เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมลิเวอร์พูล ชี้แจงจังหวะเสียประตูแรกว่าเกิดจากสภาพลมในสนามที่ทำให้อ่านทางบอลยาวพลาด ก่อน “หงส์แดง” บุกแพ้ บอร์นมัธ 2-3 ศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
เหตุการณ์เกิดขึ้นในนาทีที่ 26 ของเกม เมื่อเจ้าบ้านวางบอลยาวเข้าเขตโทษ ฟาน ไดจ์ค พยายามสกัดแต่พลาด ทำให้ เอวานิลซอน ได้โอกาสยิงผ่านมือผู้รักษาประตู ส่งบอร์นมัธออกนำ 1-0
“ลมในสนามแรงมาก มันทำให้การอ่านทางบอลยาวเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งเล่นบอลแบบนั้นตลอดทั้งเกม”ฟาน ไดจ์คกล่าว
“การเสียประตูไม่ใช่เรื่องที่รับไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าผิดหวังคือเราเสียอีกลูกในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้น”
จังหวะดังกล่าว ลิเวอร์พูลต้องตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ เพราะ โจ โกเมซ ได้รับบาดเจ็บจนต้องออกจากสนาม ขณะที่ วาตารุ เอ็นโด กำลังรอเปลี่ยนตัว ทำให้ทีมต้องเล่นเพียง 10 คน และถูกลงโทษจากความได้เปรียบนี้ของบอร์นมัธ
- ‘มาร์ติเนลลี่’ ส่อโบกมือลาปืนหลังเสียตำแหน่งตัวจริง
- เอฟเอปรับ ‘สิงห์’ 150k ปอนด์เหตุขวดน้ำปลิวหลังเกมพ่ายวิลล่า
- ‘คาร์ริค’ ชี้ ‘คาเซมิโร่’ พร้อมทุ่มสุดตัวปิดฉากกับผีอย่างสวยงาม
“หลังเกมทุกคนสามารถพูดได้ว่าควรทำอย่างไร แต่ในสนามเราต้องตัดสินใจภายในเสี้ยววินาที เราเลือกเล่นต่อ และคู่แข่งใช้โอกาสนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมันน่าเสียดายมาก”
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เมื่อฟาน ไดจ์ค โขกประตูตีไข่แตกก่อนหมดครึ่งแรกนาที 45 และ โดมินิค โซบอสซ์ไล ยิงประตูตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 80 แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+5 บอร์นมัธมาได้ประตูชัยจากลูกทุ่มไกล ปิดเกมด้วยชัยชนะสุดระทึก
“จากความรู้สึกของผมในสนาม ผมถูกขัดขวางการเล่นอย่างชัดเจน แต่ผู้ตัดสินและ VAR มองว่าไม่เป็นฟาวล์ ซึ่งเราต้องยอมรับคำตัดสินนั้น”
“เราทุ่มเทกันมากเพื่อกลับมาในครึ่งหลัง และการมาแพ้ในวินาทีสุดท้ายมันยากที่จะยอมรับจริง ๆ”