เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยืนยันว่าแรงจูงใจของนักเตะในทีมไม่ได้เกี่ยวข้องกับอนาคตส่วนตัว แม้สโมสรจะอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องกู้ฟอร์มกลับมาใน 4 เดือนสุดท้ายของฤดูกาลนี้
ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่ สล็อท เก็บชัยชนะได้เพียง 5 จาก 18 นัดในพรีเมียร์ลีก ทำให้ตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 อยู่ 2 คะแนน ความพ่ายแพ้ต่อบอร์นมัธเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วกลายเป็นการสะดุดอีกครั้ง หลังจากที่ทีมเริ่มกลับมาทำผลงานดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม การผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วยเรียกความมั่นใจให้ทีมได้ระดับหนึ่ง แต่ภาพรวมผลงานตลอดฤดูกาลยังคงต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดหวัง
- เต้ มงคลกิตติ์ กางโปรเจกต์ฮุบ ลิเวอร์พูล-แมนยู พาไทยผงาดแชมป์โลก
- คอนเฟิร์ม ติโม แวร์เนอร์ โยกค้าแข้ง MLS ซบ ซาน โฮเซ เอิร์ธเควกส์
- คล็อปป์ คืนรังแอนฟิลด์คุมทัพตำนาน หงส์ ปะทะ ดอร์ทมุนด์ มีนาคมนี้
ในแง่สถานการณ์สัญญานักเตะ ลิเวอร์พูลมีเพียง อิบราฮิม่า โกนาเต้ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่จะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่แกนหลักอย่าง ฟาน ไดจ์ค, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อลิสซอน เบ็คเกอร์, เคอร์ติส โจนส์, โจ โกเมซ และ วาตารุ เอนโด ยังมีสัญญาถึงปี 2027
แม้มีการคาดการณ์ว่าอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในทีมตามวัฏจักรของการสร้างทีมใหม่ในอนาคต แต่ ฟาน ไดจ์ค ย้ำชัดว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อทัศนคติของนักเตะในเวลานี้
“ความจริงคือมีนักเตะบางคนกำลังเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายของสัญญา และบางคนยังเหลือเวลาอีกหนึ่งปี รวมถึงตัวผมเอง” ฟาน ไดจ์ค กล่าว
“เราจะรอดูว่าฤดูกาลนี้จะจบลงอย่างไร หวังว่ามันจะเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จ แต่ไม่ใช่ว่านักเตะกำลังเล่นเพื่ออนาคตหรือเพื่อต่อสัญญาของตัวเอง ผมยังเชื่อว่าเรามีทีมที่ดีมากอยู่แล้ว”