Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ใครจะได้!เรือฟัดหงส์แย่งตัว ‘เคอร์เคซ’ แบ็คซ้ายดาวรุ่ง

แฟนบอล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องลุ้นกันหนัก เมื่อมีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งตัวฉกาจในพรีเมียร์ลีก ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว มิลอส เคอร์เคซ แบ็คซ้ายดาวรุ่งของ บอร์นมัธ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการเสริมทัพของลิเวอร์พูลในช่วงซัมเมอร์นี้

ตามรายงานจาก Football Transfers ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เริ่มต้น “เจรจาเบื้องต้น” กับตัวแทนของนักเตะวัย 21 ปีรายนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ทีม “เรือใบสีฟ้า” ไม่ต้องการเข้าร่วมสงครามประมูลที่อาจทำให้ค่าตัวพุ่งสูงเกินไป โดยบอร์นมัธได้ตั้งราคาเคอร์เคซไว้ที่ 45 ล้านปอนด์

สำหรับลิเวอร์พูล แฟนๆ คาดหวังที่จะเห็นแบ็คซ้ายคนใหม่เข้ามาเสริมทีมในฤดูกาลหน้า และเคอร์เคซคือหนึ่งในเป้าหมายที่สโมสรจับตามองอย่างใกล้ชิด ด้วยสไตล์การเล่นที่โดดเด่นทั้งเกมรับและเกมรุก ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับแผนการของกุนซือ

ข้อได้เปรียบของลิเวอร์พูล อยู่ที่ ริชาร์ด ฮิวจ์ส ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของสโมสร ซึ่งเคยดึงตัวเคอร์เคซจาก อาแซด อัลค์มาร์ มาสู่บอร์นมัธในปี 2023 ทำให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเตะและต้นสังกัด นอกจากนี้ เคอร์เคซยังมีความสนิทสนมกับ โดมินิก โซบอสซ์ไล กองกลางของลิเวอร์พูล โดยทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมทีมชาติฮังการี ซึ่งอาจเป็นปัจจัยช่วยโน้มน้าวให้เคอร์เคซเลือกย้ายมาถิ่นแอนฟิลด์

พยายามแล้ว!’รุด’ เผยผิดหวังช่วยจิ้งจอกหนีตกชั้นไม่สำเร็จ

รุด ฟาน นิสเตลรอย ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ แสดงความผิดหวังอย่างมากหลังจากที่ทีมของเขาต้องเผชิญกับการตกชั้นกลับสู่แชมเปี้ยนชิพอีกครั้งในฤดูกาลนี้ พร้อมยอมรับว่าอนาคตของเขากับสโมสรยังคงไม่แน่นอน

ฟาน นิสเตลรอย ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งต่อจากสตีฟ คูเปอร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง เราได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายสัปดาห์จนถึงจุดนี้” โดยเขาพาทีมคว้าชัยชนะได้เพียง 2 นัดจาก 21 เกมในพรีเมียร์ลีก

“เราพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อรักษาความหวังที่มีอยู่ เราจะใช้เกมที่เหลือเพื่อจบฤดูกาลให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” กุนซือชาวดัตช์กล่าวเพิ่มเติม

เมื่อถูกถามถึงอนาคตของตัวเอง ซึ่งยังมีสัญญากับสโมสรจนถึงปี 2027 ฟาน นิสเตลรอยเผยว่า “ผมมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบในการทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตและฤดูกาลหน้า” เขายังชี้ว่า “ผลงานในเกมกับไบรท์ตันและลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นว่านักเตะมีความทุ่มเทเพื่อทีม เราต้องรับผิดชอบ และนั่นคือสิ่งที่ผมจะทำในช่วง 5 สัปดาห์ข้างหน้า หลังจากนั้นเราจะต้องรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการกำหนดวันสำหรับการพูดคุยกับผู้บริหารสโมสร แต่ฟาน นิสเตลรอยคาดว่าจะมีการหารือในเร็วๆ นี้ โดยผลงานของเขาเก็บได้เพียง 8 แต้มจาก 21 เกม เทียบกับ 10 แต้มจาก 12 เกมภายใต้การคุมทีมของคูเปอร์

“ผมหวังว่าจะเก็บแต้มได้มากกว่านี้” เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมา “บางเกมเราเล่นได้ดีมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเคยพูดถึงในการแถลงข่าว แต่ก็มีบางเกมที่ฟอร์มการเล่นไม่เป็นไปตามศักยภาพของเรา”

ฟาน นิสเตลรอยยังวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ว่า “จาก 33 เกมที่ผ่านมา ช่องว่างระหว่างสามทีมที่เลื่อนชั้นกับทีมอื่นๆ ในลีกนั้นกว้างเกินไป เห็นได้ชัดว่ามีความแตกต่างในด้านคุณภาพ โดยสองทีมตกชั้นไปแล้ว และอีกทีมตามหลังถึง 15 แต้มจาก 5 เกมที่เหลือ นี่คือข้อสรุปที่สำคัญ”

‘อโมริม’ ยอมรับปัญหาใหญ่สุดของผีคือความเฉียบคม

รูเบน อโมริม กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดใจหลังทีมพ่ายแพ้วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 คาบ้านในศึกพรีเมียร์ลีก โดยชี้ว่าปัญหาหลักของทีมคือการขาดความเฉียบคมในการจบสกอร์ แม้จะครองเกมได้เหนือกว่าและสร้างโอกาสได้มากมาย

เกมนี้ “ปีศาจแดง” ครองบอลถึง 62% และมีโอกาสยิง 18 ครั้ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ ในขณะที่วูล์ฟส์อาศัยจังหวะฟรีคิกอันเฉียบขาดของ ปาโบล ซาราเบีย ในนาทีที่ 77 ซัดประตูชัย พาต้นสังกัดคว้าสามแต้มกลับบ้าน

“วันนี้เราเล่นได้ดีกว่าคู่แข่ง แต่ถ้าคุณยิงประตูไม่ได้ คุณก็ไม่มีทางชนะ” อโมริมกล่าวในการแถลงข่าวหลังเกม “เราสร้างโอกาสได้มากมาย แต่ขาดความเด็ดขาด นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของทีมในตอนนี้”

อโมริมยังย้ำว่าปัญหาการจบสกอร์ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผู้เล่นเพียงคนใดคนหนึ่ง โดยเฉพาะ ราสมุส ฮอยลุนด์ ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักในฤดูกาลนี้ “ไม่ใช่แค่ราสมุส หรือเมสัน เมาท์ ที่พลาดโอกาส มันเป็นเรื่องของทั้งทีม เราต้องช่วยกันแก้ไข”

นอกจากนี้ อโมริมยังชื่นชมการประเดิมสนามของดาวรุ่งอย่าง ไทเลอร์ เฟรเดริกสัน และ แฮร์รี่ อามาส ที่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ “ทั้งสองคนทำได้ดีมาก แต่เราต้องยิงประตูเพื่อให้เด็กๆ เหล่านี้มีความทรงจำที่ดีในการลงเล่นนัดแรก”

ความพ่ายแพ้นัดนี้ถือเป็นนัดที่ 15 จาก 33 เกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2024/25 ทำให้แมนยูรั้งอันดับ 14 ของตาราง หลุดจากโซนครึ่งบนอย่างสิ้นเชิง เมื่อถูกถามถึงการแก้ปัญหาด้วยการเสริมทัพในตลาดซื้อขาย อโมริมตอบอย่างระมัดระวัง

“เราจะมีช่วงเวลาที่ขึ้นๆ ลงๆ ไปจนจบฤดูกาล สิ่งสำคัญคือต้องมองโลกในแง่ดีและทำงานหนักต่อไป” กุนซือชาวโปรตุเกสกล่าว “เราคุยกันถึงแผนสำหรับฤดูกาลหน้าทุกวัน ทั้งเรื่องการพัฒนาผู้เล่นที่มีอยู่และโอกาสในตลาดซื้อขาย ถ้ามีเวลาและโอกาส เราจะหาสิ่งที่ทีมต้องการเพื่อก้าวไปข้างหน้า”

ไร้สาระ!’สล็อท’ ออกโรงปกป้อง ‘เทรนท์’ หลังมีเสียงวิจารณ์ไม่ทุ่มเท

อาร์เน่ สล็อท ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ออกโรงปกป้อง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อย่างหนักแน่น หลังมีกระแสวิจารณ์ตั้งคำถามถึงความทุ่มเทของแบ็กขวารายนี้ต่อสโมสร โดยยืนยันว่าการสงสัยในความมุ่งมั่นของนักเตะนั้น “ไร้สาระสิ้นดี”

ในเกมล่าสุด อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ กลายเป็นฮีโร่ของทีมเมื่อซัดประตูชัยในนาทีสำคัญ พา “หงส์แดง” บุกไปเฉือนชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ทำให้ลิเวอร์พูลเข้าใกล้การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 20 มากขึ้น

“พาดหัวข่าววันนี้ควรเป็นเรื่องประตูที่เขายิงได้ ไม่ใช่เรื่องสัญญาของเขา!” สล็อท กล่าวด้วยน้ำเสียงเดือดดาลหลังจบเกม “ไม่มีใครสามารถปฏิเสธความทุ่มเทของเขาได้เลย ถ้าคุณดูจากการวิ่ง การเล่น และความพยายามที่เขาใส่ลงไปในสนาม มันชัดเจนมาก”

สล็อท ยังยกย่องความสามารถของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในช่วงเวลาสำคัญ โดยเปรียบเทียบกับผลงานของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่เคยสร้างความแตกต่างในเกมก่อนหน้านี้ “นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญของฤดูกาล และนักเตะระดับท็อปอย่าง เทรนท์ สามารถสร้างช่วงเวลาแบบนี้ได้”

ด้าน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งตกเป็นข่าวเรื่องอนาคตกับสโมสรมาโดยตลอด ก็ออกมาเปิดใจถึงประตูชัยในเกมนี้ว่า “ผมบอกมาตลอดทั้งฤดูกาลว่าผมไม่อยากพูดเรื่องอนาคตของตัวเอง ตอนนี้ผมแค่โฟกัสที่การเล่นและช่วยทีม”

“วันที่ได้ยิงประตูแบบนี้ ชนะเกมแบบนี้ และยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก ๆ ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้” แบ็กขวาวัย 26 ปีกล่าวปิดท้าย

อดคุมทีม!’มาเรสก้า’ โดนแบน 1 นัด หลังรับใบเหลืองที่ 3 ครบโควตา

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) สั่งแบนห้ามคุมทีมข้างสนาม 1 นัด หลังได้รับใบเหลืองใบที่ 3 ของฤดูกาล ในเกมที่เชลซีบุกชนะฟูแล่ม 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ขณะที่เปโดร เนโต้ ซัดประตูชัยให้เชลซี มาเรสก้าดีใจเกินเหตุ วิ่งออกนอกเขตเทคนิคไปฉลองกับแฟนบอลทีมตัวเอง ทำให้แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินควักใบเหลืองให้ทันที นี่เป็นใบเหลืองที่ 3 ของเขาในซีซั่นนี้ ต่อจากเกมพบบอร์นมัธ และนิวคาสเซิ่ล

ตามกฎเอฟเอ ผู้จัดการทีมที่สะสมใบเหลืองครบ 3 ใบจะถูกแบน 1 นัด โดยมาเรสก้าจะพลาดคุมทีมในเกมเปิดบ้านพบเอฟเวอร์ตัน สุดสัปดาห์นี้ คาดว่าวิลลี่ กาบาเญโร่ ผู้ช่วยของเขาจะรับหน้าที่คุมทีมข้างสนามแทน

การขาดมาเรสก้าอาจส่งผลต่อเชลซีที่กำลังลุ้นท็อปโฟร์เพื่อตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก ปัจจุบัน “สิงห์บลูส์” รั้งอันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีก มีแต้มเท่าน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และแอสตัน วิลล่า แต่ประตูได้เสียดีกว่า

แค่ข่าวลือ!’แอนโทนี’ เผยไม่มีปัญหาความสัมพันธ์กับ ‘อโมริม’

แอนโทนี่ ปีกชาวบราซิลวัย 25 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ของเขากับ รูเบน อาโมริม ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยสัญญายืมตัวที่ เรอัล เบติส เป็นเวลา 3 เดือน

โดย แอนโทนี่ กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อย่างน่าประทับใจนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งใน ลา ลีกา เมื่อเดือนมกราคม โดยเจ้าของฉายา “เอล เบย์เบลด” ซัดไป 4 ประตูและทำอีก 4 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 16 นัดให้กับ เบติส

การย้ายทีมชั่วคราวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ตามความคาดหวังที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด นับตั้งแต่ย้ายจาก อาแย็กซ์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 85 ล้านปอนด์ในปี 2022 โดยลงเล่นให้ “ปีศาจแดง” ไป 96 นัด แต่ยิงได้เพียง 12 ประตูและทำแอสซิสต์ 5 ครั้ง ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับค่าตัวที่เป็นสถิติแพงอันดับสองของสโมสร

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะตัดสินใจขาย แอนโทนี่ แบบถาวรในช่วงซัมเมอร์นี้หรือไม่ แต่ดูเหมือนว่านักเตะและสโมสร รวมถึงกุนซืออย่าง อาโมริม จะไม่มีปัญหาความขัดแย้งใด ๆ

“ผมได้ร่วมงานกับ อาโมริม เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เขาคือโค้ชที่ยอดเยี่ยมและฉลาดมาก” แอนโทนี่ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ ESPN Brazil

“ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมเชื่อว่าเขาเป็นโค้ชที่ดี ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา แต่ผมเองก็ต้องการความท้าทายใหม่ ๆ ในอาชีพ และผมขออวยพรให้เขาโชคดีในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้”

‘เป๊ป’ ชื่นชมแข้งเรือหลังคว้าชัยเหนือทอฟฟี่พร้อมลุ้นตั๋ว UCL

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โชว์ความแข็งแกร่งด้วยการยิงสองประตูในช่วงท้ายเกม พลิกเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน พาร์ค พร้อมรักษาความหวังในการคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า

“นี่คือชัยชนะครั้งใหญ่” กวาร์ดิโอล่า กล่าวหลังเกม “การบุกมาชนะที่กูดิสัน พาร์ค ซึ่งทีมอย่าง ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ทำไม่ได้ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อ เอฟเวอร์ตัน เพิ่งมีโมเมนตัมจากการชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์”

กุนซือชาวสเปนเน้นยว่า การผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็น “ความสำเร็จครั้งสำคัญ” สำหรับทีม โดยเฉพาะในฤดูกาลที่เผชิญความท้าทายจากอาการบาดเจ็บและสถานการณ์ที่ยากลำบาก

“คาแร็กเตอร์คือสิ่งที่แสดงออกเมื่อคุณเผชิญช่วงเวลายากลำบาก นักเตะของผมพิสูจน์สิ่งนี้มาตลอดทศวรรษ ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขาอย่างมาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เป๊ป กล่าวเสริม

ปัจจุบัน แมนฯ ซิตี้ รั้งอันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีก โดยกวาร์ดิโอล่ากล่าวถึงเป้าหมายในช่วงท้ายฤดูกาลว่า “เรายังมีเกมในบ้าน 3 นัด และเกมเยือน 2 นัด รวมถึงเกมสำคัญในวันอังคารกับ แอสตัน วิลล่า โอกาสอยู่ในมือเรา และผมหวังว่าเราจะคว้าความสำเร็จครั้งใหญ่เพื่อไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก”

สู้ต่อ!’มาร์ติเนลลี’ ยันปืนยังไม่ยอมแพ้แย่งแชมป์หงส์

กาเบรียล มาร์ติเนลลี ปีกตัวเก่งของอาร์เซนอล ออกมายืนยันว่าทีม “ปืนใหญ่” ยังคงไม่ยอมแพ้ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะมีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่างลิเวอร์พูลถึง 13 คะแนนก็ตาม

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่อ สล็อท มีโอกาสคว้าแชมป์ลีกได้ในสุดสัปดาห์นี้ หากอาร์เซนอลพ่ายแพ้ต่ออิปสวิช และลิเวอร์พูลสามารถบุกไปเอาชนะเลสเตอร์ได้ในเกมถัดไป อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนลลี ยืนยันว่าภายในห้องแต่งตัวของอาร์เซนอล ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหวังในการคว้าแชมป์

“เราต้องเชื่อมั่น และมันยังไม่จบ” มาร์ติเนลลีกล่าวอย่างหนักแน่น “แน่นอนว่าคะแนนที่ห่างกัน 13 แต้มเป็นช่องว่างที่มาก แต่เราไม่สามารถยอมแพ้ได้ เราจะไม่ยอมแพ้ ทีมของเรายังอยู่ในเส้นทางของทั้งพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีก ดังนั้นเราจะต้องพยายามคว้าชัยชนะในทุกเกมที่เหลือ”

มาร์ติเนลลียังกล่าวถึงความสำเร็จในแชมเปี้ยนส์ลีกที่ทีมสามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้ “ตอนนี้เป็นช่วงท้ายของฤดูกาลแล้ว เราไปถึงรอบรองชนะเลิศในแชมเปี้ยนส์ลีก และเราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อไปให้ไกลที่สุด”

ไปแน่!’นูนเญซ’ เตรียมอำลาหงส์ในตลาดซัมเมอร์นี้

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวสายฟุตบอลชื่อดัง ออกมาเปิดเผยว่า แผนการที่ ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าชาวอุรุกวัย จะย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีแนวโน้มสูงที่ “หนูน” จะปิดฉากการค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะเปิดขึ้น

นูนเญซ วัย 25 ปี เคยตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจจากสโมสรในลีกซาอุดิอาระเบีย รวมถึง อัล นาสเซอร์ ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา แต่ลิเวอร์พูลตัดสินใจปฏิเสธเพื่อรักษากองหน้ารายนี้ไว้กับทีม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป

โรมาโน่ ระบุผ่านสื่อว่า “ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา แผนการสำหรับนูนเญซชัดเจน และยังคงเป็นเช่นนั้น ดาร์วิน นูนเญซ มีแนวโน้มสูงที่จะย้ายออกจากลิเวอร์พูลในซัมเมอร์นี้ หลังจากที่สโมสรปฏิเสธข้อเสนอจากอัล นาสเซอร์เมื่อต้นปี ทุกทางเลือกจะถูกนำมาพิจารณาอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”

นอกจากนี้ โรมาโน่ยังเสริมว่า “ตัวนักเตะเองก็เปิดใจพร้อมสำหรับการเริ่มต้นบทใหม่ในอาชีพของเขา”

ในขณะเดียวกัน พอล จอยซ์ นักข่าววงในของลิเวอร์พูล ก็ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นูนเญซดูเหมือนจะสูญเสียความมั่นใจและไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแนวทางการทำทีมของ อาร์เน่อ สล็อท กุนซือคนใหม่ของทีมได้ ทำให้สถานการณ์ของเขากับสโมสรยิ่งดูห่างเหิน

“ดูเหมือนว่าเท้าข้างหนึ่งของนูนเญซได้ก้าวออกจากลิเวอร์พูลไปแล้ว” จอยซ์ กล่าว “ผลงานและการตอบสนองต่อการฝึกสอนของสล็อทไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง”

ทั้งนี้ นูนเญซย้ายจาก เบนฟิก้า มาร่วมทีมลิเวอร์พูลในปี 2022 ด้วยค่าตัวสูงถึง 85 ล้านปอนด์ แต่ผลงานของเขาในพรีเมียร์ลีกยังคงไม่สม่ำเสมอ โดยยิงไปเพียง 22 ประตูจากการลงเล่น 65 นัดในลีก ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ลิเวอร์พูลพร้อมพิจารณาปล่อยตัวเขาในซัมเมอร์นี้

เผย ‘อันเช่’ จ่อลาราชันโยกซบคุมทีมชาติบราซิลหลังจบฤดูกาล

มีรายงานว่า คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือมากประสบการณ์ของเรอัล มาดริด มีโอกาสสูงที่จะอำลาทีมหลังจบฤดูกาล 2024-25 โดยทีมชาติบราซิลถูกมองเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ตามการเปิดเผยของสื่อชั้นนำอย่าง ดิ แอธเลติก

สมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล (CBF) วางตัว อันเชล็อตติ เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในการคุมทีมลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยประธาน CBF ถึงขั้นยกย่องว่า อันเชล็อตติ คือ “โค้ชในฝัน” แม้จะมีชื่อของ ฮอร์เก้ เชซุส กุนซืออัล ฮิลาล อยู่ในลิสต์ด้วยก็ตาม ปัจจุบัน ทีมชาติบราซิลยังไม่มีกุนซือถาวร หลังจากปลด โดริวัล จูเนียร์ ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระบุว่า อันเชล็อตติ มีความสนใจอย่างมากในการรับงานคุมทีมชาติบราซิล แม้ว่าเขาจะมีตัวเลือกอื่น เช่น การต่อสัญญากับเรอัล มาดริด ในบทบาทที่ไม่ใช่โค้ช หรือการพักงานชั่วคราวก็ตาม โดย CBF ได้เริ่มเจรจากับเจ้าตัวอย่างจริงจังแล้ว

มีกระแสข่าวว่าตัวแทนจาก CBF เดินทางไปชมเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เรอัล มาดริด พ่ายต่ออาร์เซนอล เมื่อกลางสัปดาห์ เพื่อพบปะกับ อันเชล็อตติ โดยตรง อย่างไรก็ตาม ฝั่ง CBF ออกมาปฏิเสธทันควัน โดยยืนยันว่า โรดริโก้ เกตาโน่ และ เอดนัลโด้ โรดริเกส ผู้บริหารระดับสูงของสมาพันธ์ ยังคงประจำการอยู่ที่ริโอ เด จาเนโร และการเจรจาทั้งหมดดำเนินการผ่านช่องทางส่วนตัวเท่านั้น

สำหรับบราซิล พวกเขาต้องการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่ให้ทันก่อนโปรแกรมทีมชาติรอบถัดไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 ขณะที่เรอัล มาดริด ก็ต้องตัดสินใจเรื่องอนาคตกุนซือให้ชัดเจนก่อนศึกฟุตบอลสโมสรโลก ที่จะเริ่มในวันที่ 14 มิถุนายน โดยสโมสรวางแผนหารือกับ อันเชล็อตติ หลังจบศึกโกปา เดล เรย์ รอบชิงชนะเลิศกับบาร์เซโลนา ในวันที่ 26 เมษายนนี้

ในกรณีที่ อันเชล็อตติ อำลาทีม “ราชันชุดขาว” มีรายงานว่าได้ติดต่อ ชาบี้ อลอนโซ่ กุนซือฟอร์มร้อนของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไว้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง โดย อลอนโซ่ ถูกมองว่าเป็นแคนดิเดตที่เหมาะสมที่สุดในการสานต่อความสำเร็จของสโมสร

อนาคตของ อันเชล็อตติ ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยแฟนบอลทั้งในมาดริดและบราซิลต่างรอคอยการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าวงการฟุตบอลทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ

ตัวแทน!เรือเล็งคว้า ‘คอสต้า’ แทน ‘เอแดร์ซอน’ หลังเจ็บบ่อย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก ตกเป็นข่าวเตรียมทุ่มเงินคว้าตัว ดิโอโก้ คอสต้า ผู้รักษาประตูทีมชาติโปรตุเกสของ เอฟซี ปอร์โต้ ด้วยค่าตัวราว 50-63 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นตัวแทนระยะยาวของ เอแดร์ซอน นายทวารมือหนึ่งที่กำลังเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง

ในเกมที่แมนฯ ซิตี้ ถล่ม คริสตัล พาเลซ 5-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เอแดร์ซอน ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 15 หลังได้รับบาดเจ็บที่โคนขาหนีบ โดยฤดูกาลนี้เขามีอาการบาดเจ็บถึง 4 ครั้ง ส่งผลให้ไม่สามารถลงฝึกซ้อมได้อย่างสม่ำเสมอ ปัญหานี้ทำให้ทีม “เรือใบสีฟ้า” ต้องเร่งหาผู้รักษาประตูคนใหม่เพื่อรักษาความแข็งแกร่งในระยะยาว

ตามรายงานจาก The Mirror แมนฯ ซิตี้ ให้ความสนใจ ดิโอโก้ คอสต้า วัย 25 ปี อย่างจริงจัง โดยผู้รักษาประตูรายนี้มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 63 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ฮูโก้ วิอาน่า ผู้อำนวยการฟุตบอลคนใหม่ของสโมสร ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ จอร์จ เมนเดส เอเยนต์ของคอสต้า มองว่าข้อเสนอราว 50 ล้านปอนด์อาจเพียงพอต่อการปิดดีลครั้งนี้

คอสต้า ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รักษาประตูสไตล์ “สวีปเปอร์คีปเปอร์” ที่เล่นบอลด้วยเท้าได้ยอดเยี่ยม ซึ่งเหมาะสมกับปรัชญาการทำทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เขาเติบโตในอะคาเดมี่ของปอร์โต้ตั้งแต่อายุ 11 ปี ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไปแล้ว 195 นัด คว้าแชมป์ 9 รายการ และเก็บคลีนชีตได้ถึง 100 นัดจาก 161 เกมแรกในอาชีพ

ด้าน เอแดร์ซอน วัย 31 ปี ย้ายจาก เบนฟิก้า มาร่วมทีมแมนฯ ซิตี้ ในปี 2017 ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ และลงสนามให้ทีมไปแล้ว 365 นัด อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาเคยตกเป็นข่าวเกือบย้ายไปเล่นในลีกซาอุดีอาระเบีย ก่อนตัดสินใจอยู่กับทีมต่อ

การบาดเจ็บครั้งล่าสุดของเอแดร์ซอนอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แมนฯ ซิตี้เร่งเดินหน้าเจรจาคว้าตัว ดิโอโก้ คอสต้า เพื่อรักษาความแข็งแกร่งในตำแหน่งผู้รักษาประตู และแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” คงจับตาดูว่า ดีลนี้จะสำเร็จลุล่วงหรือไม่ในช่วงตลาดนักเตะรอบหน้า

ทุ่มไหม!เผยผีตัวเต็งคว้า’เซเมนโย่’ ปีกบอร์นมัธ คาดค่าตัว 70 ลป.

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมเต็งในการคว้าตัว อองตวน เซเมนโย่ ปีกตัวเก่งของบอร์นมัธ ในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ ตามรายงานล่าสุด รูเบน อโมริม กุนซือของทีม มีความชื่นชอบในตัวดาวเตะวัย 25 ปี และวางแผนดึงมาร่วมปฏิรูปแนวรุกของ “ปีศาจแดง” ในฤดูกาลหน้า

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเผชิญการแข่งขันจากหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะลิเวอร์พูล ที่แสดงความสนใจในตัวเซเมนโย่เช่นกัน ขณะที่อาร์เซน่อลเป็นเพียงทีมเดียวในกลุ่มท็อปซิกซ์ที่ไม่มีข่าวเชื่อมโยงกับแข้งรายนี้

บอร์นมัธ ตั้งค่าตัวเซเมนโย่ไว้สูงถึง 70 ล้านปอนด์ และไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยตัวถูกๆ อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ที่การเจรจาอาจนำไปสู่โครงสร้างการจ่ายเงินที่ลดมูลค่าลง เหมือนกรณีที่ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ คว้า โดมินิก โซลันกี้ ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ก่อน

แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่าแนวรุกคือจุดที่ต้องเสริมทัพอย่างเร่งด่วน หลังจากที่ เจดอน ซานโช่, มาร์คัส แรชฟอร์ด และแอนโทนี่ มีแนวโน้มย้ายออกจากทีมแบบถาวร

เซเมนโย่ ย้ายจากบริสตอล ซิตี้ มาร่วมทีมบอร์นมัธเมื่อมกราคม 2023 ด้วยค่าตัวเพียง 10.5 ล้านปอนด์ และปัจจุบันยังมีสัญญากับทีมถึง 4 ปี หลังต่อสัญญาใหม่เมื่อปีที่แล้ว