Home 365kubx
LINE: @365KUBx

ไฮไลท์ฟุตบอลไทยลีก คัพ ชัยนาท ฮอร์นบิล 0-5 การท่าเรือ เอฟซี 28/12/2025

รอแค่เวลา!หึ่ง ‘เซิร์กซี’ โอเคย้ายซบโรม่ามกรานี้

มีรายงานจากอิตาลีระบุว่า โจชัว เซิร์กซี กองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอบตกลงที่จะย้ายไปร่วมทีม โรม่า ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้แล้ว โดยสโมสรดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรียอา มั่นใจว่าดีลจะแล้วเสร็จภายในกลางเดือนมกราคม

หัวหอกทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลายรายของ “ปีศาจแดง” ที่รู้สึกผิดหวังกับโอกาสลงสนามในฤดูกาลนี้ หลังไม่ได้รับความไว้วางใจให้ลงเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ โดยเขาไม่มีชื่อเป็น 11 ตัวจริงในเกมลีก 11 นัดแรกของฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บของ เบนยามิน เชชโก้ และ มาเตอุส คุนญ่า เปิดโอกาสให้ เซิร์กซี ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งในเกมพบ เอฟเวอร์ตัน, คริสตัล พาเลซ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่หลังจากนั้นอดีตกองหน้าของ โบโลญญ่า ก็กลับไปนั่งเป็นตัวสำรองอีกครั้ง และไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมล่าสุดที่พบกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้ว่า ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ อาหมัด ดิยัลโล่ จะไม่พร้อมลงสนามก็ตาม

เซิร์กซี ถูกส่งลงสนามหลังเกมผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ผลงานในสนามไม่เป็นที่น่าประทับใจนัก ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เน้นรักษาสกอร์ โดยมีหลายจังหวะที่ รูเบน อโมริม กุนซือของทีม แสดงท่าทีไม่พอใจกับการเล่นของกองหน้ารายนี้อย่างชัดเจน

แม้ อโมริม จะยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ยูไนเต็ด จะปล่อยนักเตะออกจากทีมได้ก็ต่อเมื่อสามารถหาตัวแทนเข้ามาเสริมทัพได้แล้ว แต่สถานการณ์ล่าสุดบ่งชี้ว่า เซิร์กซี กำลังเข้าใกล้การอำลา โอลด์ แทรฟฟอร์ด มากขึ้นเรื่อย ๆ

รายงานจาก Gazzetta dello Sport ระบุว่า ดาวยิงเจ้าของส่วนสูง 195 เซนติเมตร ได้ตอบรับข้อเสนอจาก โรม่า เป็นที่เรียบร้อย หลังมีการพูดคุยกับ จาน ปิเอโร กัสเปรินี กุนซือของ “หมาป่าเหลืองแดง” เมื่อไม่กี่วันก่อนเกมพบ นิวคาสเซิล ซึ่งเขาได้รับการการันตีบทบาทสำคัญในทีม

นอกจากนี้ เซิร์กซี ยังได้หารือกับฝ่ายบริหารของโรม่า นำโดย เฟรเดริก มาสซาร่า ผู้อำนวยการกีฬา ส่งผลให้นักเตะแสดงความ “เห็นชอบอย่างเต็มที่” ต่อการย้ายทีมครั้งนี้

โรม่า เชื่อมั่นว่าข้อตกลงจะลุล่วงภายในกลางเดือนมกราคม โดยเป็นสัญญายืมตัวในเบื้องต้น พร้อมเงื่อนไขบังคับซื้อขาดมูลค่า 40 ล้านยูโร เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล และหลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ เอ็มเบอโม่ และ อาหมัด ดิยัลโล่ กลับมาจากภารกิจรับใช้ชาติในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ซึ่งรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มกราคมนี้

‘อาร์เตต้า’ เผย ‘คาลาฟิออรี่’ มีอาการเจ็บปริศนาก่อนเกม

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ของอาร์เซน่อล ออกมาเปิดเผยถึงอาการบาดเจ็บสุดโชคร้ายของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ซึ่งเกิดขึ้นในลักษณะที่ค่อนข้างผิดปกติ ระหว่างช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเกมที่ “ปืนใหญ่” เปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เอาชนะ ไบรท์ตัน 2-1

แนวรับทีมชาติอิตาลีถูกใส่ชื่อเป็นตัวจริงสำหรับเกมพบ “นกนางนวล” แต่ในช่วงวอร์มอัพกลับมีอาการไม่สู้ดี จนต้องตัดสินใจถอนตัวกะทันหัน และเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวทันที โดยเป็น ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ ดาวรุ่งของทีม ที่ถูกส่งลงสนามทำหน้าที่แทน

อาร์เตต้า เปิดใจว่า คาลาฟิออรี่ เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติมาตั้งแต่วันก่อนลงแข่งขัน และอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้นจนไม่สามารถเสี่ยงใช้งานได้

“เขารู้สึกบางอย่างตั้งแต่เมื่อวาน มันเป็นอาการที่แปลกและไม่ปกติเลย พอมาถึงวันนี้และลองวอร์มอัพ เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายตัว เราเลยไม่อยากเสี่ยง” กุนซือชาวสเปนกล่าว

สำหรับเกมนี้ อาร์เซน่อล ต้องออกแรงไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกม แต่ยังรักษาสกอร์เอาชนะไบรท์ตันได้สำเร็จ จากประตูของ มาร์ติน โอเดการ์ด และการทำเข้าประตูตัวเองของ จอร์จินโญ่ รุตแตร์ ก่อนที่ ดิเอโก้ โกเมซ จะยิงตีไข่แตกให้ทีมเยือน อย่างไรก็ตาม ชัยชนะนัดนี้ก็เพียงพอให้ “ปืนใหญ่” กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาอาการบาดเจ็บยังคงเป็นเรื่องที่อาร์เตต้าต้องปวดหัวต่อไป เพราะนอกจาก คาลาฟิออรี่ แล้ว เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ก็ไม่มีชื่อในเกมนี้เช่นกัน หลังได้รับบาดเจ็บจากช่วงท้ายเกมที่เอาชนะ คริสตัล พาเลซ ก่อนหน้านี้

เมื่อถูกถามว่าปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายราย ส่งผลให้ทีมยิ่งมีความสามัคคีกันมากขึ้นหรือไม่ อาร์เตต้า ตอบอย่างมั่นใจว่า

“แน่นอน เรามีปัญหาทั้งกรณีของ เยอร์เรียน ที่ลงพื้นไม่ดี และของ ริชี่ (คาลาฟิออรี่) ซึ่งมันแปลกมากจริง ๆ แต่สิ่งที่ผมชอบคือทัศนคติของนักเตะ”

“ตอนที่ผมไปบอก เดแคลน ว่าเขาต้องขยับไปเล่นตำแหน่งปีกขวา เขาตอบกลับมาทันทีว่า ‘โอเค ผมพร้อม’ และจะทำให้ดีที่สุด นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีมากกับทีมชุดนี้”

‘ฟาน ไดจ์ค’ ยกย่องแข้งหงส์หัวใจนักสู้ก่อนเก็บ 3 แต้ม

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกโรงยกย่องหัวใจนักสู้ของเพื่อนร่วมทีม หลังช่วยกันประคองเกมจนเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญในศึกพรีเมียร์ลีก

เกมดังกล่าว “หงส์แดง” เดินหน้าคว้าชัยเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้ประตูขึ้นนำในครึ่งแรกจาก ไรอัน กราเฟนเบิร์ค และ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ที่ซัดคนละลูกภายในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่ครึ่งหลังทีมเยือนมาได้ประตูไล่จาก ซานติอาโก้ บูเอโน่ แต่ลูกทีมของ อาร์เน่อ สล็อท ยังช่วยกันเล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่นจนรักษาสกอร์เอาไว้ได้

“เราคุมเกมได้ทั้งหมด เล่นตามแผนที่วางไว้ เกมรับก็แข็งแกร่งมาก แทบไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งเลย สองประตูที่เราได้มาเป็นสิ่งที่สมควร โดยเฉพาะการยิงได้ถึงสองลูกในเวลาแค่สองนาที มันสร้างความได้เปรียบอย่างมาก”ฟาน ไดจ์คกล่าว

“การเสียประตูเร็วในครึ่งหลังทำให้วูล์ฟส์มีความมั่นใจและกดดันเราอย่างหนัก เราต้องอดทนและสู้ในทุกจังหวะ บางช่วงอาจไม่สวยงามนัก แต่สิ่งสำคัญคือการทุ่มเททุกลูกบอล โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เรามีนักเตะบาดเจ็บและขาดหายหลายคน”

“ท้ายที่สุดแล้ว การหาทางคว้าชัยชนะให้ได้คือเรื่องที่สำคัญที่สุด และผมภูมิใจในสปิริตของทีมมาก”

ซ้ำรอย!’เป๊ป’ ดราม่าปะทะช่างภาพขวางทางฉลองชัย

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือจอมแท็กติกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังแสดงอาการไม่พอใจกับตากล้องข้างสนาม ระหว่างจังหวะกำลังจะเข้าไปฉลองชัยชนะร่วมกับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ในเกมบุกเฉือน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าวเป็นการแข่งขันที่สูสี โดย แมนฯ ซิตี้ ได้ รายาน แชร์กี้ สวมบทฮีโร่ แอสซิสต์ให้ ทิจจานี่ ไรจ์นเดอร์ส ซัดประตูขึ้นนำ ก่อนที่ โอมารี ฮัตชินสัน จะยิงตีเสมอให้เจ้าถิ่นฟอเรสต์ อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกม แชร์กี้ มาซัดประตูชัยพาทีมเก็บสามแต้มแบบหืดจับ

หลังเสียงนกหวีดสุดท้าย เป๊ป ตั้งใจเดินไปปรบมือขอบคุณแฟนบอลซิตี้ที่ตามมาเชียร์ถึงข้างสนาม แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อมีตากล้องเดินเข้ามาขวางทางในจังหวะพอดี ทำให้กุนซือชาวสเปนแสดงอาการหัวเสียอย่างชัดเจน

ภาพจากการถ่ายทอดสดเผยให้เห็นว่า เป๊ป ยกแขนขึ้นด้วยความไม่พอใจ พร้อมจ้องไปที่กล้อง ก่อนจะแสดงท่าทางโอเวอร์ ๆ ส่งสัญญาณให้ตากล้องหลบออกไป ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมถอยออกด้านข้างในที่สุด จากนั้น เป๊ป จึงได้เดินเข้าไปใกล้แฟนบอลและปรบมือขอบคุณเสียงเชียร์ตามที่ตั้งใจไว้

ชัยชนะในเกมนี้ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแบบชั่วคราว ก่อนจะถูก อาร์เซน่อล แซงกลับในวันเดียวกัน หลัง “ปืนใหญ่” เปิดบ้านเฉือน ไบรท์ตัน 2-1

ทั้งนี้ เหตุการณ์ปะทะกับตากล้องไม่ใช่ครั้งแรกของ เป๊ป ในฤดูกาลนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยมีปากเสียงกับช่างภาพหลังเกมที่ แมนฯ ซิตี้ พ่าย นิวคาสเซิ่ล เมื่อเดือนก่อน ถึงขั้นดึงหูฟังของตากล้องเพื่อแสดงความไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม เป๊ป ได้ออกมายอมรับในภายหลังว่าเขารู้สึกอับอายกับพฤติกรรมดังกล่าว และได้กล่าวขอโทษไปแล้วเรียบร้อย

‘มาเรสก้า’ โทษประตูตีเสมอจุดเปลี่ยนทำสิงห์พ่ายวิลล่า

เอ็นโซ่ มาเรสก้า นายใหญ่ทีมเชลซี ยอมรับว่าการเสียประตูตีเสมอคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมไม่สามารถคุมเกมได้ต่อเนื่อง ก่อนถูก แอสตัน วิลล่า บุกแซงคว้าชัยถึงถิ่น แสตมฟอร์ด บริดจ์ 2-1

เกมนี้ “สิงห์บลูส์” ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อ เจา เปโดร อาศัยจังหวะเตะมุมซัดประตูขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นเกม และครองรูปเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจนตลอดครึ่งแรก อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังการเปลี่ยนตัวของทีมเยือนส่งผลทันตาเห็น โดย โอลลี่ วัตกินส์ ถูกส่งลงมาจากม้านั่งสำรองก่อนเหมาคนเดียวสองประตู พลิกสถานการณ์ให้วิลล่าคว้าสามแต้มกลับบ้าน

ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ เชลซี หลุดจากท็อปโฟร์ ไปรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน ขณะที่ มาเรสก้า ซึ่งติดโทษแบนได้เพียงนั่งชมเกมจากอัฒจันทร์ ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า

“ผมคิดว่าประตูแรกที่เราเสียไปคือจุดเปลี่ยนของเกม ผมไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวพร้อมกันสามคนของวิลล่าหรือไม่ แต่ก่อนหน้านั้นประมาณหนึ่งชั่วโมง เราคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด”มาเรสก้ากล่าว

“เราควรจะเฉียบคมกว่านี้และยิงเพิ่มให้ได้อีกสองหรือสามประตู หลังจากเสียประตูแรก รูปเกมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เราควรคุมสถานการณ์ให้ดีกว่านี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนา”

“เราจำเป็นต้องกลับไปวิเคราะห์ว่าเหตุใดเราถึงไม่สามารถควบคุมเกมได้หลังจากเสียประตู มันอาจเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ และเราต้องทำความเข้าใจตรงจุดนี้ให้มากขึ้น”

มาเรสก้า ยังถูกถามถึงปฏิกิริยาหงุดหงิดของ โคล พาลเมอร์ หลังถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 69 ขณะสกอร์เสมอ 1-1 โดยกุนซือชาวอิตาเลียนยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ

“ผมไม่มีปัญหาอะไร พาลเมอร์ ทำผลงานได้ดีมากทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล เรามีโปรแกรมลงเล่นอีกภายใน 48 ชั่วโมง และเราก็มีความสุขที่ได้เขากลับมาช่วยทีม”

ส่วนกรณีที่ มาร์ค คูคูเรญ่า ถูกเปลี่ยนตัวออกพร้อมกับ พาลเมอร์ มาเรสก้า ชี้แจงว่าเป็นเหตุผลด้านสภาพร่างกาย

“คูคูเรญ่า มีอาการตึงที่แฮมสตริงและขอเปลี่ยนตัวออก เรายังไม่แน่ใจว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บรุนแรงหรือไม่ ต้องรอประเมินอีกครั้ง”

‘เวียร์ตซ์’ ปลดล็อกประตูแรกสำเร็จมั่นใจยังไงก็ยิงได้

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ มิดฟิลด์ค่าตัว 116 ล้านปอนด์ของลิเวอร์พูล เปิดใจอย่างมั่นใจหลังทำประตูแรกในสีเสื้อ “หงส์แดง” ได้สำเร็จ พร้อมเป็นประตูชัยช่วยทีมเปิดสนามแอนฟิลด์เฉือนเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญในศึกพรีเมียร์ลีก

ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ยอมรับว่าแม้ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะปลดล็อกสกอร์แรกกับต้นสังกัดใหม่ แต่ไม่เคยสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองแม้แต่น้อย

“ผมมั่นใจเสมอว่าผมจะยิงได้ในสักวันหนึ่ง แน่นอนว่าผมอยากยิงและทำแอสซิสต์ให้ได้เร็วกว่านี้ แต่บางครั้งฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ ผมต้องยอมรับมันและเดินหน้าต่อไป ผมรู้ว่ามันจะมาแน่ แค่ต้องพยายามอย่างต่อเนื่อง” เวียร์ตซ์ กล่าว

เกมดังกล่าว ลิเวอร์พูลตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อน แต่สามารถเร่งเครื่องกลับมาแซงคว้าชัยได้ โดยเวียร์ตซ์ชื่นชมผลงานของทีมในช่วงต้นเกม แต่ยอมรับว่ายังมีจุดที่ต้องปรับปรุง

“เราทำได้ยอดเยี่ยมมากในครึ่งแรก แม้จะโดนยิงนำ แต่เราก็กลับมาได้ ทุกคนทำงานหนักมาก อย่างไรก็ตาม ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย เราทำให้เกมยากขึ้นเอง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม และนี่คือสิ่งที่เราต้องแก้ไข”

“นี่คือแนวทางที่เราต้องการ เราอยากยืนอยู่บนจ่าฝูง มันไม่ใช่การเริ่มต้นฤดูกาลที่ง่ายสำหรับเรา แต่ตอนนี้เราทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ และกำลังเก็บแต้มสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง”

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2-1 วูล์ฟแฮมป์ตัน 27/12/2025

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 2-1 ไบรท์ตัน 27/12/2025

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เชลซี 1-2 แอสตัน วิลล่า 27/12/2025

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-2 แมนฯ ซิตี้ 27/12/2025

ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เบรนท์ฟอร์ด 4-1 บอร์นมัธ 27/12/2025