แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงตกเป็นประเด็นร้อนในโลกฟุตบอล หลังมีรายงานเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง รูเบน อโมริม อดีตผู้จัดการทีม และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังชาวอาร์เจนตินา เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสนามฝึกซ้อมที่แคร์ริงตัน ก่อนที่โค้ชชาวโปรตุเกสจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง
อโมริม วัย 40 ปี ถูกฝ่ายบริหารระดับสูงของสโมสรตัดสินใจยุติบทบาทกุนซือเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังเข้ามาคุมทีมได้ราว 14 เดือน ท่ามกลางผลงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
แหล่งข่าวจาก Daily Mail Sport ระบุว่า เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอลของยูไนเต็ด ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายตั้งแต่วันศุกร์ ก่อนเกมที่ “ปีศาจแดง” บุกไปเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่เอลแลนด์ โร้ด สองวันถัดมา โดยการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุมที่ตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งอโมริมแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
- ‘เอเมรี่’ เผยติดต่อคุย ‘มาต้า’ ก่อนเลือกเซ็น ‘ลินเดเลิฟ’
- ทดสอบฝีมือ!’เฟล็ตเชอร์’ เผยสุดภูมิใจได้คุมผี
- คิดการใหญ่!’เมสซี่’ เผยไม่คิดเป็นโค้ชแต่ขอสร้างทีมในฝัน
อย่างไรก็ตาม ความระอุภายในทีมไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน รายงานชี้ว่า บรรยากาศในศูนย์ฝึกแคร์ริงตันเริ่มตึงเครียดมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่อโมริมมีปากเสียงกับ มาร์ติเนซ หลังแนวรับทีมชาติอาร์เจนตินาหายจากอาการบาดเจ็บและกลับมาซ้อมได้ในช่วงต้นเดือนธันวาคม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ยูไนเต็ดมีโปรแกรมพบกับ คริสตัล พาเลซ ที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยมาร์ติเนซไม่พอใจที่ถูกดรอปเป็นตัวสำรอง ทั้งที่เชื่อว่าตนเองมีสภาพร่างกายพร้อมลงสนาม
แหล่งข่าวระบุว่า กองหลังวัย 27 ปีได้เข้าไปพูดคุยกับอโมริมอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นการเผชิญหน้ากันกลางสนามซ้อม ซึ่งมาร์ติเนซแสดงจุดยืนของตนเองด้วยท่าทีที่ดุดันต่ออดีตเฮดโค้ชรายนี้ และกลายเป็นอีกหนึ่งชนวนสำคัญที่สะท้อนปัญหาภายในทีม