Home 365kubx
LINE: @365KUBx

พร้อมลุยต่อ!’เป๊ป’ ชี้ปัญหาของเรือคือความต่อเนื่อง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายอมรับว่า “ความสม่ำเสมอ” คือสิ่งที่ทีมยังขาด หลังเกมพรีเมียร์ลีกที่เรือใบสีฟ้าเปิดบ้านเสมอทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ 2-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้จะนำก่อนถึงสองประตู แต่สุดท้ายถูกไก่เดือยทองตามตีเสมอได้ในครึ่งหลัง

ซิตี้ ออกสตาร์ทอย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำ 2-0 ทำท่าว่าจะเก็บสามแต้มได้ไม่ยาก แต่สเปอร์สกลับมาสู้ในครึ่งหลัง พลิกโมเมนตัมจนตามตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไป

“มันเป็นเกมที่ดี หลังจากที่เราเสียประตู เรามีปัญหาเล็กน้อย แต่ลูกทีมก็พยายามกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง โดยรวมถือว่าเล่นได้ดีมาก น่าเสียดายที่เราไม่สามารถคว้าชัยชนะได้”กวาร์ดิโอล่า กล่าว

“เรากำลังเล่นในระดับที่ดีมาก แต่สิ่งที่เรายังขาดคือความสม่ำเสมอในการปิดเกมเพื่อคว้าชัยชนะ ขณะที่บางทีมทำตรงนี้ได้ดีกว่าเรา”

“เรายังมีอีก 14 เกมให้ลงเล่น ช่องว่าง 6 คะแนนกับอาร์เซนอลยังไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เราต้องเดินหน้าสู้กันต่อไป”

คู่หูคนใหม่!’เวียร์ตซ์’ รับสนุกที่ได้เล่นร่วมกับ ‘เอกิติเก้’

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เพลย์เมกเกอร์ของลิเวอร์พูล ออกโรงยกย่องผลงานของ อูโก้ เอกิติเก้ หัวหอกคู่ใจ ว่าเป็นอะไรที่ “เหลือเชื่อมาก” หลังทั้งสองคนประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม พา “หงส์แดง” เปิดรังแอนฟิลด์ไล่ถล่ม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไปแบบขาดลอย 4-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก

เกมดังกล่าวเป็นฝั่งทีมเยือนที่ออกนำไปก่อนจาก แอนโธนี่ กอร์ดอน แต่ความได้เปรียบอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผ่านไปเพียง 5 นาที เวียร์ตซ์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ เอกิติเก้ หลุดเข้าไปซัดตีเสมออย่างเฉียบคม ก่อนที่กองหน้าชาวฝรั่งเศสจะบวกประตูที่สองของตัวเอง ช่วยให้ลิเวอร์พูลแซงนำ

ครึ่งหลัง เวียร์ตซ์ มาซัดประตูที่สามให้เจ้าถิ่นในช่วงกลางเกม ก่อนที่ อิบราฮิมา โคนาเต้ จะมายิงปิดท้ายในช่วงท้ายเกม ส่งให้ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะไปด้วยสกอร์ 4-1 อย่างสวยงาม

จากผลงานนัดนี้ทำให้ เวียร์ตซ์ กับ เอกิติเก้ มีส่วนร่วมกับประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้รวมกันแล้ว 6 ประตู มากที่สุดในบรรดาคู่หูนักเตะทั้งหมดของลีก

“เขาเหลือเชื่อจริงๆ” เวียร์ตซ์ ให้สัมภาษณ์กับ TNT Sports ถึง เอกิติเก้

“วันนี้ทุกคนก็เห็นแล้ว เขายิงสองประตูสวยมาก และการได้เล่นร่วมกับเขาในสนามมันสนุกจริงๆ ผมดีใจที่ได้แอสซิสต์ให้เขาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เขาก็เป็นคนจ่ายให้ผมหลายหน”

นับตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา เวียร์ตซ์ มีส่วนร่วมกับประตูแรกในพรีเมียร์ลีก เขากลายเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูรวมทุกรายการมากที่สุดในลีก ณ เวลานี้ โดยทำไปแล้ว 9 ครั้ง แบ่งเป็นยิง 6 และแอสซิสต์ 3

“ผมมีความสุขมาก ผมชอบทั้งการยิงประตู การแอสซิสต์ และการช่วยทีมให้ชนะ” ดาวเตะชาวเยอรมันกล่าวเสริม

“ผมอยากรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป เพราะมันช่วยเพิ่มทั้งความสุขและความมั่นใจ ยิ่งถ้าช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้ มันก็ยิ่งดีเสมอ”

ขอเวลา!’เซิร์กซี’ ไม่ยอมแพ้ขออยู่ผีต่อจนจบฤดูกาล

โจชัว เซิร์กซี กองหน้าวัย 24 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าจะอยู่ค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดต่อไปจนจบฤดูกาล แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานเชื่อมโยงถึงการย้ายทีมในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม

รายงานจาก The Sun ระบุว่า ดาวยิงวัย 24 ปี แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการอยู่กับ “ปีศาจแดง” ต่อไป หลังตลาดหน้าหนาวปิดตัวลง โดยยังไม่มีความคิดย้ายทีมในเวลานี้ และพร้อมสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองจนจบซีซั่น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเดียวกันเผยว่า อนาคตของ เซิร์กซี อาจถูกนำมาพิจารณาอีกครั้งหลังจบฤดูกาลนี้ โดย แมนฯ ยูไนเต็ด อาจตัดสินใจปล่อยตัวเขาออกไปเพื่อระดมทุนสำหรับการคว้ากองหน้าตัวเป้ารายใหม่เข้ามาเสริมทัพ

ก่อนหน้านี้ เซิร์กซี พลาดการลงสนามในสองเกมแรกภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล คาร์ริค ในฐานะกุนซือชั่วคราว เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่ล่าสุดเจ้าตัวกลับมาฟิตสมบูรณ์และพร้อมเป็นตัวเลือกในเกมพบ ฟูแล่ม วันอาทิตย์นี้

“ผมคิดว่าจอชพยายามอย่างหนักมากเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และการได้เห็นเขากลับมาซ้อมกับทีมเป็นครั้งแรกเมื่อวานถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม”คาร์ริค กล่าว

“สำหรับผมแล้ว แค่นั้นก็เพียงพอ ผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับเขา และไม่มีอะไรต้องพูดเพิ่มเติม”

ทั้งนี้ เซิร์กซี หวังว่าการเปลี่ยนแปลงภายในทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นใหม่กับสโมสร อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ตำแหน่งตัวจริงอาจไม่ง่ายนัก หลังคาร์ริคเลือกใช้งาน ไบรอัน เอ็มเบอโม่ เป็นกองหน้าตัวกลาง โดยมี เบนจามิน เชชโก้ รับบทตัวเลือกสำรองในช่วงสองเกมที่ผ่านมา

‘ซานเชส’ เดือดปะทะแฟนสิงห์พักครึ่งก่อนพลิกชนะค้อน

โรเบิร์ต ซานเชซ นายทวารของ เชลซี ออกมาตอบโต้เสียงโห่จากแฟนบอลในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ระหว่างช่วงพักครึ่ง หลัง “สิงห์บลูส์” เป็นฝ่ายตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-2 ก่อนพลิกสถานการณ์กลับมาแซงชนะสุดมัน 3-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เลียม โรซีเนียร์ ออกสตาร์ตได้อย่างน่าผิดหวัง หลังโดน “ขุนค้อน” บุกมานำถึงสองประตูในครึ่งแรก จากผลงานของ จาร์ร็อด โบเวน และ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ทำให้บรรยากาศในสนามเริ่มตึงเครียด

เมื่อเสียงนกหวีดจบครึ่งแรกดังขึ้น แฟนบอลเจ้าถิ่นจำนวนไม่น้อยแสดงความไม่พอใจ ด้วยการส่งเสียงโห่และเยาะเย้ยใส่นักเตะเชลซีอย่างชัดเจน ทว่าปฏิกิริยาดังกล่าวกลับไม่ถูกใจ ซานเชซ ที่หันไปตะโกนใส่แฟนบอลบริเวณอุโมงค์ว่า

“ใจเย็นกันหน่อย เรายังมีเวลาอีก 45 นาที ช่วยเชียร์พวกเราด้วย”

ช่วงพักครึ่ง โรซีเนียร์ ตัดสินใจแก้เกมครั้งใหญ่ เปลี่ยนตัวพร้อมกันถึงสามราย ส่ง เวสลีย์ โฟฟาน่า, มาร์ค คูคูเรลญ่า และ เจา เปโดร ลงสนาม แทน เบอนัวต์ บาเดียชีล, จอร์เรล ฮาโต้ และ อเลฮานโดร การ์นาโช่

การแก้เกมได้ผลทันตา เมื่อ เจา เปโดร โหม่งทำประตูตีไข่แตกให้เชลซีในนาทีที่ 57 ก่อนที่ คูคูเรลญ่า จะยิงประตูตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 70 และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ ซัดประตูชัยพาทีมแซงคว้าสามแต้มสำคัญ

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เชลซี เก็บชัยในพรีเมียร์ลีกได้เป็นนัดที่สามติดต่อกัน พร้อมเรียกเสียงปรบมือจากแฟนบอลที่เคยโห่ใส่ในช่วงพักครึ่งได้สำเร็จ

เพื่อทีม!’สล็อท’ ซึ้งใจ ‘โคนาเต้’ หั่นวันลาคัมแบ็กช่วยหงส์

อาร์เน่ สล็อท กุนซือลิเวอร์พูล กล่าวขอบคุณ อิบราฮิมา โคนาเต้ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส ที่ตัดสินใจกลับมาลงสนามเร็วกว่ากำหนด หลังจากสูญเสียคุณพ่อและพลาดการลงเล่นไป 3 นัด เพื่อช่วยทีมในเกมที่เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1

โคนาเต้ เดินทางกลับอังกฤษตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา หลังจากแจ้งกับสล็อทว่าเขาต้องการกลับมาช่วยทีม เนื่องจากแนวรับของลิเวอร์พูลมีปัญหาบาดเจ็บหลายราย เขาได้ลงซ้อมกับทีมเพียงสองครั้งก่อนเกม และสามารถทำประตูได้ในแมตช์ดังกล่าว โดยมี อูโก้ เอกิติเก้ ยิงสองประตู และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ อีกหนึ่งประตู

“ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัส และอาจยังไม่อาจทำใจได้เต็มที่”สล็อทเริ่มกล่าว

“ก่อนหน้านี้เราได้พูดคุยกันช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งเขาแจ้งว่าจะกลับมาในช่วงปลายสัปดาห์นี้ นั่นทำให้เขาไม่น่าจะมีชื่อในเกมดังกล่าว แต่เมื่อเขาเห็นว่าทีมประสบปัญหาในแนวรับ เขาจึงโทรหาผมตั้งแต่ต้นสัปดาห์ และบอกอย่างชัดเจนว่าอยากกลับมาลงสนามช่วยทีมในเกมกับนิวคาสเซิล เขาเดินทางกลับมาในวันพุธและลงฝึกซ้อมกับทีมเพียงสองครั้งเท่านั้น”

“ในเกมนี้ ไม่เพียงแค่เขาจะทำประตูได้ แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมก็ยอดเยี่ยมอย่างมาก แฟนบอลต่างส่งเสียงชื่นชมให้เขาตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะจังหวะที่เขาทำประตูได้ ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมทีมทุกคนก็แสดงความยินดีและให้การต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในห้องแต่งตัวหลังจบการแข่งขัน”

“การที่เขาสามารถยิงประตูได้หลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง และทีมชุดนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรายืนเคียงข้างกันเสมอในวันที่ต้องเผชิญความลำบาก นั่นคือสิ่งที่ทุกคนพยายามทำเพื่อเขาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนจะรู้สึกดีใจเป็นพิเศษกับประตูที่เขาทำได้”

ด้าน โคนาเต้ เปิดใจหลังเกมด้วยน้ำเสียงสะเทือนอารมณ์ว่า“ผมแทบไม่สามารถหาคำพูดใดมาอธิบายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ได้เลย ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุดสำหรับผมและครอบครัว นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิต แม้มันจะยากเกินกว่าจะยอมรับ แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้”

อดีตเปาฟันธง ‘โตดิโบ’ เสี่ยงโดนแบนยาว หลังบีบคอ ‘เปโดร’

คีธ แฮ็คเกตต์ อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีก ออกมาแสดงความเห็นว่า ฌอง-แคลร์ โตดิโบ กองหลังเวสต์แฮม ยูไนเต็ด มีแนวโน้มถูกแบนเกิน 3 นัด หลังถูกไล่ออกโดยตรงจากการบีบคอ เจา เปโดร ในช่วงทดเจ็บเกมที่ “ขุนค้อน” บุกพ่าย “สิงห์บลูส์” เชลซี 3-2

เกมดังกล่าว เวสต์แฮม ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการขึ้นนำก่อน 2-0 แต่กลับต้านทานความดุดันของ “สิงห์บลูส์” ไม่อยู่ โดนยิงแซงในครึ่งหลัง ก่อนจะเกิดเหตุวุ่นวายข้างสนามในช่วงท้ายเกม จากความตึงเครียดของทั้งสองทีม

แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินในสนาม ได้รับสัญญาณจาก VAR และตัดสินใจชูใบแดงโดยตรงให้กับ โตดิโบ ซึ่งตามระเบียบมาตรฐานจะถูกแบนขั้นต่ำ 3 นัดทันที

“มันชัดเจนว่าเขาขาดการควบคุมอารมณ์ และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายพฤติกรรมรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย”แฮ็คเกตต์กล่าว

“แม้โทษปกติของใบแดงจะอยู่ที่ 3 นัด แต่เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาภาพช้า ผมคาดว่าเขาจะถูกลงโทษมากกว่านั้นแน่นอน”

อดีตเปารุ่นเก๋ายังเสริมอีกว่า ทั้งเวสต์แฮม และเชลซี มีโอกาสถูกสมาคมฟุตบอลตั้งข้อหาควบคุมผู้เล่นไม่อยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่โทษปรับสูงถึงประมาณ 200,000 ปอนด์

ด้าน นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ เฮดโค้ชเวสต์แฮม ให้สัมภาษณ์หลังเกมถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า“ผมยังไม่ได้ดูภาพช้าในตอนนั้น”

“มันเป็นสถานการณ์ที่สับสนและเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากทั้งสองฝั่ง แน่นอนว่ามันน่าผิดหวัง แต่ผมต้องขอดูภาพย้อนหลังอีกครั้งก่อนจะตัดสินอะไรได้”

“สิ่งที่แน่นอนคือ เราจะไม่มี โตดิโบ ให้ใช้งานในอีกหลายนัดต่อจากนี้”

นักสู้!’โรซีเนียร์’ ปลื้มลูกทีมโชว์สปิริตพลิกแซงคว้า 3 แต้ม

เลียม โรซีเนียร์ เฮดโค้ชเชลซี ออกโรงยกย่องเหล่านักเตะและพลังงานจากแฟนบอลในสนาม หลังทัพ “สิงห์บลูส์” ไล่ตีเสมอและพลิกแซงชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 อย่างน่าทึ่ง ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

“วันนี้แท็คติกแทบไม่มีความหมาย ชัยชนะเกิดจากทัศนคติ คาแรกเตอร์ และคุณภาพของผู้เล่นล้วนๆ”โรซีเนียร์กล่าว

“ผมเชื่อใจนักเตะทุกคนที่ส่งลงสนาม แต่ต้องยอมรับว่าครึ่งแรก ระดับพลังงานและมาตรฐานของเรายังห่างไกลจากสิ่งที่ควรเป็นมาก”

“ผมบอกกับลูกทีมว่า เราสามารถเปลี่ยนวันที่เลวร้ายที่สุดของฤดูกาล ให้กลายเป็นวันที่ดีที่สุดได้”

ชัยชนะนัดนี้ยังสร้างสถิติใหม่ให้สโมสร เมื่อเชลซีกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ตามหลังสองประตูในครึ่งแรก ก่อนพลิกกลับมาคว้าชัยได้สำเร็จ

โรซีเนียร์ กล่าวต่อว่า ช่วงพักครึ่งไม่มีการดุด่าหรือเสียงดังใส่กัน แต่เป็นการปรับแท็คติกให้ทีมเล่นในระบบ 4-4-2 มากขึ้น

“เราเปิดอิสระให้ โคล พาลเมอร์ ทางฝั่งขวา และให้ เปโดร เนโต้ เติมเกมทางซ้าย ผลลัพธ์ในครึ่งหลังออกมายอดเยี่ยมเกินคำบรรยาย”

“ชัยชนะนี้ไม่ใช่ของผม แต่มันเป็นของนักเตะและแฟนบอล พลังในสนามวันนี้คือเชลซีอย่างแท้จริง ทั้งหัวใจนักสู้ สปิริต การวิ่ง และความทุ่มเท นี่คือดาร์บี้แมตช์ และครึ่งหลังคือภาพที่ผมอยากเห็นจากทีมของผมมากที่สุด”