Home 365kubx
LINE: @365KUBx

‘โรซีเนียร์’ เผยเหตุไม่ส่ง ‘พาลเมอร์,เจมส์’ เพราะอยากให้พัก

เลียม โรซีเนียร์ กุนซือคนใหม่ของเชลซี เปิดเผยเหตุผลที่ตัดสินใจพักงาน โคล พาลเมอร์ และ รีซ เจมส์ ในเกมเอฟเอ คัพ ที่บุกไปเยือน ชาร์ลตัน แอธเลติก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังทั้งสองรายมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยติดตัวมาจากเกมลีกนัดก่อนที่พ่าย ฟูแล่ม

เชลซีไม่จำเป็นต้องเร่งใช้งานแข้งตัวหลักในเกมที่เดอะ วัลเลย์ ซึ่งเป็นนัดประเดิมคุมทีมของโรซีเนียร์ และสุดท้าย “สิงห์บลูส์” ก็โชว์ฟอร์มดุ ไล่ถล่มเจ้าถิ่นขาดลอย 5-1 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้อย่างสบาย

เกมดังกล่าว โรซีเนียร์ ปรับทัพครั้งใหญ่ เปลี่ยนผู้เล่นจากยุคโค้ชชั่วคราว คาลัม แม็คฟาร์เลน รวมถึงนัดแพ้ฟูแล่มถึง 8 ตำแหน่ง โดยนอกจาก พาลเมอร์ และ เจมส์ แล้ว มาโล กุสโต้ ก็ไม่มีชื่อในทีมเช่นกัน

ด้วยโปรแกรมสำคัญที่รออยู่ในศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ซึ่งเชลซีต้องพบกับ อาร์เซน่อล คืนวันพุธ ทำให้กุนซือวัย 40 ปี ยอมรับว่าจำเป็นต้องติดตามความฟิตของนักเตะอย่างใกล้ชิด

“มาโล, โคล และ รีซ ผมเลือกพักพวกเขาไว้เพื่อความปลอดภัยล้วน ๆ ผมไม่อยากเสี่ยงอะไรในช่วงนี้ของฤดูกาล พวกเขามีอาการตึงหรือเจ็บเล็กน้อย” โรซีเนียร์ กล่าว

“ผมรู้สึกว่าเรามีขุมกำลังที่ดีมาก ไม่จำเป็นต้องเอาสุขภาพของนักเตะไปเสี่ยง ผมเชื่อมั่นในทีมชุดนี้ และเชื่อในนักเตะทุกคน หากอยากมีฤดูกาลที่แข็งแกร่ง เราต้องใช้งานทุกคนให้เป็น และสิ่งที่พวกเขาแสดงออกมา ทำให้ผมมองอนาคตในแง่บวกมาก”

ขณะเดียวกัน มาร์ค กิว กองหน้าดาวรุ่งก็ใช้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้อย่างคุ้มค่า ขณะที่ อเลฮานโดร การ์นาโช่ และ เจมี กิตเทนส์ สร้างอันตรายจากริมเส้นได้อย่างต่อเนื่อง

“ผมพอใจกับ 11 ตัวจริงมาก และพอใจกับแนวรุกสามคนเป็นพิเศษ” โรซีเนียร์ กล่าวเสริม

“อาลี (การ์นาโช่) กล้าเล่นดวลตัวต่อตัวตลอด กิว ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและสมควรกับประตูที่เขายิงได้ ส่วนเจมีดูอันตรายทุกครั้งที่เข้าทำ เขาสร้างโอกาสให้ทีมได้เยอะ มีหลายอย่างที่เป็นบวก และนี่ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีจริงๆ”

ดีลใกล้จบ!’โซบอสซ์ไล’ บรรลุสัญญาใหม่เบี้ยงต้นจ่ออยู่หงส์ยาว

ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวว่าบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ โดมินิก โซบอสซ์ไล กองกลางทีมชาติฮังการีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังการเจรจามีความคืบหน้าอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

รายงานจาก Caught Offside ระบุว่า มิดฟิลด์วัย 24 ปีใกล้จะจรดปากกาเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ “หงส์แดง” ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไปในระยะยาว โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงเงื่อนไขหลักกันในเบื้องต้นแล้ว

โซบอสซ์ไล ย้ายจาก แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทีมลิเวอร์พูลเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ด้วยสัญญา 5 ปี ทำให้ปัจจุบันเขายังเหลือสัญญาอีก 2 ปีเมื่อจบฤดูกาลนี้ และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นแกนหลักของทีมอย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ต่างจับตามองสถานการณ์ของดาวเตะรายนี้อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเชื่อว่า โซบอสซ์ไล มีแนวโน้มเลือกฝากอนาคตไว้กับลิเวอร์พูลมากกว่า

การเร่งต่อสัญญาครั้งนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญของสโมสร หลังจากฤดูกาลที่แล้วต้องเผชิญกระบวนการเจรจาที่ยืดเยื้อกับแข้งตัวหลักอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดค์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

ขณะที่ฤดูกาลปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ยังต้องจับตาอนาคตของ อิบราฮิมา โคนาเต้ ซึ่งสัญญากำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ รวมถึง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่เหลือสัญญาอีกเพียงไม่กี่เดือนเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ การจัดการอนาคตของโซบอสซ์ไลให้ชัดเจนตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของสโมสร เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอยเดิม และช่วยลดแรงกดดันจากความสนใจของสองยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปอย่าง เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค อีกด้วย

‘ลูวิส’ ชม ‘เซเมนโย่’ เริ่มต้นเยี่ยมเข้ากับทีมได้ทันที

ริโก้ ลูวิส ดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกโรงชื่นชม อองตวน เซเมนโย่ หลังแนวรุกทีมชาติกาน่าประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมถล่ม เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 10-1 ศึกเอฟเอ คัพ รอบสาม

เซเมนโย่ วัย 26 ปี สร้างอิมแพ็คทันทีด้วยการยิง 1 ประตูและทำอีก 1 แอสซิสต์ จนเพื่อนร่วมทีมอย่าง ลูวิส ยอมรับว่า การปรับตัวเข้าสู่ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ

“มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย เพราะทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่าเขามีคุณภาพมากแค่ไหนในพรีเมียร์ลีก”ลูวิส กล่าว

“เขาเป็นนักเตะที่หลายสโมสรต้องการ และมันมีเหตุผลรองรับ วันนี้เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเข้ากับทีมได้ทันทีตั้งแต่ก้าวแรก”

“ที่สำคัญคือเขาเป็นคนที่นิสัยดีมาก ๆ ซึ่งยิ่งทำให้บรรยากาศในทีมเป็นไปในทางบวกมากขึ้นกว่าเดิม”

ไม่ใช้!เผยไก่อาจปล่อย ‘เตล’ ยืมตัวตลาดมกรานี้

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ตกเป็นข่าวอาจปล่อยตัว มาธิส เตล กองหน้าดาวรุ่งออกไปเก็บประสบการณ์ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ เดลี่ เมล ขณะที่ตัวนักเตะเองก็หวังเพิ่มโอกาสในการก้าวไปติดทีมชาติฝรั่งเศสลุยศึกฟุตบอลโลก

หัวหอกวัย 20 ปี ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพ “ไก่เดือยทอง” แบบถาวรเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวราว 30 ล้านปอนด์ แต่กลับได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงเพียง 5 นัด ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส แฟรงค์ แม้จะทำผลงานยิงไปแล้ว 3 ประตูก็ตาม

เตล เคยหลุดจากรายชื่อทีมในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อเดือนกันยายน ก่อนจะถูกดึงกลับมาใช้งานอีกครั้ง หลังจาก โดมินิก โซลันกี้ ได้รับบาดเจ็บในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

อนาคตของดาวยิงรายนี้จะขึ้นอยู่กับแผนเสริมทัพแนวรุกของ สเปอร์ส ในตลาดหน้าหนาว หลังสโมสรตัดสินใจปล่อย เบรนแนน จอห์นสัน ให้กับ คริสตัล พาเลซ ไปแล้ว และยังต้องพิจารณาว่าจะสามารถคว้ากองหน้าคนใหม่เข้ามาได้หรือไม่

ขณะเดียวกัน สเปอร์ส ยังคงเดินหน้าเจรจากับ ซานโตส เพื่อคว้าตัว ซูซ่า วิงแบ็กซ้ายชาวบราซิลเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมในช่วงเดือนนี้ด้วย

ไม่เหลือซาก!เรือสร้างสถิติชนะมากสุดในเอฟเอ คัพตั้งแต่ปี 1960

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มโหดในศึกเอฟเอ คัพ หลังเปิดบ้านถล่ม เอ็กซิเตอร์ ซิตี้ จากลีกวันไปแบบขาดลอย 10-1 สร้างสถิติชัยชนะที่มีสกอร์ขาดมากที่สุดของทีมจากลีกสูงสุดในรายการนี้ นับตั้งแต่ปี 1960

เกมดังกล่าวลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ครองเกมเหนือกว่าชัดเจน และไล่ถลุงประตูอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการประเดิมสนามของ อองตวน เซเมนโย่ แนวรุกป้ายแดงที่ย้ายมาจากบอร์นมัธด้วยค่าตัว 64 ล้านปอนด์ ซึ่งเจ้าตัวไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เมื่อสามารถทำประตูแรกในสีเสื้อ “เรือใบสีฟ้า” ได้ทันที

นอกจากนี้ยังมีผลงานเด่นจากกลุ่มดาวรุ่งอย่าง แม็กซ์ อัลเลย์น และ ไรอัน แมคไอดู ที่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดเช่นกัน ขณะที่ผู้เล่นตัวหลักอย่าง โรดรี้, ติยานี่ ไรจ์นเดอร์ส, นิโก้ โอไรลลีย์ และ ริโก้ ลูอิส ต่างช่วยกันทำประตู เติมเต็มชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในเกมนี้

สถิติจาก Opta ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมจากลีกสูงสุดทีมแรกที่ยิงได้อย่างน้อย 10 ประตูในเกมฟุตบอลถ้วย นับตั้งแต่ลิเวอร์พูลเคยถล่มฟูแล่ม 10-0 ในศึกลีกคัพ เมื่อปี 1986 และยังถือเป็นชัยชนะในเอฟเอ คัพ ที่ขาดลอยที่สุดของทีมจากลีกสูงสุด นับตั้งแต่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เคยเอาชนะครูว์ 13-2 ในรอบรีเพลย์เมื่อปี 1960

125 ปีแห่งความยิ่งใหญ่!ไก่เปิดแคมเปญชุดพิเศษแชมป์เอฟเอ คัพ

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สโมสรดังแห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เปิดตัวแคมเปญพิเศษเพื่อรำลึกถึงความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1901 เนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปีของชัยชนะที่ยังคงถูกกล่าวถึงจนถึงทุกวันนี้

ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นตำนานของวงการลูกหนังอังกฤษ เมื่อ “ไก่เดือยทอง” กลายเป็นทีมแรก และจนถึงปัจจุบันยังเป็นทีมเดียว ที่ไม่ใช่สโมสรจากลีกสูงสุด แต่สามารถคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้

ย้อนกลับไปในปี 1901 สเปอร์สยังลงแข่งขันอยู่ในเซาเธิร์น ลีก ดิวิชั่น 1 ก่อนจะสร้างปาฏิหาริย์ในวันที่ 27 เมษายน ด้วยการเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมจากดิวิชั่นสูงสุด 3-1 ในเกมรีเพลย์นัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเบิร์นเดน พาร์ค เมืองโบลตัน

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สโมสรได้เปิดตัวแคมเปญเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ เพื่อยกย่องชัยชนะที่ถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวและความยิ่งใหญ่ของทีมชุดดังกล่าวให้แฟนบอลรุ่นใหม่ได้ร่วมเรียนรู้และภาคภูมิใจ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวชุดแข่งเรโทรแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกย่องเหล่าวีรบุรุษทีมแชมป์ปี 1901 โดยจะถูกนำมาใช้ลงสนามเป็นครั้งแรกในศึกเอฟเอ คัพ รอบสาม ที่สเปอร์สจะเปิดบ้านพบกับ แอสตัน วิลล่า คืนวันเสาร์นี้

ชุดแข่งพิเศษดังกล่าวจะใช้ตราสโมสรแบบดั้งเดิม ไม่มีชื่อผู้เล่นด้านหลัง มีเพียงหมายเลขเสื้อเท่านั้น เพื่อสะท้อนรูปแบบการแข่งขันในยุคต้นศตวรรษที่ 20

นอกจากนี้ สเปอร์สยังเตรียมจัดกิจกรรมอีกมากมายตลอดช่วงเวลาจนถึงเดือนเมษายน อาทิ การนำถ้วยแชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1901 ไปจัดแสดงตามโรงเรียนในพื้นที่ รวมถึงการเปิดตัวรายการแข่งขัน “The Spurs Legacy Cup” ในช่วงปลายปีนี้ เพื่อสืบสานมรดกทางประวัติศาสตร์และปลูกฝังจิตวิญญาณของสโมสรให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต

ลุกลาม!’บรู๊คลิน’ สั่งทนายส่งจดหมายห้าม ‘เบ็คแฮม,วิคตอเรีย’ ติดต่อ

ความร้าวฉานภายในตระกูลดังอย่าง “ครอบครัวเบ็คแฮม” ยังคงเป็นประเด็นร้อน เมื่อมีรายงานล่าสุดว่า บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลูกชายคนโต ได้ตัดสินใจยกระดับความขัดแย้ง ด้วยการแจ้งไปยัง เดวิด และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ผู้เป็นพ่อแม่ว่า หากต้องการติดต่อใด ๆ ขอให้ดำเนินการผ่านทนายความเท่านั้น

สื่อในอังกฤษเปิดเผยว่า บรู๊คลิน วัย 26 ปี ได้ส่งหนังสือทางกฎหมายถึงครอบครัว ระบุชัดว่าการสื่อสารส่วนตัวทั้งหมดต้องผ่านตัวแทนทางกฎหมาย พร้อมร้องขอให้พ่อและแม่งดการกล่าวถึงหรือ “แท็ก” ชื่อเขาบนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม

รายงานยังอ้างว่า ความตึงเครียดปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ วิคตอเรีย กดถูกใจวิดีโอเกี่ยวกับเมนูไก่ย่าง ซึ่ง บรู๊คลิน เคยโพสต์ไว้ ส่งผลให้เขาตัดสินใจบล็อกพ่อแม่จากโลกออนไลน์ โดยมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงที่ได้แจ้งเอาไว้ก่อนหน้า

เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงไปถึงช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อ วิคตอเรีย หรืออดีตสมาชิกวง “พอช สไปซ์” เข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงชื่นชมสูตรอาหารของลูกชาย ก่อนที่ ครูซ เบ็คแฮม ลูกชายคนเล็กวัย 20 ปี จะโพสต์ข้อความสั้น ๆ ในเชิงตัดพ้อว่า “พวกเขาตื่นเช้ามาแล้วโดนบล็อก ผมก็เช่นกัน”

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า เบื้องหลังการตัดขาดดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจาก บรู๊คลิน และ นิโคลา เพลต์ซ ภรรยานักแสดงสาววัย 31 ปี จากภาพยนตร์ Transformers ต้องเผชิญกับความตึงเครียดภายในครอบครัวมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และรู้สึกว่าความพยายามขอปรับความเข้าใจเป็นการส่วนตัวของทั้งคู่ไม่ได้รับการตอบสนอง

ปัจจุบัน บรู๊คลิน ยังคงติดต่อกับปู่ย่าตายายทั้งสองฝั่ง อย่างสม่ำเสมอผ่านการโทรศัพท์และข้อความ โดยพวกเขายังคงคอมเมนต์ในโพสต์ของเขาได้ตามปกติ ขณะที่เดวิดและวิคตอเรียแสดงออกว่ายังเปิดใจให้คืนดี แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้การสื่อสารเหลือเพียงช่องทางทางกฎหมายเท่านั้น

แหล่งข่าวจากฝั่งเบ็คแฮมระบุว่า ทั้งคู่รู้สึก งุนงงและเสียใจอย่างมาก กับสถานการณ์ ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าการใช้ทนายเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ปัญหายิ่งซับซ้อน และยากที่จะกลับมาคืนดีแบบครอบครัวทั่วไป

สำหรับต้นตอของความบาดหมาง คาดว่าเริ่มจากประเด็นเล็กน้อยที่ค่อย ๆ ลุกลามหลังงานแต่งงานของบรู๊คลินและนิโคลา โดยเฉพาะการที่ทั้งคู่ไม่ปรากฏตัวในงานฉลองวันเกิดครบรอบ 50 ปีของเดวิด เบ็คแฮม ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องชุดแต่งงาน และความไม่พอใจที่ วิคตอเรีย อาจไม่ได้สวมชุดที่นิโคลาเป็นผู้ออกแบบให้ในวันสำคัญดังกล่าว

แฮปปี้ดี!’ฟาน ไดจ์ค’ เปิดใจยังไม่คิดแขวนสตั๊ด

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูลและทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ออกมายืนยันว่าเขายังไม่มีแผนแขวนสตั๊ดในเร็ว ๆ นี้ หลังถูกถามถึงอนาคตในการให้สัมภาษณ์กับ Vogue เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ปราการหลังวัย 34 ปีรายนี้ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแนวรับ “หงส์แดง” ตลอด 8 ปีที่แอนฟิลด์ และยังมีสัญญากับสโมสรไปจนถึงสิ้นฤดูกาลหน้าอย่างไรก็ตามในฝั่งเนเธอร์แลนด์กลับเริ่มมีการคาดเดาว่า ฟาน ไดจ์ค อาจพิจารณาเลิกเล่นทีมชาติ หลังพาทีมเฉือนชนะลิทัวเนีย 3-2 เมื่อเดือนก่อน พร้อมการันตีตั๋วไปฟุตบอลโลก 2026

“ผมไม่เคยพูดแบบนั้นเลย และยังไม่ได้มองอะไรไกลขนาดนั้น”ฟาน ไดจ์คกล่าว

“ผมยังรู้สึกว่าตัวเองมีเวลาในอาชีพค้าแข้งอีกหลายปี ตราบใดที่ผมยังมีความสุข และครอบครัวมีความสุข ทุกอย่างก็ยังโอเค”

นอกจากเรื่องฟุตบอล การสัมภาษณ์ครั้งนี้ยังเผยอีกมุมหนึ่งของฟาน ไดจ์ค ในฐานะนายแบบ หลังได้ถ่ายแฟชั่นให้ Vogue ในหลากหลายลุค ทั้งขาวดำและสีสันสดใส และเมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการเดินแบบหลังแขวนสตั๊ด เจ้าตัวก็ตอบอย่างเปิดใจว่า “ก็ไม่แน่นะ อะไรก็เกิดขึ้นได้”

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลปัจจุบันถือเป็นช่วงเวลาท้าทายสำหรับเขาในบทบาทกัปตันทีม หลังลิเวอร์พูลทำผลงานในลีกได้ต่ำกว่าความคาดหวัง รั้งอันดับ 4 ของตาราง และตามหลังจ่าฝูงอย่างอาร์เซน่อลถึง 14 คะแนน แม้สโมสรจะลงทุนเสริมทัพกว่า 450 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ฟาน ไดจ์ค ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงบทบาทความเป็นพ่อ ซึ่งช่วยให้เขารับมือกับความกดดันในระดับสูงได้ดีขึ้น โดยเขามีลูก 4 คนกับภรรยาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 9 ปี

“ชีวิตมีหลายอย่างที่สำคัญกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม เมื่อถึงเวลาแข่ง ผมทุ่มเทเต็มที่ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พอกลับบ้าน ผมก็คือคุณพ่อของลูก ๆ เหมือนเดิม”

เอฟเอสั่งแบน ‘โรเมโร่’ เพิ่ม 1 นัดเซ่นพฤติกรรมก้าวร้าวใส่เปา

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ลงโทษแบน คริสเตียน โรเมโร่ ปราการหลังตัวหลักของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพิ่มอีก 1 นัด จากข้อหาประพฤติตัวไม่เหมาะสมและแสดงความก้าวร้าวต่อผู้ตัดสิน ภายหลังถูกไล่ออกในเกมที่พ่าย ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนก่อน

แนวรับทีมชาติอาร์เจนตินาโดนสองใบเหลืองในเกมดังกล่าว โดยใบแรกเกิดจากการแสดงความไม่พอใจหลัง อูโก้ เอกิติเก้ ยิงประตูให้ลิเวอร์พูล ก่อนจะมาโดนใบเหลืองที่สองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากจังหวะเตะใส่ อิบราฮิม่า โคนาเต้

หลังโดนไล่ออก โรเมโร่ ยังมีปากเสียงและประท้วง จอห์น บรูคส์ ผู้ตัดสินอย่างรุนแรง ระหว่างเดินออกจากสนาม ส่งผลให้ สเปอร์ส ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 9 คน เนื่องจากก่อนหน้านั้น ซาวี่ ซิโมนส์ ถูกไล่ออกไปตั้งแต่ครึ่งแรก

เอฟเอจึงตั้งข้อหาเพิ่มเติมกับ โรเมโร่ ในกรณีไม่ยอมออกจากสนามทันที รวมถึงการเผชิญหน้าและแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวต่อผู้ตัดสิน หลังได้รับใบแดง ซึ่งทาง “ไก่เดือยทอง” เลือกไม่ยื่นอุทธรณ์ ทำให้กองหลังวัย 27 ปี ยอมรับข้อกล่าวหาและถูกลงโทษแบนเพิ่ม 1 นัด พร้อมปรับเงินจำนวน 50,000 ปอนด์

บทลงโทษดังกล่าวจะทำให้ โรเมโร่ พลาดช่วยทีมในเกมเอฟเอ คัพ พบ แอสตัน วิลล่า สุดสัปดาห์นี้ แต่จะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในเกมพรีเมียร์ลีก ที่สเปอร์สมีคิวพบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 17 มกราคม

ก่อนหน้านี้ โรเมโร่ เพิ่งตกเป็นข่าวนอกสนาม หลังโพสต์ข้อความเชิงเหน็บแนมบอร์ดบริหารสโมสร ภายหลังความพ่ายแพ้ต่อ บอร์นมัธ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โธมัส แฟรงค์ เฮดโค้ชทีม เปิดเผยว่า เขาและ โยฮัน ลังเก้ ผู้อำนวยการกีฬา ได้พูดคุยกับนักเตะเป็นที่เรียบร้อย และสโมสรจะไม่ดำเนินการลงโทษเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว

พร้อมจ่าย!บาร์ซ่าจ่อเซ็น ‘แรชฟอร์ด’ ถาวรหลังหมดสัญญายืมตัว

บาร์เซโลน่า ตัดสินใจชัดเจนแล้วว่าจะเก็บ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ไว้ใช้งานต่อแบบถาวร หลังหมดสัญญายืมตัวจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เจ้าตัวย้ายมาลงเล่นในถิ่นคัมป์ นู ตลอดฤดูกาลนี้

แรชฟอร์ด ทำผลงานได้น่าพอใจนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นคัมป์ นู ส่งผลให้ทัพ “อาซูลกราน่า” เริ่มขยับท่าทีอย่างจริงจัง แม้ก่อนหน้านี้อนาคตระยะยาวของเจ้าตัวจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งที่ในสัญญายืมตัวมีเงื่อนไขออปชั่นซื้อขาดแนบมาด้วยก็ตาม โดยค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ราว 30 ล้านยูโร หรือประมาณ 26 ล้านปอนด์

ด้านนักเตะเองก็ไม่มีปัญหาใดๆ เพราะแรชฟอร์ดเคยประกาศชัดว่าต้องการอยู่กับบาร์ซ่าต่อ และรายงานล่าสุดระบุว่าเจ้าตัวมีความสุขกับชีวิตในกาตาลุญญ่า

ความไม่แน่นอนก่อนหน้านี้เกิดขึ้นหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด แยกทางกับ รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุเกส ซึ่งแทบไม่เคยให้โอกาสแรชฟอร์ดลงสนาม และเป็นฝ่ายบริหารที่ตัดสินใจปล่อยนักเตะออกไป ไม่ใช่ตัวโค้ชโดยตรง ทำให้สถานการณ์ผู้จัดการทีมใหม่ของ “ปีศาจแดง” ไม่มีผลต่ออนาคตของเขาอีกต่อไป

แม้ในช่วงหลัง แรชฟอร์ดจะถูกดร็อปเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง ทั้งเกมกับ บีญาร์เรอัล, เอสปันญ่อล และรอบรองฯ ซูเปอร์คัพกับ แอธเลติก บิลเบา แต่เขายังได้รับโอกาสลงสนามและมีส่วนร่วมในชัยชนะ 5-0 ของทีม ซึ่งสะท้อนว่าบาร์ซ่ายังมองเห็นคุณค่าในตัวเขา

‘เฟลตเชอร์’ ย้ำชัดยังไม่มีการพูดคุยเรื่องอนาคตกับ ‘เซอร์จิม’

ดาร์เรน เฟลตเชอร์ กุนซือขัดตาทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันชัดเจนว่ายังไม่มีการพูดคุยกับ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เกี่ยวกับอนาคตการทำงานของเขากับสโมสรแต่อย่างใด หลังได้รับโอกาสคุมทีมชั่วคราวแทน รูเบน อโมริม ที่เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่ง

อดีตกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์กำลังเตรียมนำยูไนเต็ดลงสนามเป็นนัดที่ 2 โดยมีคิวเปิดบ้านพบกับ ไบรท์ตัน ในศึกเอฟเอ คัพ รอบต่อไป วันอาทิตย์นี้ ท่ามกลางกระแสจับตาเรื่องกุนซือถาวรคนใหม่ของสโมสร

เมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการพูดคุยกับแรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมสโมสรเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง เฟลตเชอร์กล่าวว่า “ยังไม่ได้คุยเลย ผมพูดคุยกับ โอมาร์ (เบร์ราด้า) และ เจสัน (วิลค็อกซ์) เท่านั้น”

“สำหรับผม ตอนนี้โฟกัสแค่งานตรงหน้า ยังไม่ได้คิดหรือพูดคุยเรื่องอนาคตของตัวเอง”

“พวกเขามอบความรับผิดชอบเต็มที่ให้ผมในการคุมทีม 2 นัด ตัดสินใจเอง นำทีมเอง และเตรียมทีมเอง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ในตอนนี้”

“ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น”

ขณะนี้ ปีศาจแดง อยู่ระหว่างการเจรจาหาความเป็นไปได้ในการตั้งกุนซือรักษาการจนจบฤดูกาล โดยมีชื่ออย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ ไมเคิล คาร์ริก ถูกโยงอย่างต่อเนื่อง แต่เฟลตเชอร์อาจยังคงคุมทีมต่อในเกมสำคัญ เช่น แมนเชสเตอร์ดาร์บี้กับแมนฯ ซิตี้ ในวันที่ 17 มกราคม หากการเจรจายังไม่ลงตัว

มีของ!’เป๊ป’ ยินดี ‘เซเมนโย่’ เลือกซบเรือเชื่ออนาคตไกล

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเปิดเผยว่า สโมสรติดตามผลงานของ อองตวน เซเมนโย่ มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก่อนตัดสินใจคว้าตัวมาร่วมทีม และมีความเป็นไปได้ที่แนวรุกคนใหม่จะได้ประเดิมสนามทันทีในเกมเอฟเอ คัพ ที่จะพบกับ เอ็กเซเตอร์ ช่วงสุดสัปดาห์นี้

แนวรุกวัย 25 ปี เพิ่งทำประตูชัยพา บอร์นมัธ เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในพรีเมียร์ลีก ก่อนเดินทางเข้ารับการตรวจร่างกายและจรดปากกาเซ็นสัญญากับ “เรือใบสีฟ้า” อย่างเป็นทางการ ซึ่งสโมสรได้ประกาศยืนยันดีลนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

กวาร์ดิโอล่า เผยถึงเบื้องหลังการตัดสินใจเสริมทัพครั้งนี้ว่า แมนฯ ซิตี้ มองหาแนวรุกริมเส้นเพิ่มเติมเพื่ออนาคตของทีม หลังจากมีตัวเลือกเฉพาะตำแหน่งนี้อยู่ไม่มากนัก

“เราติดตามดูฟอร์มของเขามานานแล้ว และเมื่อพิจารณาว่าเรามีนักเตะริมเส้นโดยธรรมชาติอยู่เพียงไม่กี่คน สโมสรจึงมองว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเสริมทีมเพื่ออนาคต” กุนซือชาวสเปนกล่าว

“เขาอายุ 25 ปี ซึ่งถือว่าเหมาะสมมาก ยังมีช่วงเวลาที่ดีรออยู่ข้างหน้า สโมสรของเราชอบดึงนักเตะที่ยังสามารถพัฒนาได้อีกเพื่อสร้างทีมในระยะยาว ทุกคนรู้ถึงคุณภาพของเขา เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับบอร์นมัธ และสามารถเล่นได้ทั้งริมเส้นซ้าย ขวา รวมถึงขยับมาเล่นกองหน้าได้ด้วย”

เป๊ป ยังย้ำว่า เซเมนโย่ มีจุดเด่นเรื่องความเร็ว และคุ้นเคยกับพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้หลายสโมสรให้ความสนใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกย้ายมาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม

“หลายทีมต้องการเขา แต่เขาเลือกมาอยู่กับเรา ผมต้องขอบคุณเขาสำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ และเราก็มีความสุขมากที่ได้เขามาอยู่กับทีมในอีกหลายปีข้างหน้า”

“เขาจะอยู่ในทีมแน่นอน ผมยังไม่รู้ว่าเขาจะได้ออกสตาร์ทหรือไม่ แต่เขาจะถูกเลือก เพราะตอนนี้เรามีนักเตะให้ใช้งานไม่มากนัก”