Home 365kubx
LINE: @365KUBx

อยู่ยาว!เผยเสือใต้หวังจับ ‘เคน’ ต่อสัญญาใหม่คาดเซ็นถึงปี 2029

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค กำลังเปิดการเจรจากับ แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษ เพื่อขยายสัญญาฉบับใหม่ ตามรายงานของ สกา สปอร์ต เยอรมนี โดยสัญญาปัจจุบันของดาวยิงวัย 32 ปีจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ปี 2027

ปัจจุบัน เคน ยังมีสัญญาค้าแข้งในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า จนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2027 อย่างไรก็ตาม บาเยิร์นไม่รอช้า และต้องการจัดการอนาคตของหัวหอกตัวหลักล่วงหน้า

มักซ์ เอเบิร์ล ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร ออกมายืนยันว่าการพูดคุยกับกองหน้าวัย 32 ปีกำลังดำเนินไปด้วยดี โดยมีแนวคิดขยายสัญญาออกไปจนถึงปี 2028 หรืออาจยาวถึงปี 2029

รายงานยังเสริมว่า ตัวของ เคน เองก็มีท่าทีเปิดกว้างและพร้อมพิจารณาต่อสัญญาอยู่กับ “เสือใต้” ต่อไป หลังปรับตัวกับฟุตบอลเยอรมันได้อย่างยอดเยี่ยม

หากการขยายสัญญาเกิดขึ้นจริง และเคนอยู่กับบาเยิร์นจนครบถึงซัมเมอร์ปี 2029 นั่นจะทำให้อดีตกองหน้าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มีอายุครบ 35 ปีพอดี

ห้ามท้อ!’โอเดการ์ด’ ปลุกแข้งปืนลุกขึ้นสู้หลังพ่ายผี

มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมอาร์เซนอล ออกมาเรียกร้องให้เพื่อนร่วมทีมยืนหยัดและลุกขึ้นสู้ หลังจากบุกไปแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งผลการแข่งขันดังกล่าวสร้างคำถามถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจของทีม “ปืนใหญ่” ว่าพร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์หรือไม่ หลังจากต้องอกหักเป็นรองแชมป์ถึง 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

โอเดการ์ดย้ำว่าเส้นทางการลุ้นแชมป์ยังอีกยาวไกล และสิ่งสำคัญที่สุดคือการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว

“มีหลายจุดที่เราควรทำให้ดีกว่านี้ในสนาม แต่เวลานี้คือช่วงที่เราต้องยืนหยัดไปด้วยกัน” เพลย์เมกเกอร์ทีมชาตินอร์เวย์กล่าว

“พรีเมียร์ลีกไม่เคยเป็นลีกที่ง่าย มันโหดมาก เราต้องทำงานหนักต่อไป ผลักดันกันและกัน และรักษาความเป็นหนึ่งเดียว เพราะตอนนี้เรายังเป็นจ่าฝูงของลีก”

“เราไม่สามารถฟังเสียงภายนอกมากเกินไป สิ่งสำคัญคือการโฟกัสในแต่ละเกม และร่วมมือกันให้ดีที่สุด”

“การเป็นรองแชมป์ 3 ปีติด แน่นอนว่ามันอยู่ในหัวเรา แต่มันก็อาจเป็นเชื้อไฟที่ทำให้เราหิวกระหายและมุ่งมั่นมากขึ้นกว่าเดิม”

“เส้นทางมันยาว และจะมีทั้งช่วงขึ้นและลง วันนี้เราผิดหวังมาก เพราะเราควรชนะเกมนี้ แต่สิ่งสำคัญคือวิธีที่เราจะลุกขึ้นตอบสนอง”

“เรายังเป็นจ่าฝูง เรายังอยู่ในสถานการณ์ที่ดี และเรามีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

‘เกฮี’ เผยไม่โกรธหงส์แม้ดีลล่มเชื่อทุกอย่างมีเหตุผล

มาร์ค เกฮี กองหลังตัวฝหใาของแมนฯ ซิตี้ ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกถึงเหตุการณ์การย้ายทีมที่ถูกยกเลิกในนาทีสุดท้ายกับ ลิเวอร์พูล เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเขาไม่เคยรู้สึกโกรธหรือผิดหวัง และเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตาที่กำหนดไว้ให้เขาได้ย้ายมาร่วมทีม เรือใบสีฟ้า ในที่สุด

ดีลดังกล่าวเคยใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ตกลงค่าตัว 35 ล้านปอนด์ และเกฮีเข้ารับการตรวจร่างกายที่เมอร์ซีย์ไซด์เรียบร้อยแล้ว แต่ สตีฟ พาริช ประธานสโมสรคริสตัล พาเลซ กลับตัดสินใจยกเลิกการเจรจา ทำให้แนวรับวัย 25 ปีต้องกลับไปเล่นให้กับต้นสังกัดเดิมในลอนดอนต่อไป

“ผมตรวจร่างกายเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ทุกอย่างกลับถูกยกเลิกในนาทีสุดท้าย”เกฮีกล่าว

“ใช่ ผมเกือบได้ย้ายไป ลิเวอร์พูล แต่ผมโอเคมากๆ ความคิดของผมคือการก้าวไปข้างหน้าเสมอ ผมเชื่อว่าพระเจ้ามีแผนสำหรับผม หน้าที่ของผมคือโฟกัสกับสิ่งที่สามารถทำให้ พาเลซ ได้ในตอนนั้น”

“ผมไม่สามารถตัดสินการตัดสินใจของคนอื่นได้ แต่การที่ พาเลซ ทุ่มเงินซื้อตัวผมมา มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และผมจะไม่ให้เกียรติสโมสรเลยถ้าผมทำตัวไม่เหมาะสม”

“สิ่งที่ผมทำได้คือมาทำงานทุกวัน ตั้งใจฝึกซ้อม และพิสูจน์ตัวเอง ผมมั่นใจว่านี่คือที่ที่ผมจะพัฒนาและเติบโตในฐานะนักเตะ และผมก็ภูมิใจที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้”

คีย์แมนสำคัญ!’คาร์ริค’ หวัง ‘ดอร์กู’ เจ็บไม่หนัก

ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงชื่นชมผลงานของ แพทริค ดอร์กู ดาวรุ่งวัย 21 ปี หลังโชว์ฟอร์มเด่นต่อเนื่อง ยิงประตูสุดสวยช่วยทีมบุกเอาชนะอาร์เซนอล 3-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว ดอร์กู เป็นคนยิงประตูให้ “ปีศาจแดง” แซงนำ 2-1 จากจังหวะยิงไกลนอกกรอบ บอลพุ่งชนคานด้านล่างก่อนเด้งเข้าประตู ผ่านมือ ดาบิด ราย่า อย่างเฉียบคม เพียง 5 นาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง ก่อนที่ยูไนเต็ดจะรักษาสกอร์และคว้าชัยชนะสุดมันไปได้

ดาวเตะวัย 21 ปี กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ หลังเพิ่งทำประตูได้ในเกมดาร์บี้แมตช์ที่ยูไนเต็ดเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน และยังสานต่อฟอร์มเด่นมาถึงเกมนี้ อย่างไรก็ตาม เขาถูกถอดออกจากสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ทำให้แฟนบอลเริ่มเป็นห่วงเรื่องสภาพร่างกาย

“ดูแล้วน่าจะเป็นแค่ตะคริวเล็กน้อย หวังว่าจะไม่มีอะไรเกินกว่านั้น เขาออกจากสนามเพราะทุ่มเทเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมาก และก็หวังว่าอาการจะไม่รุนแรง”คาร์ริค กล่าว

“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ชัดเจน ต้องรอดูอีกครั้ง แต่แน่นอนว่าเราทุกคนหวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไรมาก”

นอกจากประตูสุดสวย ดอร์กู ยังสร้างความอันตรายจากฝั่งซ้ายตลอดทั้งเกม และเกือบมีชื่อบนสกอร์บอร์ดเพิ่มจากการลากตัดเข้าเขตโทษในจังหวะถัดมา เพียงแต่จบสกอร์ไม่ตรงกรอบ ขณะเดียวกัน เขายังช่วยงานเกมรับอย่างหนัก คอยซ้อนและประสานกับ ลุค ชอว์ เพื่อรับมือ บูกาโย ซาก้า อาวุธหลักของอาร์เซนอล โดยเฉพาะในครึ่งหลัง

“แพท เป็นนักเตะคนสำคัญของเราในช่วงสองสามเกมที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เรื่องประตู แต่รวมถึงพละกำลัง คุณภาพ และการสร้างอันตรายในเกมรุก”

“เกมรับเขาก็ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ช่วยลุคตลอดทั้งเกม ต้องรับมือกับทีมที่โจมตีริมเส้นหนัก ๆ ซึ่งไม่ใช่งานง่ายเลย”

“ผมดีใจกับเขามาก ประตูทั้งสองลูกที่เขายิงได้มีรูปแบบต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความทุ่มเท มันยอดเยี่ยมที่ได้เห็นเขามีความสุขและเล่นด้วยรอยยิ้มแบบนี้”

ยังไม่ 100%!’พาลเมอร์’ ยังไม่ฟิตเหตุชวดเกมพาเลซ

โคล พาลเมอร์ แนวรุกคนสำคัญของเชลซี ต้องพักต่อเนื่องเป็นเกมที่สองติดต่อกัน หลังมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ท่ามกลางฤดูกาลที่ทัพ “สิงห์บลูส์” เผชิญปัญหานักเตะเดี้ยงอย่างต่อเนื่อง

ดาวเตะวัย 21 ปี ไม่มีชื่อในเกมพรีเมียร์ลีกที่เชลซีเปิดบ้านพบ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้พลาดลงสนามในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่ทีมเอาชนะ ปาฟอส เมื่อช่วงกลางสัปดาห์

ตลอดฤดูกาลนี้ การใช้งานพาลเมอร์ต้องพิจารณาแบบ “นัดต่อนัด” เนื่องจากเจ้าตัวมีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณขาหนีบ และเคยพลาดลงเล่นมาแล้วหลายเกม

“น่าเสียดายสำหรับเรา โคลยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้”เลียม โรซีเนียร์ กล่าว

“ผมพูดเสมอว่าเราต้องการให้นักเตะทุกคนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ การเสี่ยงใช้งานผู้เล่นในช่วงเดือนมกราคมไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่า กับเป้าหมายระยะยาวที่เราต้องการทำให้สำเร็จ”

“เขามีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย อย่างไรก็ตาม เขามีลุ้นกลับมาทันเกมวันพุธ และเราหวังว่าจะได้เห็นเขากลับมาลงสนามอีกครั้ง”

ไก่รอเก้อ!เผยหงส์ตัดสินใจรั้ง ‘ร็อบโบ้’ อยู่ต่อ

ลิเวอร์พูลตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ปล่อย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ออกจากทีมในตลาดซื้อขายเดือนนี้ หลังสถานการณ์แนวรับของสโมสรย่ำแย่จากการบาดเจ็บของนักเตะหลายราย โดยเฉพาะกรณีของ โจ โกเมซ ที่เจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครึ่งแรกในเกมบุกแพ้บอร์นมัธ 3-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เดินหน้าเจรจาอย่างจริงจังเพื่อคว้าตัวกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ ด้วยค่าตัวราว 5 ล้านปอนด์ แต่ดีลดังกล่าวถูกชะลอทันทีเมื่อ “หงส์แดง” ประเมินว่า การปล่อยรองกัปตันทีมออกไปกลางฤดูกาลจะส่งผลเสียต่อทีมมากกว่าผลดี

แม้สัญญาของโรเบิร์ตสันจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่เจ้าตัวยังคงแสดงความเป็นมืออาชีพเต็มที่ และยังเปิดโอกาสสำหรับการย้ายไปสเปอร์สในอนาคต เนื่องจากเจ้าตัวสนใจโปรเจ็กต์ที่ทีม “ไก่เดือยทอง” กำลังสร้างขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง ริคกี้ มัสซาร่า ผู้อำนวยการกีฬาของโรม่า เปิดเผยว่ามีการพูดคุยกับลิเวอร์พูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเรียกตัว คอสตาส ซิมิกาส กลับจากสัญญายืมตัวในอิตาลี แต่ยังไม่ชัดเจนว่าดีลนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

หลังจากประเมินทุกทางเลือกอย่างรอบคอบ ลิเวอร์พูลจึงตัดสินใจเก็บโรเบิร์ตสันไว้กับทีมต่อไปในเดือนนี้ เพื่อเสริมความมั่นคงในแนวรับท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

‘อาร์เตต้า’ ไม่หวั่นเสียงโห่ย้ำปืนต้องยกระดับผลงาน

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของอาร์เซนอล ยอมรับว่าทีมของเขาต้องทำให้ดีกว่านี้ หลังเกมพรีเมียร์ลีกที่พวกเขาเปิดบ้านแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 ท่ามกลางเสียงโห่จากแฟนบอลบางส่วนในสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม

หลังจบเกม อาร์เตต้าให้สัมภาษณ์ว่า ทีมต้องการแรงสนับสนุนจากแฟนบอลแม้ในวันที่ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ พร้อมย้ำว่าแฟนบอลมีสิทธิ์เต็มที่ในการแสดงออกตามความรู้สึกของตนเอง

“เราต้องการพวกเขาในวันที่เราไม่ชนะ” อาร์เตต้ากล่าว

“นี่คือส่วนหนึ่งของความคาดหวังและแรงกดดัน ทุกคนต้องการชัยชนะ และทุกคนมีสิทธิ์แสดงปฏิกิริยาในแบบของตัวเอง”

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกส่วนตัวต่อเสียงโห่ อาร์เตต้าตอบอย่างหนักแน่นว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

“มันไม่สำคัญเลย สิ่งที่สำคัญคือเราต้องทำให้ดีกว่านี้ บางทีสิ่งที่เราทำอาจยังไม่เพียงพอ และเราต้องพัฒนาให้มากขึ้น”

“วันนี้เราทุ่มเททุกอย่าง แต่ยังไม่ดีพอ และเราก็ถูกลงโทษจากความผิดพลาดของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ต้องแก้ไขให้ได้”

‘โรซิเนียร์’ ชื่นชม ‘เอสเตเวา’ แข้งพรสวรรค์สร้างอิมแพคให้สิงห์

เลียม โรซิเนียร์ เฮดโค้ชเชลซี ออกโรงชื่นชม เอสเตเวา แนวรุกดาวรุ่งวัย 18 ปี หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมล่าสุด พร้อมย้ำว่าความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้มาจากใครคนเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันของทั้งทีม

กุนซือสิงห์บลูส์กล่าวว่า ผลงานของเอสเตเวาเป็นสิ่งที่ทีมงานเห็นมาตลอด แม้นักเตะจะเพิ่งหายจากอาการป่วย แต่ทุกครั้งที่ได้โอกาสลงสนามก็สามารถสร้างความแตกต่างได้เสมอ

“มันสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพที่เรารู้อยู่แล้ว เอสเตเวาเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์เป็นพิเศษ แม้สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่เขายังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทุกครั้งที่ได้เล่นภายใต้การคุมทีมของผม” โรซิเนียร์กล่าว

“สิ่งที่ผมพอใจที่สุดในประตูนั้นคือ ทุกคนช่วยกันถอยลงมาเล่นเกมรับอยู่หลังบอล นั่นเปิดพื้นที่ให้เอสเตเวาสร้างสรรค์เกมได้ ผมไม่อยากให้เครดิตกับใครเพียงคนเดียว เพราะทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก ตั้งแต่ เชา เปโดร ที่เพรสซิ่งไม่หยุด เปโดร เนโต้ และเอสเตเวาในแนวรุก รวมถึงกองกลางสองคนและแนวรับที่รับมือกับความแข็งแกร่งของมาตาต้าได้อย่างยอดเยี่ยม”

โรซิเนียร์ยังพูดถึงการดูแลเอสเตเวาในฐานะนักเตะดาวรุ่งว่า สโมสรให้ความสำคัญทั้งในและนอกสนาม โดยมีครอบครัวของนักเตะคอยสนับสนุนอยู่ใกล้ชิด ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง อันเดรย์ ซานโตส และเชา เปโดร ก็ช่วยเหลือเรื่องการสื่อสารและการปรับตัวกับชีวิตในอังกฤษ

“สำหรับนักเตะอายุน้อยที่มีพรสวรรค์สูงแบบนี้ เราต้องบริหารจัดการเวลาในการลงเล่นให้เหมาะสม เลือกเกมที่เขาจะลงไปสร้างอิมแพค ผมจะดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เขามีทั้งฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และเส้นทางอาชีพที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว”

‘สล็อท’ ชี้โปรแกรมถี่ทำหงส์ล้าเกมบุกแพ้บอร์นมัธ 2-3

อาร์เน่ สล็อท เฮดโค้ช ลิเวอร์พูล ชี้ชัดว่าความอ่อนล้าจากโปรแกรมแข่งถี่ยิบคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมบุกพ่าย บอร์นมัธ 2-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก หลังเพิ่งผ่านเกมหนักในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลางสัปดาห์

เกมดังกล่าว “หงส์แดง” เสียสถิติไม่แพ้ใคร 13 นัดติดต่อกัน เมื่อถูกยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทั้งที่ก่อนหน้านี้สามารถฮึดไล่ตีเสมอจากการตามหลัง 0-2 ได้สำเร็จ จากประตูของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ โดมินิค โซบอสซ์ไล

ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บได้เพียง 4 คะแนนจาก 5 เกมหลังสุดในลีก และมีโอกาสถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึง เชลซี แซงหน้าในพื้นที่ท็อปโฟร์ โดยทั้งสองทีมยังมีโปรแกรมลงสนามในสุดสัปดาห์นี้

สล็อท ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า การแพ้ในช่วงท้ายถือเป็นเรื่องเจ็บปวดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อทีมสามารถกลับสู่เกมได้แล้ว

“มันเป็นเกมที่โหดมาก เราตามหลังถึงสองประตู แต่ยังกลับมาได้ ทว่าสุดท้ายต้องมาเสียประตูในช่วงทดเวลา” กุนซือชาวดัตช์กล่าว

เขายอมรับว่าทีมเสียการควบคุมเกมไปช่วงสั้น ๆ ในครึ่งแรก และการต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนทำให้สถานการณ์ยากขึ้น

“เรามีช่วงประมาณ 5–10 นาทีที่เล่นไม่ได้ตามแผน แต่โดยรวมเราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง เพียงแต่เสียประตูง่ายเกินไป”

“ใน 10 นาทีสุดท้าย เกมเปิดมากขึ้น และผมเห็นชัดว่านักเตะเริ่มหมดแรง เรามีเวลาพักแค่สองวันระหว่างเกมใหญ่ ๆ ซึ่งมันไม่ง่ายเลย”

‘คาร์ริค’ เปิดใจความสัมพันธ์ ‘โซลชาร์’ แน่นแฟ้นเหมือนเดิม

ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจว่าเขายังคงติดต่อพูดคุยกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตผู้จัดการทีม และยืนยันว่าได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเพื่อนเก่า หลังเข้ารับตำแหน่งนายใหญ่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ก่อนหน้านี้ ยูไนเต็ดเคยมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการดึงโซลชาร์กลับมาคุมทีม หลังการปลด รูเบน อโมริม แต่สุดท้ายสโมสรเลือกคาร์ริคเข้ามาทำหน้าที่แทน โดยอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้เคยเป็นหนึ่งในทีมงานสต๊าฟฟ์ของโซลชาร์ตลอดช่วงเวลา 3 ปี และยังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมาจนถึงปัจจุบัน

คาร์ริค เผยว่า โซลชาร์ดีใจกับชัยชนะในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ พร้อมย้ำว่าเขาสามารถหันไปขอคำแนะนำจากอดีตกองหน้าชาวนอร์เวย์ได้เสมอ แม้จะไม่รบกวนบ่อยนัก

“ผมได้คุยกับเขาแล้ว เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมาก เขาซัพพอร์ตผมอย่างเต็มที่อย่างที่หลายคนคงคาดไว้ เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและผมเคารพเขามากจริงๆ เขาอวยพรให้ทีมโชคดีและดีใจกับผลการแข่งขันด้วย” คาร์ริค กล่าว

คาร์ริค ยังยอมรับว่าแม้จะสามารถขอคำปรึกษาจาก โซลชาร์ ได้ตลอด แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกันบ่อยนัก โดยมองว่าความเป็นเพื่อนคือการอยู่ตรงนั้นให้กันเมื่อจำเป็น

“มิตรภาพมันก็เป็นแบบนี้ เราพูดคุยกันได้ ผมมีเพื่อนหลายคนที่สามารถขอคำแนะนำได้หากจำเป็น แต่ผมไม่ใช่คนที่ชอบรบกวนใครบ่อย ๆ อย่างไรก็ตาม เขาอยู่ตรงนั้นเสมอเมื่อผมต้องการ”

สำหรับโปรแกรมนัดถัดไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวบุกเยือน อาร์เซน่อล ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นสนามที่ทีมเคยบุกไปคว้าชัยได้ครั้งล่าสุดในยุคของ โซลชาร์ อย่างไรก็ตาม คาร์ริค มองว่าสถิติในอดีตแทบไม่มีผลต่อเกมที่กำลังจะมาถึง

“เกมเมื่อหลายปีก่อนมันจบไปแล้ว นั่นคืออดีต ประสบการณ์อาจช่วยได้บ้าง แต่ผมคิดว่าเกมนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง เป็นการเจอกันของสองทีมที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี และต่างก็เฝ้ารอเกมนี้เหมือนกัน”

กำลังพัฒนา!’แฟรงค์’ ยังเชื่อไก่กำลังมาถูกทาง

โธมัส แฟรงค์ กุนซือชาวเดนมาร์กของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ยืนยันว่าแฟนบอลจะเห็นถึงพัฒนาการของทีม แม้ล่าสุด “ไก่เดือยทอง” บุกไปเสมอ เบิร์นลี่ย์ ทีมรองบ๊วย 2-2 ที่สนามเติร์ฟ มัวร์ และยังคงไร้ชัยในพรีเมียร์ลีก 5 นัดติดต่อกัน

เกมนี้ สเปอร์สออกนำก่อนจาก มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน ช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ถูกเจ้าถิ่นพลิกแซงในครึ่งหลัง ก่อนที่ คริสเตียน โรเมโร่ จะโหม่งตีเสมอในช่วงทดเจ็บ ช่วยให้ทีมเก็บได้เพียงหนึ่งแต้ม และรั้งอันดับ 14 ของตาราง

หลังจบเกม แฟรงค์ถูกแฟนบอลทีมตัวเองส่งเสียงโห่แสดงความไม่พอใจ แต่เจ้าตัวยังคงมองในแง่บวก โดยกล่าวว่า

“ผมอยากขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่เดินทางมาเชียร์ และสนับสนุนทีมตลอดทั้งเกม”แฟรงค์ กล่าว

“ผมมั่นใจว่าพวกเขาสามารถเห็นพัฒนาการของทีมได้ โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เราสร้างโอกาสได้มาก และควรจะทิ้งสกอร์ห่างกว่านี้”

“แม้เราจะทำแบบนั้นไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือความมุ่งมั่นและคาแรกเตอร์ของทีม ที่ยังสู้จนถึงนาทีสุดท้าย”

“เราต้องเดินหน้าต่อไป หลายอย่างที่เราทำถือว่าถูกต้องแล้ว แม้ผลลัพธ์จะยังไม่เป็นใจ”

“เรากำลังรับมือกับอุปสรรคระหว่างเกมได้ดีขึ้น หากจังหวะที่ โซลันกี้ เกือบยิงนำ 2-1 เป็นประตูได้ เกมอาจออกมาแตกต่าง และเราจะอยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมกว่านี้”

“ความสม่ำเสมอของฟอร์มโดยรวมถือว่าโอเค แต่ดูเหมือนว่าใน พรีเมียร์ ลีก เราจำเป็นต้องทำให้มากกว่านี้ เพื่อเปลี่ยนผลงานเป็นชัยชนะ”

‘อาร์เตต้า’ ป้อง ‘เยอเคเรส’ รอจบซีซั่นค่อยตัดสินฟอร์ม

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของ อาร์เซน่อล ยืนยันว่าการประเมินผลงานของ วิคตอร์ เยอเคเรส กองหน้าทีมชาติสวีเดนควรรอจนจบฤดูกาล พร้อมชี้ว่ามีหลายปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา ไม่ใช่เพียงแค่จำนวนประตูที่ทำได้

เยอเคเรส ย้ายมาร่วมทีมในซีซั่นนี้และทำไปแล้ว 9 ประตูจาก 27 เกมรวมทุกรายการ โดยในพรีเมียร์ลีกเขายิงได้ 5 ประตูจากการลงเล่น 20 นัด แม้จะมีเสียงวิจารณ์ตามมา แต่ อาร์เตต้า ย้ำว่าต้องเข้าใจบริบทของลีกและการเปลี่ยนแปลงในเกมฟุตบอลก่อนตัดสินผลงานนักเตะ

“ผมคิดว่าเราควรรอประเมินเขาหลังจบฤดูกาล บางครั้งแม้กระทั่งจบซีซั่นแล้ว ตัวอย่างที่ได้มาก็ยังถือว่าน้อยอยู่ดี” อาร์เตต้า กล่าว

“เราต้องเข้าใจบริบทของลีก เข้าใจว่ากองหน้าคนอื่น ๆ ในลีกต้องเผชิญอะไรบ้าง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบฟุตบอลในปัจจุบัน”

“การประเมินนักเตะไม่ควรมองแค่ด้านเดียว แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย หลายมุมของเกมฟุตบอล”

ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล จะไม่มีชื่อของ อีธาน วาเนรี ในเกมสุดสัปดาห์นี้ หลังดาวรุ่งรายดังกล่าวย้ายไปเล่นให้ โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

อาร์เตต้า อธิบายถึงการปล่อยแข้งวัยรุ่นรายนี้ว่าเป็นไปเพื่ออนาคตของนักเตะเอง

“นักเตะดาวรุ่งของเราต้องการโอกาสลงสนาม และอีธานยังไม่ได้รับโอกาสมากพอที่นี่”

“สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการคือการขัดขวางพัฒนาการของเขา เพราะเขามีพรสวรรค์สูงมาก เขาใช้ชีวิตอยู่กับฟุตบอลอย่างแท้จริง และผมเชื่อว่าการไปอยู่กับมาร์กเซยจะเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขา”