ้าเราเสียบอลในบางจังหวะ พวกเขาพร้อมลงโทษเราได้ทันที และเราก็รู้ข้อนี้ดี”

เมื่อถูกถามถึงการกลับสู่ฟอร์มระดับท็อปของแมนฯ ซิตี้ เป๊ปยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันต้องใช้เวลา นักเตะทุกคนทุ่มเทเต็มที่ในเกมนี้ แต่เรายังต้องพัฒนาต่อไป”

“ตอนนี้เราจะโฟกัสไปที่การเตรียมตัวสำหรับเกมหน้า มีบางอย่างที่ผมพอใจจากสิ่งที่เห็นในวันนี้ แต่เป้าหมายของเราคือการคว้าตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาวางแผนกันใหม่สำหรับฤดูกาลหน้า” เป๊ป ทิ้งท้ายด้วยความมุ่งมั่น

‘มาเรสก้า’ โวยตารางแข่งไม่เป็นธรรมหลังสิงห์บุกเจ๊าเบรนท์ฟอร์ด 0-0

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การจัดตารางแข่งขันของพรีเมียร์ลีกว่าไม่ยุติธรรม ส่งผลให้ทีมของเขาไม่สามารถอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดได้ หลังจากที่ “สิงห์บลูส์” บุกไปเสมอเบรนท์ฟอร์ดแบบไร้สกอร์ 0-0 ในเกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าพอใจกับฟอร์มโดยรวมของลูกทีมก็ตาม

ในนัดนี้ เชลซีเลือกพักตัวหลักอย่าง โคล พาลเมอร์, นิโคลัส แจ็คสัน, เปโดร เนโต้, มาร์ค คูคูเรญ่า และ ลีไว โคลวิลล์ ไว้ที่ม้านั่งสำรอง เพื่อบริหารสภาพร่างกายของนักเตะ ท่ามกลางโปรแกรมที่อัดแน่น โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี พวกเขาเพิ่งเปิดบ้านเฉือนชนะท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 1-0 และยังมีคิวลงเตะในศึกยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบ 8 ทีม กับเลเกีย วอร์ซอ ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้

มาเรสก้ากล่าวหลังจบเกมว่า “ตารางแข่งขันยุติธรรมหรือไม่? ผมบอกเลยว่าไม่ใช่ เราต้องปรับทีมตามสถานการณ์ที่เจอ เราเพิ่งผ่านเกมหนักมาเมื่อวันพฤหัส และไม่ใช่ทุกคนที่จะพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์สำหรับเกมนี้ วันนี้เราเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งอีกทีม แถมยังต้องเล่นกลางแดด”

“เราได้พักน้อยกว่าเบรนท์ฟอร์ด 24 ชั่วโมง ซึ่งมันสร้างความแตกต่าง เราเตรียมแผนไว้ว่าจะเริ่มเกมแบบหนึ่งและจบอีกแบบ แผนของเราเกือบได้ผลแล้ว คู่แข่งพยายามทำลายจังหวะของเรา แน่นอนว่าเรายังพัฒนาได้อีก แต่เราทำอะไรหลายอย่างเพียงพอที่จะเป็นผู้ชนะ เราสร้างโอกาสยิงได้มากกว่า 20 ครั้ง สิ่งเดียวที่ขาดไปคือประตู”

ผลเสมอนัดนี้ทำให้เชลซียังคงอยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนน แต่ถูกแอสตัน วิลล่า ทีมอันดับ 6 ไล่จี้เหลือเพียงแต้มเดียว “โดยรวมแล้วเราทำได้ดี เมื่อคุณไม่ชนะ สิ่งสำคัญคือต้องไม่แพ้ อย่างน้อยเราก็ได้หนึ่งแต้มที่ดี ตั้งแต่พรุ่งนี้เราจะเริ่มเตรียมตัวสำหรับคอนเฟอเรนซ์ ลีก และต้องลงเล่นทุก 3 วันไปจนจบฤดูกาล” มาเรสก้าทิ้งท้าย

โคตรนาน!’ปอสเตโคกลู’ เซ็ง VAR ใช้เวลาเกือบ 5 นาทีเช็คล้ำหน้า

แอนจ์ ปอสเตโคกลู ผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ออกอาการหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าทีมของเขาจะเปิดบ้านเอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไปได้ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สาเหตุมาจากการที่ VAR ใช้เวลานานถึง 4 นาที 50 วินาทีในการตรวจสอบจังหวะล้ำหน้า ซึ่งทำให้ ลูกัส เบิร์กวัลล์ ชวดทำประตูขึ้นนำ 2-0 ในนาทีที่ 33

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากลูกตั้งเตะที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ แต่ VAR กลับตัดสินว่ามีการล้ำหน้าแบบฉิวเฉียด สร้างความไม่พอใจให้กับทั้งแฟนบอลในสนามที่ส่งเสียงโห่ และตัว ปอสเตโคกลู เองที่ถูกจับภาพได้ขณะทำท่าทางประชดประชัน เช่น การโยนเหรียญหรือเป่ายิงฉุบ ราวกับจะบอกว่าการตัดสินแบบนี้มันเหมือนพนันดวงมากกว่าจะชัดเจน

“ถ้ามีคนบอกผมเมื่อ 5 ปีที่แล้วว่าเราจะต้องหยุดเกมฟุตบอลเพื่อรอ 5 นาทีสำหรับการตัดสินอะไรสักอย่าง ผมคงหัวเราะใส่หน้าเขา” ปอสเตโคกลู กล่าวหลังจบเกม “ผมเห็นเขานั่งขีดเส้นบนจอ เช็คไปเช็คมา แล้วมีใครกล้าพูดเต็มปากไหมว่ามันแม่นจริง ๆ? ผมไม่โทษใครหรอกนะ แต่การหยุดเกม 5 นาทีแบบนี้ มันไม่ใช่จุดประสงค์ที่เรานำเทคโนโลยีมาใช้เลย”

กุนซือชาวออสเตรเลียยังวิจารณ์เพิ่มเติมว่า การตัดสินล้ำหน้าในยุคนี้กลายเป็นเรื่องที่ละเอียดยิบเกินไป ราวกับใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจสอบ ทั้งที่ในอดีตการตัดสินโดยผู้ช่วยผู้ตัดสินด้วยสายตาก็เพียงพอ และทุกฝ่ายยอมรับได้ “สมัยก่อนเราให้ไลน์แมนตัดสิน แล้วทุกคนก็ไปต่อได้ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ผมว่าตอนนี้มันเลยจุดที่แก้ไขง่าย ๆ ไปแล้ว” เขากล่าว

ปอสเตโคกลู ยังเผยว่า หากเลือกได้ เขาอยากให้การตัดสินล้ำหน้ากลับไปเป็นแบบทันทีทันใด ไม่ต้องเสียเวลารอนานขนาดนี้ ขณะที่พรีเมียร์ลีกมีแผนจะนำเทคโนโลยีเช็คล้ำหน้าแบบ “กึ่งอัตโนมัติ” มาใช้ในเดือนนี้ หลังจากการทดลองในเอฟเอ คัพ ประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น

“ผมแค่ไม่อยากเชื่อว่าเรานำ VAR มาใช้เพื่อให้ต้องยืนรอ 5 นาที แล้วสุดท้ายผลลัพธ์ยังคลุมเครืออยู่ดี” ปอสเตโคกลู ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว ก่อนเดินออกจากห้องแถลงข่าว

‘สล็อท’ ยันหงส์ไม่ได้ประมาทหลังพลิกล็อคพ่ายฟูแล่ม 2-3

อาร์เน่ สล็อท ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ออกมาเปิดใจหลัง “หงส์แดง” พลาดท่าบุกไปพ่ายฟูแล่ม 2-3 ซึ่งนับเป็นความปราชัยนัดที่สองในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยยืนยันว่าทีมของเขาไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด

“ความประมาทคือสิ่งสุดท้ายที่เราจะนึกถึง” สล็อทกล่าวอย่างหนักแน่นหลังเกม โดยลิเวอร์พูลยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนน นำห่างอาร์เซนอล ทีมอันดับสอง ถึง 11 แต้ม และต้องการอีกเพียง 11 คะแนนจาก 7 เกมที่เหลือเพื่อการันตีแชมป์ลีก

กุนซือชาวดัตช์เผยว่า “เราไม่มีเหตุผลที่จะประมาท เพราะเราไม่ได้ชนะทุกนัดด้วยสกอร์ถล่มทลาย 3 หรือ 4 ลูก เราต้องใช้ทั้งพลังกาย พลังใจ และคุณภาพในการเล่นเพื่อคว้าชัยชนะในแต่ละเกม” เขายังเปรียบเทียบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ลีก 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งมักนำขาด 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกในหลายนัด แต่สถานการณ์ของลิเวอร์พูลนั้นต่างออกไป “เรารู้ว่าเรายังมีอีก 7 เกมให้ลงเล่น”

สล็อทยกตัวอย่างเกมล่าสุดว่า “เกมวันพุธกับเอฟเวอร์ตันก็สูสีมาแล้ว เกมนี้ก็เช่นกัน บางครั้งเราคือฝ่ายที่ได้เปรียบ แต่คราวนี้เรากลับพลาดเอง ซึ่งมาจากความผิดพลาดของเรา”

เขายังชี้ว่าความพ่ายแพ้ในนัดนี้เกิดจากช่วงเวลาเพียง 15 นาทีในครึ่งแรกที่ทีมเสียถึง 3 ประตู “มันไม่ใช่ทั้ง 45 นาทีที่ย่ำแย่ แต่เป็นแค่ 15 นาทีที่เราผิดพลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ค่อยเห็นจากทีมชุดนี้ และนั่นคือจุดที่แตกต่าง” สล็อททิ้งท้าย

‘ทาร์คอฟสกี้’ ยืนหนึ่งแข้งรับใบเหลืองมากสุดในพรีเมียร์ลีกแต่ไม่โดนใบแดง

เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ กองหลังตัวเก่งของเอฟเวอร์ตัน สร้างชื่อในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ ลีก ด้วยการเป็นผู้เล่นที่ได้รับใบเหลืองมากที่สุดตลอดกาล โดยไม่เคยถูกใบแดงไล่ออก หลังสะสมใบเหลืองครบ 64 ใบ จากการลงสนาม 301 นัด

เมื่อพิจารณาสถิติใบเหลืองรวมทุกการแข่งขัน ทาร์คอฟสกี้ รั้งอันดับ 33 ตลอดกาล แต่หากนับเฉพาะผู้เล่นที่ไม่เคยโดนใบแดง กองหลังชาวอังกฤษวัย 32 ปี ผงาดขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว ทำลายสถิติเดิมของ โอริโอล โรเมอู ที่เคยทำไว้ 63 ใบ โดยทาร์คอฟสกี้แซงหน้าไปตั้งแต่นัดกลางสัปดาห์ หลังเข้าปะทะ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ในเกมที่เอฟเวอร์ตันบุกพ่ายลิเวอร์พูล 0-1

ล่าสุด ในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา ทาร์คอฟสกี้ ยังคงเพิ่มสถิติของตัวเอง เมื่อทำฟาวล์ใส่ ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ ดาวรุ่งของอาร์เซน่อล ในช่วงครึ่งหลังของนัดที่เอฟเวอร์ตันตามตีเสมอ 1-1 ทำให้เขาได้รับใบเหลืองเพิ่ม และยืนหยัดเป็นจ่าฝูงของตารางนี้อย่างเด็ดขาด

ตลอดเส้นทางอาชีพ อดีตปราการหลังเบิร์นลี่ย์รายนี้เคยได้รับใบแดงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นสมัยค้าแข้งในลีก แชมป์เปี้ยนชิพ กับเบรนท์ฟอร์ด ระหว่างปี 2014-2016 โดยในระดับพรีเมียร์ ลีก เขายังคงรักษาสถิติไร้ใบแดงได้อย่างน่าทึ่ง

ด้านอันดับ 3 ของตารางนี้ตกเป็นของ ลุค ยัง อดีตฟูลแบ็คแอสตัน วิลล่า ที่สะสมใบเหลือง 62 ใบ จาก 378 เกม โดยไม่เคยถูกไล่ออกเช่นกัน แต่ยังตามหลังทาร์คอฟสกี้อยู่ห่างๆ

เดินหน้า!เผยผียื่นข้อเสนอคว้า ‘โอซิมเฮน’ เรียบร้อยแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน กองหน้าฟอร์มแรงของ กาลาตาซาราย ที่ยืมตัวมาจาก นาโปลี แล้ว ตามการเปิดเผยของสื่อในประเทศตุรกีเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568

รายงานจากสื่อแดนไก่งวงระบุว่า “ปีศาจแดง” แสดงความสนใจในตัวดาวยิงทีมชาติไนจีเรียอย่างจริงจัง หลังจากที่ โอซิมเฮน โชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมในศึก ซูเปอร์ลีก ตุรกี ฤดูกาลนี้ โดยเจ้าตัวซัดไปถึง 28 ประตู จากการลงสนาม 32 นัด นับตั้งแต่ย้ายจาก นาโปลี มาร่วมทีม กาลาตาซาราย ด้วยสัญญายืมตัวเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวอย่าง Taktik Mania และ อาร์ดา ออซเคิร์ต นักข่าวชาวตุรกีชื่อดัง เผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเร่งเครื่องเต็มที่เพื่อปิดดีลนี้ให้สำเร็จ โดยได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการถึง โอซิมเฮน เป็นที่เรียบร้อย หวังดึงตัวมาร่วมถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์นี้

ทั้งนี้ โอซิมเฮน มีกำหนดกลับไปยัง นาโปลี หลังหมดสัญญายืมตัวกับ กาลาตาซาราย แต่เจ้าตัวเคยเปรยถึงความต้องการย้ายไปเล่นกับสโมสรชั้นนำในยุโรป ซึ่งทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่านี่คือโอกาสทองในการเสริมทัพแดนหน้าเพื่อลุยศึกฤดูกาลหน้า

ไม่นาน!’สล็อท’ มั่นใจ ‘ซาล่าห์’ คืนฟอร์มถล่มประตูเร็ว ๆ นี้

อาร์เน่ สล็อท ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ดาวยิงตัวเก่งของทีม จะกลับมาทำประตูได้อีกครั้งในเร็ววันนี้ แม้ว่าปัจจุบันกองหน้าชาวอียิปต์จะอยู่ในช่วงฟอร์มฝืดอย่างหนัก ซึ่งถือว่านานที่สุดในรอบ 2 ปีก็ตาม

สำหรับนักเตะทั่วไป การไม่สามารถทำประตูได้ 4 นัดติดต่อกันในระดับสโมสรอาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่สำหรับ ซาล่าห์ เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในฤดูกาลเดียว นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2023 โดยล่าสุดเจ้าตัวยิงประตูไม่ได้ในเกมที่พบกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, นิวคาสเซิล และเอฟเวอร์ตัน ทำให้แฟนบอลเริ่มจับตามองฟอร์มของดาวเตะวัย 32 ปีรายนี้

อย่างไรก็ตาม ซาล่าห์ มีโอกาสที่จะปลดล็อกสถิติอันไม่น่าพึงพอใจนี้ในเกมที่ลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านพบกับ ฟูแล่ม ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งสล็อทเองก็มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว

“บางช่วงของตารางแข่งขันมันก็ยากกว่าช่วงอื่น ๆ” สล็อท กล่าวถึงลูกทีมคนสำคัญของเขา “เปแอสเช เป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของยุโรปในตอนนี้ ส่วนนิวคาสเซิลก็เคยเอาชนะเราได้ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ขณะที่เอฟเวอร์ตันก็เป็นคู่แข่งที่รับมือยาก เมื่อพวกเขาตั้งรับลึกด้วยผู้เล่น 10 คนในกรอบเขตโทษตลอดทั้งเกม”

“ผมรู้จัก โม เป็นอย่างดี เขามีชีวิตอยู่เพื่อทำประตู ถ้าเขายิงไม่ได้ เขาคงไม่มีความสุขแน่ ๆ แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาคือ แม้ในวันที่ฟอร์มไม่ดี เขาก็ยังสามารถทำประตูได้ เพราะสมาธิของเขายังคงอยู่กับเกมเสมอ” สล็อท กล่าวเสริม

“นั่นคือเหตุผลที่เขายิงประตูได้มากมายขนาดนี้ เพราะเขามีความกระหายในชัยชนะอย่างแท้จริง ใช่แล้ว บางทีในฤดูกาลนี้เขาอาจจะยิ้มมากกว่าปกติสักหน่อย แต่ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวนะ ทีมเราและนักเตะทุกคนก็รู้สึกดีไปด้วยกัน”

สิงห์หวังเจรจายูฟ่าเพื่อหาทางออกหลังเผชิญวิกฤตเสี่ยงผิดกฎการเงิน

เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก ออกมายืนยันว่าพวกเขากำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เพื่อหาข้อตกลงและทางออก หลังจากที่สโมสรมีความเสี่ยงที่จะละเมิดกฎควบคุมการเงิน หรือ “ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์” (FFP)

จากรายงานการเงินล่าสุดของ “สิงห์บลูส์” ในปีงบประมาณ 2024 สโมสรสามารถทำกำไรก่อนหักภาษีได้ถึง 128.4 ล้านปอนด์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สโมสรมีผลกำไรนับตั้งแต่เปลี่ยนผ่านสู่การบริหารของ ท็อดด์ โบห์ลี่ และกลุ่มทุน เคลียร์เลค แคปปิตอล อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวรวมเงินราว 200 ล้านปอนด์จากการขายทีมฟุตบอลหญิงของสโมสรให้กับ BlueCo บริษัทแม่ เพื่อแยกการบริหารทีมหญิงออกจากทีมชายในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว

ดีลการขายทีมหญิงดังกล่าว ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านปอนด์ ถือเป็นสถิติใหม่ของวงการฟุตบอลหญิง แต่จนถึงขณะนี้ ดีลนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากทั้งยูฟ่าและพรีเมียร์ลีก โดยเช้าวันนี้ (5 เมษายน 2025) เชลซี ได้ออกมาเปิดเผยว่าพวกเขากำลังหารือกับยูฟ่าเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเอกสารการเงินที่ยื่นไป

ตามกฎของยูฟ่า สโมสรจะไม่สามารถรวมรายได้จากการทำธุรกรรมกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของทีมในบัญชีสำหรับการคำนวณกฎแฟร์เพลย์การเงินได้ ซึ่งหมายความว่าเงิน 200 ล้านปอนด์จากการขายทีมหญิงอาจไม่สามารถนำมาคิดในบัญชีนี้ นอกจากนี้ กฎดังกล่าวยังครอบคลุมถึงกรณีที่เชลซีเคยขายโรงแรม 2 แห่งให้กับบริษัทลูกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เพื่อให้การเงินสอดคล้องกับกฎของพรีเมียร์ลีก โดยดีลโรงแรมนั้นมีมูลค่าเริ่มต้น 76.3 ล้านปอนด์ แต่หลังการประเมินจากพรีเมียร์ลีก มูลค่าถูกลดลงเหลือ 70.3 ล้านปอนด์

ทั้งนี้ ยูฟ่ากำหนดให้แต่ละสโมสรสามารถขาดทุนรวมกันได้ไม่เกิน 200 ล้านยูโร (ประมาณ 170.1 ล้านปอนด์) ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในฤดูกาล 2023/24 เชลซี ทุ่มเงินไปถึง 553 ล้านปอนด์ในการซื้อนักเตะ ขณะที่ได้เงินคืนจากการขายนักเตะเพียง 208 ล้านปอนด์เท่านั้น

หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายและเชลซีถูกตัดสินว่าละเมิดกฎแฟร์เพลย์การเงิน อาจนำไปสู่บทลงโทษรุนแรง รวมถึงการถูกแบนจากทัวร์นาเมนต์ของยูฟ่าในอนาคต สถานการณ์นี้จึงกลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลและวงการฟุตบอลจับตามองอย่างใกล้ชิด

‘มอยส์’ ปัดตอบเรื่องจุดโทษพร้อมชมลูกฟอร์มลูกทีมช่วงครึ่งหลัง

เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน ออกมาเปิดใจหลังเกมที่ทีมของเขาเปิดบ้านตามตีเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 โดยปฏิเสธที่จะให้ความเห็นชัดเจนว่าทีมสมควรได้จุดโทษหรือไม่ เนื่องจากยังไม่ได้ดูภาพย้อนหลัง พร้อมยกย่องฟอร์มการเล่นของลูกทีมในช่วงครึ่งหลังที่ช่วยให้ทีมเก็บแต้มสำคัญได้

มอยส์ กล่าวว่า “ผมดูภาพช้าไป 0 ครั้งเลยนะ… ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันควรจะเป็นจุดโทษหรือเปล่า” เขายังพูดถึงจังหวะได้จุดโทษในช่วงต้นครึ่งหลังว่า “ไม่ว่าจะด้วยโชคหรืออะไรก็ตาม การได้จุดโทษช่วยให้ทีมผ่อนคลายขึ้นเยอะ ผมพอใจมากกับฟอร์มในครึ่งหลังของเรา”

กุนซือชาวสกอตแลนด์ยอมรับว่าครึ่งแรกทีมเล่นได้น่าผิดหวัง “ครึ่งแรกเรแย่มาก เราเริ่มเกมแบบเชื่องช้าและดูลังเล มันทำให้ทีมอย่างอาร์เซน่อลที่เก่งอยู่แล้วยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีก” เขากล่าว พร้อมเผยถึงสัปดาห์ที่ท้าทายของทีม “เราเพิ่งเจอทั้งทีมจ่าฝูงและรองจ่าฝูงมา มันเป็นสัปดาห์ที่หนัก และเราอาจยังไม่คุ้นกับการลงเล่นต่อเนื่องแบบนี้”

มอยส์เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงพักครึ่งว่า “ตอนพักครึ่ง เราแสดงความผิดหวังและโกรธกันนิดหน่อย เราเปลี่ยนวิธีการเพรสซิ่ง และต้องชื่นชมลูกทีมที่กลับมาได้ดีในครึ่งหลัง จนเก็บหนึ่งแต้มที่สำคัญนี้ได้”

ผลเสมอในนัดนี้ทำให้เอฟเวอร์ตันมีแต้มห่างจากโซนตกชั้นถึง 15 คะแนน โดยเหลือโปรแกรมอีก 7 นัด ซึ่งแทบจะการันตีการรอดตกชั้นในฤดูกาลนี้ เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายต่อไป มอยส์ตอบว่า “ผมบอกลูกทีมไปว่าความท้าทายต่อไปคือการพิสูจน์ตัวเองเมื่อเจอกับทีมที่แข็งแกร่งกว่า เราต้องพยายามเล่นให้เหนือกว่าพวกเขา วันนี้เราทำไม่ได้ แต่ในอนาคตเราต้องดีกว่านี้”

‘อาร์เตต้า’ รับจุดโทษน่าผิดหวังทำโอกาสลุ้นแชมป์ริบหรี่

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่อาร์เซน่อล ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน หลังทีมบุกไปเสมอกับเอฟเวอร์ตัน 1-1 ในเกมล่าสุด โดยชี้ว่าจุดโทษที่ทีมเสียในเกมดังกล่าวไม่สมควรเกิดขึ้น หลังจากที่เจ้าตัวยืนยันว่าได้ดูภาพช้าซ้ำถึง 15 รอบ พร้อมยอมรับว่าตอนนี้โอกาสในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ “ปืนใหญ่” เหลือน้อยลงทุกขณะ

ในเกมที่กูดิสัน พาร์ค อาร์เซน่อลต้องพบกับความผิดหวังเมื่อเสียจุดโทษจากจังหวะที่ ไมลส์ ลูอิส-สเคลลี่ย์ ไปปะทะกับ แจ็ค แฮร์ริสัน ในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะใช้ VAR ยืนยันให้จุดโทษ และเป็น อิลลิมาน เอ็นดิอาย ที่สังหารเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้เอฟเวอร์ตันตีเสมอได้สำเร็จ

อาร์เตต้า กล่าวหลังเกมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวังว่า “ผมผิดหวังแบบเต็มร้อยเลยครับ เราเป็นฝ่ายคุมเกมได้เกือบทั้งหมด และหวังว่าในครึ่งหลังจะยังครองความได้เปรียบต่อไป แต่การตัดสินให้จุดโทษครั้งนี้เปลี่ยนทุกอย่าง ผมมาที่นี่เพื่อแสดงความเห็น และหลังจากดูภาพช้าซ้ำไป 15 รอบแล้ว ในมุมมองของผม มันไม่ใช่จุดโทษเลย”

“เอฟเวอร์ตันทำในสิ่งที่พวกเขาถนัด แต่เราเองก็เสียฟาวล์แบบไม่จำเป็นหลายครั้ง ซึ่งนำไปสู่จังหวะเซ็ตพีซ ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกเขาแทบไม่ได้สร้างโอกาสอะไรเลย” กุนซือชาวสเปนกล่าวเพิ่มเติม

เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการคว้าแชมป์ อาร์เตต้าตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราแทบไม่เหลือช่องว่างแล้ว มันชัดเจนมาก เราเล่นได้ดีพอที่จะชนะ แต่ช่องว่างสำหรับความผิดพลาดมันแทบไม่มีเหลือแล้วจริงๆ”